เข้าสู่ระบบ

อีเมล / Username

รหัสผ่าน

​

ยังไม่มีบัญชี?


เข้าระบบด้วยบัญชี

google
line

People & Culture Excellence

เปลี่ยนพนักงานให้เป็นกระบอกเสียงขององค์กร

หมวดหมู่ความรู้ : People & Culture Excellence

16 ต.ค. 2569

3
0
articleImage312
CPLI

Employee Voice เมื่อเรื่องราวขององค์กร ถูกเล่าผ่านเสียงของคนใน

ในยุคที่ทุกคนสามารถเป็นผู้สร้างคอนเทนต์ได้ การสื่อสารเรื่องราวขององค์กรไม่จำเป็นต้องมาจากช่องทางทางการเพียงอย่างเดียว เพราะพนักงานเองก็สามารถเป็นกระบอกเสียงสำคัญที่ช่วยถ่ายทอดเรื่องราว วัฒนธรรม และคุณค่าขององค์กรออกไปได้

แต่การสร้าง Employee Voice ไม่ใช่เพียงการชวนพนักงานมาโพสต์หรือทำคอนเทนต์ สิ่งสำคัญคือการทำให้พนักงานเข้าใจสิ่งที่องค์กรต้องการสื่อสาร มีทักษะในการถ่ายทอด และรู้จักใช้เสียงของตัวเองอย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบ

นี่คือแนวคิดเบื้องหลัง C.P. SUPER KOL โครงการจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย CPLI ที่พัฒนาพนักงานให้เป็นกระบอกเสียงขององค์กร ผ่านการเรียนรู้ทักษะการสื่อสาร การสร้างคอนเทนต์ และการถ่ายทอดค่านิยมองค์กรในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย พร้อมสร้างเครือข่ายพนักงานจากหลากหลายกลุ่มธุรกิจให้เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรร่วมกัน

 

จาก Employee สู่ Employee Voice ต้องเริ่มจากการ เข้าใจ ก่อน เล่า”

การเป็นกระบอกเสียงที่ดีไม่ได้เริ่มจากการมีกล้องดี พูดเก่ง หรือมีผู้ติดตามจำนวนมาก แต่เริ่มจากการ เข้าใจเรื่องที่ต้องการสื่อสารก่อน

พนักงานต้องเข้าใจทั้งค่านิยม วัฒนธรรม และตัวตนขององค์กร แล้วจึงนำสิ่งเหล่านั้นมาเชื่อมโยงกับประสบการณ์จริงของตัวเอง เพื่อถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวที่คนอื่นเข้าใจและรู้สึกเชื่อมโยงได้

C.P. SUPER KOL จึงไม่ได้กำหนดให้ทุกคนเล่าเรื่องในรูปแบบเดียวกัน แต่เปิดพื้นที่ให้เรื่องราวมีความหลากหลาย ตั้งแต่ ชีวิตการทำงาน นวัตกรรม ไปจนถึงความยั่งยืน ขณะเดียวกันก็เชื่อมโยงกลับมาที่ค่านิยมขององค์กร และแปลงแนวคิดเหล่านั้นให้กลายเป็นเรื่องราวหรือพฤติกรรมที่จับต้องได้

เพราะค่านิยมองค์กรจะมีความหมายมากขึ้น เมื่อคนไม่ได้เพียง “จำได้” แต่สามารถ มองเห็น เชื่อมโยง และเล่าผ่านประสบการณ์จริงของตัวเองได้

 

ทักษะการสื่อสาร ไม่ใช่พรสวรรค์ แต่ฝึกฝนได้

หลายคนอาจคิดว่าการเป็น KOL ต้องเป็นคนพูดเก่ง กล้าแสดงออก หรือทำคอนเทนต์เป็นอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริง การสื่อสารและการเล่าเรื่องเป็นทักษะที่สามารถพัฒนาได้

C.P. SUPER KOL จึงออกแบบการเรียนรู้ให้พนักงานได้ทั้งเรียนรู้จาก Influencer และผู้มีประสบการณ์ ฝึกสร้างคอนเทนต์ ลงมือผลิตและเผยแพร่จริง รวมถึงเรียนรู้ผ่านโจทย์และการแข่งขัน

เมื่อได้ลงมือทำจริง พนักงานไม่ได้เรียนรู้เพียงวิธีถ่ายคลิปหรือใช้ Social Media แต่ยังได้ฝึกคิดว่า จะทำเรื่องยากให้เข้าใจง่ายได้อย่างไร จะเล่าเรื่องให้กระชับและน่าสนใจอย่างไร และจะทำให้สิ่งที่สื่อสารสร้างคุณค่าให้กับคนดูได้อย่างไร

จากพนักงานที่อาจไม่เคยทำคอนเทนต์เกี่ยวกับงาน จึงสามารถค่อย ๆ พัฒนาความกล้า ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะการสื่อสารที่นำกลับไปใช้กับการทำงานด้านอื่นได้เช่นกัน

 

Employee Voice ที่ดี ต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ

การมีพื้นที่และเครื่องมือในการสื่อสาร หมายความว่าพนักงานมีโอกาสส่งเสียงได้ไกลขึ้น แต่ยิ่งเสียงไปได้ไกลเท่าไร ความรับผิดชอบต่อสิ่งที่สื่อสารก็ยิ่งสำคัญขึ้น

การเป็น KOL จึงไม่ได้วัดจากยอด Like ยอด View หรือจำนวนผู้ติดตามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึง ความถูกต้อง ประโยชน์ของเนื้อหา และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้รับสาร

แนวคิดของ C.P. SUPER KOL จึงให้ความสำคัญกับการเป็น Ethical KOL ที่สื่อสารข้อมูลอย่างถูกต้อง ใช้ทักษะการเล่าเรื่องเพื่อส่งต่อสิ่งที่เป็นประโยชน์ และสร้างอิทธิพลเชิงบวกต่อคนรอบข้างและสังคม

เพราะในโลกที่ใครก็สามารถสร้างคอนเทนต์ได้ สิ่งที่ทำให้ “เสียง” หนึ่งมีคุณค่า ไม่ใช่แค่มีคนได้ยินมากแค่ไหน แต่คือ สิ่งที่พูดออกไปมีความน่าเชื่อถือและสร้างประโยชน์ได้มากแค่ไหน

 

จากเสียงของพนักงาน สู่เครือข่ายเสียงขององค์กร

หัวใจของ Employee Voice ไม่ใช่การทำให้พนักงานทุกคนกลายเป็น Influencer แต่คือการสร้าง คนที่เข้าใจองค์กร มีทักษะในการสื่อสาร และรู้ว่าจะใช้เสียงของตัวเองสร้างคุณค่าอย่างไร

เมื่อพนักงานจากหลากหลายธุรกิจได้มาเรียนรู้ ทดลองทำ Mission และทำกิจกรรมร่วมกัน สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาทักษะของแต่ละคน แต่ยังช่วยสร้างเครือข่าย C.P. SUPER KOL ที่สามารถแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และช่วยกันถ่ายทอดเรื่องราวขององค์กรผ่านมุมมองและประสบการณ์ที่แตกต่างกัน

การสื่อสารจึงไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือเป็นข้อความที่ส่งออกจากส่วนกลางเพียงทางเดียว แต่เปิดพื้นที่ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการถ่ายทอดค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรผ่านเรื่องราวจริงของตัวเอง

กระบอกเสียงที่ทรงพลังขององค์กร อาจไม่ใช่เสียงที่ดังที่สุด แต่คือเสียงจากคนข้างในที่เข้าใจองค์กร เล่าเรื่องได้อย่างจริงใจ และสื่อสารอย่างรับผิดชอบ เมื่อเสียงเหล่านี้เชื่อมต่อกัน ก็สามารถช่วยให้ค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรถูกส่งต่อผ่านคนจริง ๆ ในองค์กรได้อย่างเป็นธรรมชาติ


บทความหน่วยธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

articleImage324
Business Knowledge
6CoreValuesinAction
Honesty at Heart: เพราะความซื่อสัตย์คือหัวใจของการดำเนินธุรกิจ

16 ต.ค. 2569

6
0

ยอดขายอาจสะท้อนความสำเร็จในวันนี้ แต่ความไว้วางใจคือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้ในระยะยาว ในโลกธุรกิจที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากมาย การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่แค่เรื่องราคาและคุณภาพสินค้า แต่ยังรวมถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ โดยเฉพาะธุรกิจอาหารที่ทุกผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้องกับคุณภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภคโดยตรง สำหรับเอเต้ ไอศกรีม ความซื่อสัตย์จึงไม่ใช่เพียงคำมั่นสัญญา แต่เป็นหลักสำคัญที่ต้องสะท้อนผ่านทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจ เพราะการสร้างความไว้วางใจไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอและความรับผิดชอบในระยะยาว เบื้องหลังไอศกรีมหนึ่งชิ้น ไม่ได้มีเพียงการสร้างสรรค์รสชาติให้อร่อย แต่ยังรวมถึงกระบวนการทำงานที่ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงระบบตรวจสอบคุณภาพที่ได้มาตรฐานสากล การให้ความสำคัญกับการตรวจสอบตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษามาตรฐานของสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ นอกจากคุณภาพของสินค้าแล้ว การสื่อสารข้อมูลอย่างถูกต้องและตรงไปตรงมาก็เป็นอีกหนึ่งความรับผิดชอบที่ธุรกิจอาหารไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นการแสดงส่วนประกอบ ข้อมูลโภชนาการ หรือรายละเอียดสำคัญบนบรรจุภัณฑ์ ล้วนเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการของตนเอง เพราะความซื่อสัตย์ไม่ได้หมายถึงการผลิตสินค้าให้ดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึง การไม่ปิดบังข้อมูลสำคัญ และสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างชัดเจนและโปร่งใส ในมุมของธุรกิจ "ความซื่อสัตย์อาจไม่ใช่สิ่งที่สามารถวัดผลเป็นตัวเลขได้ทันที แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค" ดังนั้นเอเต้ ไอศกรีม จึงให้ความสำคัญกับมาตรฐานคุณภาพ การดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบสอดคล้องตามค่านิยม 6 ประการ เพื่อเป็นการวางรากฐานให้แบรนด์ได้รับความไว้วางใจและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

อ่านเพิ่มเติม
articleImage321
ภัยไซเบอร์
ภัยไซเบอร์ใกล้ตัวกว่าที่คิด แค่ "ตั้งสติก่อนคลิก" ก็รอดได้

16 ต.ค. 2569

9
0

Context: ภัยไซเบอร์ยุคนี้ไม่ได้มากับแฮกเกอร์ในห้องมืดที่พยายามเจาะระบบคอมพิวเตอร์ล้ำยุค แต่มักพุ่งเป้ามาที่ "ความเผลอ" ของพวกเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นข้อความ SMS เพียง 1 ข้อความ คิวอาร์โค้ด 1 รูป รหัสผ่านที่เราใช้ซ้ำจนชิน หรือข้อมูล 1 ชิ้นที่เราเผลอส่งออกไป บทความนี้รวบรวมองค์ความรู้จากทีม AXONS มาแชร์เป็นวิธีรับมือแบบง่าย ๆ ที่ทำได้จริง เพื่อปกป้องเงินและข้อมูลสำคัญของคุณโดยไม่ต้องมีความรู้ด้านไอทีขั้นสูง Key Knowledge: ข้อความและลิงก์ปริศนา ด่านแรกของการล้วงข้อมูล: มิจฉาชีพรู้ว่าคนเราตกใจง่าย จึงมักใช้วิธีส่งข้อความหลอกลวงอ้างว่าบัญชีธนาคารมีปัญหา หรือให้สิทธิประโยชน์พิเศษ เพื่อให้เรากดลิงก์หรือโหลดแอปพลิเคชันนอกแอปหรือเพลย์สโตร์ทางการ เพื่อขโมยข้อมูล สิ่งที่ควรทำคือ "คิดก่อนคลิก" ตรวจสอบแหล่งที่มา หากไม่แน่ใจต้องท่องไว้ว่า ไม่คลิก ไม่กรอก ไม่โหลด และถ้าเผลอโหลดแอปพลิเคชันแปลก ๆ ไปแล้ว ให้รีบตัดอินเทอร์เน็ต (เช่น เปิดโหมดเครื่องบิน) แล้วโทรติดต่อธนาคารทันที รหัสผ่านรั่วที่เดียวอาจพังทั้งระบบ: รหัสผ่านและรหัส PIN ก็เหมือนกุญแจเข้าบ้าน เราไม่ควรใช้กุญแจดอกเดียวกันไขทุกอย่าง ควรแยกรหัสผ่านเรื่องงาน โซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชันการเงินออกจากกัน แนะนำให้เปลี่ยนมาตั้งรหัสผ่านเป็นประโยคยาว ๆ ที่มีความหมายกับเราเพื่อให้จำง่ายแต่คนอื่นเดายาก และควรเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอน (MFA) ในทุกระบบที่รองรับเพื่อเป็นเกราะป้องกันอีกชั้น สแกนคิวอาร์โค้ด สะดวกได้แต่ต้องเช็กให้ชัวร์: มิจฉาชีพอาจนำสติกเกอร์คิวอาร์โค้ดปลอมมาแปะทับของจริง เพื่อหลอกให้เราโอนเงินผิดบัญชี หรือพาไปเว็บไซต์ปลอม ดังนั้นก่อนสแกนควรสังเกตรอยแปะทับ และก่อนกดยืนยันโอนเงินต้องสละเวลา 2 วินาทีเช็กชื่อบัญชีผู้รับและยอดเงินให้ชัวร์ รวมถึงสังเกตชื่อลิงก์ก่อนกดเปิดหน้าเว็บเสมอ ใช้ AI อย่างฉลาด ต้องรอบคอบก่อนป้อนข้อมูล: AI แบบสาธารณะช่วยให้เราทำงานเร็วขึ้นก็จริง แต่ก็เปรียบเสมือนพื้นที่ส่วนรวม หากเราป้อนข้อมูลความลับของบริษัท แผนธุรกิจ หรือข้อมูลลูกค้าลงไป ข้อมูลเหล่านั้นอาจถูกระบบบันทึกไปใช้เป็นฐานข้อมูลได้ จึงควรตั้งคำถามกับตัวเองก่อนพิมพ์คำสั่งเสมอว่า "ข้อมูลนี้เปิดเผยได้หรือไม่" และควรเปลี่ยนไปใช้ข้อมูลสมมติแทนข้อมูลจริงเสมอ Key Takeaway: ความปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ได้เริ่มจากระบบที่แพงที่สุด แต่เริ่มจาก 5 พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่เราทำเป็นประจำทุกวัน ได้แก่ คิดก่อนคลิก ตรวจสอบก่อนสแกน ไม่แชร์ข้อมูลลับ แยกใช้รหัสผ่านและเปิดการยืนยันตัวตนสองชั้น และคิดก่อนป้อนข้อมูลลง AI เพียงแค่ปรับสติก่อนใช้งาน ชีวิตดิจิทัลของเราก็ปลอดภัยขึ้นแล้ว

อ่านเพิ่มเติม
articleImage315
CPLI
เมื่อโลกธุรกิจจริง กลายเป็นห้องเรียนของคนรุ่นใหม่

16 ต.ค. 2569

8
0

โจทย์จริง ทำให้การเรียนรู้ไปไกลกว่าการหาคำตอบ ความรู้จากห้องเรียนเป็นพื้นฐานสำคัญ แต่เมื่อต้องนำมาใช้กับโลกธุรกิจจริง ผู้เรียนต้องคิดมากกว่าการหาคำตอบที่ ถูก เพราะยังต้องตอบให้ได้ว่า ไอเดียนั้นแก้ปัญหาอะไร ตอบโจทย์ธุรกิจหรือไม่ และสามารถพัฒนาให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร แนวคิดนี้ถูกนำมาใช้ใน CP CUP โครงการจาก เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยฝ่ายทรัพยากรบุคคลเครือฯ ร่วมกับสถาบันผู้นำฯ เวทีที่เปิดโอกาสให้นักศึกษานำความรู้และไอเดียมาพัฒนาเป็น Solution เพื่อแก้โจทย์ธุรกิจจริงของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อค้นหาคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ และค้นหาแนวคิดทางธุรกิจที่ตอบโจทย์องค์กร จุดสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันว่าใครมีไอเดียดีที่สุด แต่คือ การนำโจทย์ที่องค์กรมีอยู่จริง มาเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่เรียนรู้และพัฒนาคน อย่าให้แค่โจทย์ แต่ต้องให้เห็น บริบทของโจทย์ด้วย การคิด Solution จากข้อมูลบนกระดาษ กับการได้เห็นว่าธุรกิจทำงานจริงอย่างไร ย่อมทำให้เห็นโจทย์ในมุมที่แตกต่างกัน CP CUP จึงไม่ได้มีเพียง Business Case และการนำเสนอผลงาน แต่เชื่อมการแก้โจทย์เข้ากับการเยี่ยมชมและเรียนรู้จากธุรกิจจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังโจทย์ ทั้งรูปแบบธุรกิจ กระบวนการทำงาน เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ถูกนำมาใช้จริง เมื่อได้เห็นบริบทจริง ผู้เรียนจึงสามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนในมหาวิทยาลัยเข้ากับการปฏิบัติ และนำสิ่งที่พบกลับมาทบทวนและพัฒนา Solution ให้มีความเป็นไปได้ทางธุรกิจมากขึ้น ให้ผู้เรียนเป็นเจ้าของกระบวนการคิด CP CUP เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิด พัฒนาแผนธุรกิจ และนำเสนอแนวทางของตัวเองต่อคณะกรรมการ ระหว่างทาง ผู้เรียนต้องใช้ทักษะหลายด้านไปพร้อมกัน ตั้งแต่การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกับผู้อื่น การบริหารเวลา ไปจนถึงภาวะผู้นำ ขณะที่การประเมินไม่ได้มองเพียงตัวแผน แต่ครอบคลุมทั้ง ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม และการนำเสนอ โจทย์ธุรกิจหนึ่งโจทย์จึงไม่ได้ฝึกเพียงความสามารถในการ คิดแผน แต่กลายเป็นพื้นที่ให้ผู้เรียนได้ทดลองใช้ทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานจริงหลายด้านพร้อมกัน จากห้องเรียน สู่โลกธุรกิจและการเรียนรู้ระดับนานาชาติ การเรียนรู้จะกว้างขึ้นอีก เมื่อผู้เรียนไม่ได้หยุดอยู่แค่การคิด Solution แต่มีโอกาสออกไปเห็นว่าโลกธุรกิจจริงกำลังทำอะไร และบริบทอื่นแตกต่างจากสิ่งที่ตัวเองคุ้นเคยอย่างไร CP CUP จึงต่อยอดการเรียนรู้ จากห้องเรียนสู่โลกธุรกิจจริง จากแนวคิดสู่การลงมือปฏิบัติ และจากการแข่งขันในประเทศสู่การเรียนรู้ระดับนานาชาติ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ชนะได้ศึกษาธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในประเทศจีน เพื่อเปิดมุมมองและนำสิ่งที่ได้เรียนรู้กลับมาต่อยอด Solution ของตัวเอง ตั้งแต่ธุรกิจค้าปลีกและอุตสาหกรรมอาหาร ไปจนถึงเทคโนโลยีหุ่นยนต์และ AI การได้สัมผัสสิ่งที่เกิดขึ้นจริงช่วยให้คนรุ่นใหม่มองเห็นทั้งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี รูปแบบธุรกิจ และแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นในโลกธุรกิจ ขณะเดียวกัน การเรียนรู้จากบริบทที่แตกต่างยังช่วยให้เห็นว่า Solution ที่เหมาะกับพื้นที่หนึ่ง อาจต้องปรับ เมื่อผู้คน ตลาด และสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป ทำให้การเรียนรู้ไม่ได้หยุดอยู่ที่การแก้โจทย์ แต่ขยายไปสู่การคิดและทำงานในบริบทที่กว้างขึ้น เปลี่ยน โจทย์ของธุรกิจ ให้เป็น โอกาสในการพัฒนาคน การพัฒนาคนไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ธุรกิจเองก็สามารถเป็นพื้นที่การเรียนรู้ได้ เริ่มจากนำโจทย์จริงมาให้คิด เปิดโอกาสให้ผู้เรียนพัฒนาแนวทางด้วยตัวเอง พาไปเห็นบริบทและการทำงานจริง แล้วนำสิ่งที่พบกลับมาต่อยอดความคิด กระบวนการนี้ช่วยให้ผู้เรียนเชื่อมความรู้เข้ากับการปฏิบัติ พร้อมพัฒนาทักษะจากการลงมือทำจริง ขณะที่องค์กรก็ได้เห็นทั้งศักยภาพของคนรุ่นใหม่และแนวคิดใหม่ ๆ ที่สามารถนำมาต่อยอดกับโจทย์ทางธุรกิจได้ บางครั้ง การสร้างพื้นที่เรียนรู้ อาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการสร้างหลักสูตรใหม่ แต่เริ่มจากการมองกลับเข้ามาในธุรกิจว่า มีโจทย์จริงอะไรที่สามารถเปลี่ยนให้เป็นโอกาสในการเรียนรู้ได้บ้าง แล้วเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ลองคิด ลงมือทำ เห็นของจริง และนำสิ่งที่เรียนรู้กลับไปพัฒนาความคิดของตัวเองต่อไป

อ่านเพิ่มเติม
articleImage314
CPLI
สร้างคนให้กล้าคิด สร้างพื้นที่ให้ไอเดียเติบโต

16 ต.ค. 2569

8
0

นวัตกรรมเริ่มได้จากคนในองค์กร พนักงานที่อยู่ใกล้กับงาน ลูกค้า และปัญหาทางธุรกิจ มักมองเห็นทั้ง Pain Point และโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในการทำงาน แต่การมีไอเดียเพียงอย่างเดียว อาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โครงการ CP Exponential Surge จากเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย CPLI จึงเป็นพื้นที่ให้พนักงานจากหลากหลายกลุ่มธุรกิจนำไอเดียมาพัฒนา เพื่อตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ของธุรกิจและสร้างนวัตกรรมจากภายในองค์กร หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการค้นหาไอเดียที่ดีที่สุด แต่คือ การสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พนักงานกล้าคิด กล้าทดลอง และมีโอกาสพัฒนาไอเดียให้ไปไกลกว่าเดิม ไอเดียที่ดี ต้องผ่านกระบวนการพัฒนา CP Exponential Surge ไม่ได้เปิดพื้นที่ให้พนักงานเพียงนำเสนอไอเดีย แต่ให้แต่ละทีมพัฒนาโครงการ ผ่านการคัดเลือก นำเสนอ รับข้อเสนอแนะ และกลับไปปรับปรุง ก่อนนำเสนออีกครั้งต่อผู้บริหารระดับสูง กระบวนการนี้ทำให้ Feedback กลายเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา ไม่ใช่เพียงคำตัดสินว่าไอเดียใดผ่านหรือไม่ผ่าน แต่ช่วยให้เจ้าของไอเดียกลับไปคิดให้ลึกขึ้น ทั้งในด้านปัญหาที่ต้องการแก้ ความเป็นไปได้ และคุณค่าที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจ เพราะการส่งเสริมให้คนคิดสิ่งใหม่ ไม่ได้หมายถึงการเปิดพื้นที่ให้คิดอย่างเดียว แต่ต้องมี มาตรฐานและกระบวนการที่ช่วยยกระดับคุณภาพของความคิดไปพร้อมกัน จากไอเดีย ต้องไปให้ถึงการทดลองจริง อีกหลักคิดสำคัญคือ ไอเดียที่ดีไม่ควรจบอยู่บนเวทีนำเสนอ โครงการที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องนำแนวคิดไปต่อยอดและทดลองดำเนินการจริง โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มธุรกิจ จึงเป็นการพาพนักงานเดินทางจาก คิดไอเดีย พัฒนา รับ Feedback ไปจนถึงทดลองทำจริง ซึ่งช่วยพัฒนาทั้งตัวโครงการและคนที่อยู่เบื้องหลังโครงการไปพร้อมกัน พัฒนาคน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงจากภายใน การพัฒนาคนไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียน แต่สามารถเกิดขึ้นผ่านโจทย์จริงที่ท้าทาย เปิดโอกาสให้พนักงานได้คิด ทดลอง เรียนรู้จาก Feedback และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ของสิ่งที่ตัวเองเสนอ ขณะเดียวกันยังเป็นการนำ 6 Core Values มาสู่การลงมือปฏิบัติจริง เพราะเมื่อองค์กรต้องการให้พนักงานเป็นพลังของการเปลี่ยนแปลง สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการบอกให้คนคิดใหม่ แต่ต้องสร้างพื้นที่ กระบวนการ และโอกาสที่ทำให้ความคิดนั้นได้รับการพัฒนาและถูกนำไปทดลองจริง นี่คืออีกหนึ่งวิธีที่เราใช้พัฒนาศักยภาพของคน ควบคู่ไปกับการสร้างนวัตกรรมและการเติบโตจากภายในองค์กร

อ่านเพิ่มเติม

บทเรียนที่ดีที่สุด คือ บทเรียนจากคนที่ลงมือทำจริง
✦ Real Experience
✦ Endless Learning & Ideas
✦ Grow Together

ติดต่อเรา

facebookinstragramtiktokyoutube

รับข่าวสารเว็บไซต์

แผนที่

บริษัท พัฒนาผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์
313 ชั้น 25 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10500

© 2026 All rights reserved. Developed by Leadership Development, Charoen Pokphand Group Co., Ltd.