แท็กที่ค้นหา "บทความ"
13 รายการที่พบ
6 เช็กลิสต์เตรียมความพร้อมก่อนเปิดร้าน "บุฟเฟต์พรีเมียม" เคล็ดลับที่ผู้ประกอบการต้องรู้!หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ฝันอยาก เปิดร้านอาหาร หรือกำลังสนใจลงทุนในธุรกิจ ร้านอาหารบุฟเฟต์พรีเมียม คุณอาจจะคิดว่าหัวใจสำคัญคือ "รสชาติอาหาร" หรือ "ความหลากหลาย" แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่ตัดสินว่าลูกค้าจะกลับมาใช้บริการอีกหรือไม่ คือ "ความประทับใจแรกพบ" (First Impression) ตั้งแต่นาทีแรกที่ก้าวเข้ามาในร้าน วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกเคล็ดลับการบริหารจัดการร้านอาหารระดับมืออาชีพ จากบทเรียนคู่มือปฏิบัติงานมาตรฐาน (SOP) ของร้านบุฟเฟต์ระดับอินเตอร์อย่าง Great Harbour มาดูกันว่าเขามีวิธี การจัดการร้านอาหาร อย่างไร ให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมในทุกๆ วัน ทำไม "การเตรียมความพร้อมก่อนเปิดร้าน" ถึงสำคัญที่สุด? ร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จขับเคลื่อนด้วย "ระบบ" เป้าหมายหลักของการตรวจความพร้อมก่อนเปิดไลน์อาหาร (Buffet Line Readiness Check) มี 3 ข้อคือ: Uniform Experience Excellence: ลูกค้าโต๊ะแรกและโต๊ะสุดท้าย ต้องได้รับอาหาร บริการ และความประทับใจในมาตรฐานเดียวกัน Operational Zero Defect: ลดข้อผิดพลาดหน้างานให้เป็น "ศูนย์" อาหารต้องไม่ขาด อุปกรณ์ต้องพร้อม ป้ายชื่อถูกต้อง Food Safety Risk Mitigation: ป้องกันความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาหารอย่างเด็ดขาด เพราะเรื่องสุขภาพของลูกค้าคือสิ่งสำคัญที่สุด หากคุณอยากยกระดับร้านอาหารให้เป็น "เกรดพรีเมียม" นี่คือ 6 เช็กลิสต์ ที่ต้องทำก่อนเปิดประตูรับลูกค้าทุกรอบ! 1. พื้นที่บริการต้องสะอาดเรียบร้อย (Service Area Hygiene) ความพรีเมียมเริ่มต้นที่ "ความสะอาด" สภาพแวดล้อมที่ดีย่อมสะท้อนถึงมาตรฐานในครัว เช็กลิสต์: พื้นผิว เคาน์เตอร์ ต้องไม่มีคราบไขมันหรือเศษอาหาร ถังขยะต้องว่างเปล่า ไฟส่องสว่างทำงานครบ โต๊ะเก้าอี้จัดเรียงเป็นระเบียบ กฎเหล็ก: หากพบคราบอาหารที่ไลน์สเตชั่น แม้เพียงเล็กน้อย ต้องทำความสะอาดทันที "ก่อน" ลูกค้าเข้าร้าน 2. การจัดเรียงอาหารให้น่าทาน (Food Presentation Excellence) ร้านบุฟเฟต์พรีเมียมต้องให้ความสำคัญกับการจัดวาง วัตถุดิบที่ดีต้องมาพร้อมการนำเสนอที่กระตุ้นความหิว สเตชั่นญี่ปุ่น: ซาชิมิต้องสีสดตามธรรมชาติ และไม่มีน้ำแข็งละลายสะสม สเตชั่นซีฟู้ด: น้ำแข็งรองต้องดูสะอาดตา และมีปริมาณอาหารจัดเรียงแน่นดูน่าทาน สเตชั่นของหวาน: เค้กและผลไม้ต้องดูสดใหม่ ไม่มีร่องรอยการยุบตัว กฎเหล็ก: อาหารต้องดูเหมือน "เพิ่งปรุงเสร็จใหม่" และป้ายชื่ออาหารต้องตรงกับเมนูจริง 100% 3. ควบคุมอุณหภูมิให้ได้มาตรฐาน (Critical Temperature Control) มาตรฐานร้านอาหาร ที่ดีต้องใส่ใจเรื่อง Food Safety การละเลยอุณหภูมิเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงความเสี่ยงของลูกค้า อาหารร้อน: อุณหภูมิต้องไม่ต่ำกว่า 60°C (เช่น ซุป, เป็ดย่าง, ติ่มซำ) อาหารเย็น: อุณหภูมิต้องไม่เกิน 5°C (เช่น ซาชิมิ, หอยนางรม) กฎเหล็ก: หากวัดอุณหภูมิแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ ห้ามนำออกเสิร์ฟ! ต้องนำกลับไปปรับอุณหภูมิหรือเปลี่ยนชุดใหม่ทันที 4. อุปกรณ์การทานต้องพร้อมสรรพ (Service Equipment Readiness) ช่วงเวลาลูกค้าหนาแน่น (Peak Hour) หากจานชามหมด ย่อมทำให้การบริการสะดุด เช็กลิสต์: จาน ช้อน ส้อม แก้วน้ำ (ต้องใสไร้คราบ) และที่คีบอาหาร (ต้องแยกประเภทชัดเจน) กฎเหล็ก: พนักงานต้องตรวจสอบยอดการจอง (Booking) และเตรียมอุปกรณ์ให้เพียงพอกับจำนวนลูกค้าเสมอ 5. ด่านตรวจสอบสุดท้าย (The Final Walkthrough) ร้านอาหารควรมี Manager On Duty (MOD) หรือ ผู้จัดการรอบนั้นๆ เป็น "ด่านสุดท้าย" ในการประเมินว่าร้านพร้อมเปิดหรือไม่ โดยใช้หลักการง่ายๆ คือ: REJECT (ระงับชั่วคราว): อาหารไม่ครบ ป้ายผิด อุปกรณ์ไม่พอ – ให้ระงับการเปิดสเตชั่นนั้นจนกว่าจะแก้ไขเสร็จ STOP (ห้ามเปิดเด็ดขาด): อุณหภูมิไม่ได้มาตรฐาน พบความเสี่ยงด้าน Food Safety GO (พร้อมเปิดบริการ): ผ่านเกณฑ์ครบทุกข้อ อนุมัติเปิดร้านได้! 6. สร้างวัฒนธรรม "ไม่พร้อม... ไม่เปิด" (Quality Over Speed) ผู้ประกอบการต้องปลูกฝังแนวคิดให้ทีมงานว่า "คุณภาพต้องมาก่อนความเร็ว" การฝืนเปิดร้านทั้งที่อาหารยังจัดไม่เสร็จ หรืออุณหภูมิตู้แช่ไม่ได้มาตรฐาน จะส่งผลเสียต่อแบรนด์ในระยะยาว 💡 บททดสอบสำหรับผู้ประกอบการ (Mini-Quiz for Restaurateurs) ลองถามทีมงานของคุณดูว่า หากเจอสถานการณ์เหล่านี้ พวกเขาจะแก้ปัญหาอย่างไร? ป้ายชื่ออาหารไม่ตรงกับเมนูจริง? (คำตอบ: เปลี่ยนทันทีก่อนเปิดร้าน) ซุปหรือติ่มซำ ร้อนไม่ถึง 60 องศา? (คำตอบ: ห้ามเสิร์ฟ นำไปอุ่นให้ได้อุณหภูมิมาตรฐานทันที) ตู้แช่ซาชิมิมีปัญหา อุณหภูมิต่ำกว่าเกณฑ์ความเย็น? (คำตอบ: แจ้งผู้จัดการทันที ห้ามนำออกบริการ และรีบแก้ไขเพื่อรักษา Food Safety) การทำธุรกิจ ร้านอาหารบุฟเฟต์ ให้ประสบความสำเร็จ เป็นเรื่องของการรักษาระดับ "มาตรฐาน" ให้คงที่ นำเช็กลิสต์เหล่านี้ไปปรับใช้กับร้านของคุณ เพื่อมอบความพรีเมียมที่ทำให้ลูกค้าประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกได้อย่างแน่นอน!
อ่านเพิ่มเติม เปลี่ยนประสบการณ์ของคน สู่ความรู้ขององค์กรผู้นำจะเปลี่ยน Tacit Knowledge ให้กลายเป็นองค์ความรู้ที่ส่งต่อได้อย่างไร? ทุกองค์กรมีคนที่มากด้วยประสบการณ์จากการทำงานจริง ผ่านทั้งความสำเร็จ ความผิดพลาด การตัดสินใจ และการแก้ปัญหา จนเกิดเป็น Tacit Knowledge หรือความรู้ที่ฝังอยู่ในตัวบุคคล ทั้งเทคนิคในการทำงาน วิธีที่ได้ผล และสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง แต่ความรู้เหล่านี้ไม่ควรจบอยู่กับคนเพียงคนเดียว สิ่งสำคัญคือการนำประสบการณ์กลับมาทบทวนและสกัดว่า อะไรคือสิ่งที่ทำได้ผล มีทีเด็ดอะไร เคยผิดพลาดตรงไหน และมีบทเรียนอะไรที่ควรส่งต่อ ซึ่งเป็นหัวใจของ Knowledge Management (KM) ที่เปลี่ยนความรู้ของบุคคลให้เป็นองค์ความรู้ที่ผู้อื่นสามารถเรียนรู้ นำไปใช้ และต่อยอดได้ ผู้นำไม่ได้มีหน้าที่แค่สร้างผลงาน แต่ต้องสร้างคนและส่งต่อความรู้ ในหลักสูตรพัฒนาผู้นำของ CPLI ผู้เข้าร่วมที่รับบทบาทเป็น เถ้าแก่ จะได้เรียนรู้จากการทำธุรกิจจริง ตั้งแต่รับเป้าหมาย วางกลยุทธ์ ลงมือทำ ตัดสินใจ แก้ปัญหา ไปจนถึงรับผิดชอบผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น แต่การเรียนรู้ไม่ได้จบลงเมื่อธุรกิจสร้างผลลัพธ์ ทุก 3 เดือน เถ้าแก่จะต้องกลับมาทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น และส่งมอบองค์ความรู้คืนสู่องค์กร โดยแบ่งบทเรียนออกเป็น 2 ประเภท บทเรียนจากความสำเร็จ (Success Lesson) ถอดสิ่งที่ทำสำเร็จออกมาให้เห็นว่า ทำอย่างไร อะไรคือวิธีหรือเทคนิคสำคัญ และคนอื่นจะนำไปใช้ต่อได้อย่างไร บทเรียนจากข้อผิดพลาด (Failure Lesson) ถอดปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้น พร้อมวิธีป้องกันหรือแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดแบบเดิมซ้ำ เพราะการเล่าว่า เกิดอะไรขึ้น ยังไม่ใช่องค์ความรู้ สิ่งสำคัญคือการสกัดให้ได้ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นสอนอะไรเรา และคนอื่นจะนำบทเรียนนี้ไปใช้ต่อได้อย่างไร 7 ขั้นตอน เปลี่ยนประสบการณ์ให้เป็นองค์ความรู้ CPLI ออกแบบกระบวนการจัดการความรู้ตั้งแต่ประสบการณ์ของคน ไปจนถึงการนำความรู้กลับไปใช้จริง ผ่าน 7 ขั้นตอน Experience: เริ่มจากประสบการณ์จริงมองหาบทเรียนจากความสำเร็จ ความผิดพลาด การตัดสินใจ และการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำงานจริง Capture: สกัดสิ่งที่ได้เรียนรู้ค้นหาวิธีคิด วิธีทำ เทคนิค หรือบทเรียนสำคัญที่ซ่อนอยู่ในประสบการณ์นั้น Categorize: จัดหมวดหมู่ความรู้จัดองค์ความรู้ตามหมวดหมู่ เพื่อให้ง่ายต่อการสร้างองค์ความรู้ การค้นหา และการนำไปใช้ Create: เรียบเรียงให้น่าเรียนรู้เปลี่ยนบทเรียนจากหน้างานให้เป็นเนื้อหาที่คนอื่นอ่านแล้วเข้าใจทั้งที่มา วิธีทำ และสิ่งที่ได้เรียนรู้ Check: ตรวจสอบคุณภาพทบทวนด้วย 4 คำถามสำคัญ คือ ถูกต้องไหม น่าสนใจไหม เข้าใจง่ายไหม และนำไปใช้ได้จริงไหม Share: ส่งต่อความรู้เผยแพร่องค์ความรู้ผ่านระบบ CPLI Learning Space เพื่อให้คนในองค์กรเข้าถึงและเรียนรู้ได้ Impact: นำไปใช้และต่อยอดเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การมีความรู้เก็บไว้ในระบบ แต่คือการทำให้คนเรียนรู้ นำไปใช้ และสร้างผลลัพธ์ใหม่จากความรู้นั้น องค์ความรู้ที่ดี ต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพ CPLI มีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพก่อนเผยแพร่ โดย Mentor ช่วยทบทวนความครบถ้วนและความถูกต้องของเนื้อหา ก่อนส่งต่อให้ KM Committee ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจากแต่ละกลุ่มธุรกิจ พิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งวิธีการ ผลลัพธ์ และการนำไปประยุกต์ใช้ หากยังไม่ผ่านเกณฑ์ จะมีข้อเสนอแนะเพื่อนำกลับไปปรับปรุง กระบวนการนี้ช่วยให้ KM ไม่ใช่เพียง เรื่องเล่าจากประสบการณ์ แต่เป็น องค์ความรู้ที่มีคุณภาพและคนอื่นนำไปใช้ต่อได้จริง ทำอย่างไรให้การส่งต่อความรู้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง? การสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพียงแค่บอกให้ทุกคนแบ่งปันความรู้ แต่ต้องมีระบบที่ทำให้การทบทวน สกัด และส่งต่อความรู้เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ CPLI จึงกำหนดรอบการส่งมอบ KM ทุกไตรมาส พร้อมสนับสนุนตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การให้ความรู้เรื่อง KM วิธีสกัดบทเรียน เกณฑ์การพิจารณา ขั้นตอนการส่งผ่านระบบ ไปจนถึงการจัดช่วงทบทวนและตอบคำถามให้กับเถ้าแก่ Mentor และ KM Committee ปัจจุบันมีองค์ความรู้มากกว่า 10,000 เรื่อง ในระบบ เพื่อให้บุคลากรและเถ้าแก่รุ่นต่อไปสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์จริง และนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานของตนเอง เพราะคุณค่าของ KM ไม่ได้อยู่ที่ว่า องค์กรเก็บความรู้ไว้ได้มากแค่ไหน แต่อยู่ที่ความรู้เหล่านั้น ถูกส่งต่อและนำไปใช้ประโยชน์ได้มากแค่ไหน เมื่อประสบการณ์ของคนหนึ่งคนกลายเป็นบทเรียนให้คนอีกหลายคนได้เรียนรู้ คนรุ่นต่อไปก็ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากศูนย์ แต่สามารถนำองค์ความรู้ที่มีไปต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น และทำให้ความรู้เติบโตไปพร้อมกับคนและองค์กร
อ่านเพิ่มเติม Business Knowledge
6CoreValuesinAction
Honesty at Heart: เพราะความซื่อสัตย์คือหัวใจของการดำเนินธุรกิจ ยอดขายอาจสะท้อนความสำเร็จในวันนี้ แต่ความไว้วางใจคือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้ในระยะยาว ในโลกธุรกิจที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากมาย การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่แค่เรื่องราคาและคุณภาพสินค้า แต่ยังรวมถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ โดยเฉพาะธุรกิจอาหารที่ทุกผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้องกับคุณภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภคโดยตรง สำหรับเอเต้ ไอศกรีม ความซื่อสัตย์จึงไม่ใช่เพียงคำมั่นสัญญา แต่เป็นหลักสำคัญที่ต้องสะท้อนผ่านทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจ เพราะการสร้างความไว้วางใจไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอและความรับผิดชอบในระยะยาว เบื้องหลังไอศกรีมหนึ่งชิ้น ไม่ได้มีเพียงการสร้างสรรค์รสชาติให้อร่อย แต่ยังรวมถึงกระบวนการทำงานที่ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงระบบตรวจสอบคุณภาพที่ได้มาตรฐานสากล การให้ความสำคัญกับการตรวจสอบตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษามาตรฐานของสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ นอกจากคุณภาพของสินค้าแล้ว การสื่อสารข้อมูลอย่างถูกต้องและตรงไปตรงมาก็เป็นอีกหนึ่งความรับผิดชอบที่ธุรกิจอาหารไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นการแสดงส่วนประกอบ ข้อมูลโภชนาการ หรือรายละเอียดสำคัญบนบรรจุภัณฑ์ ล้วนเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการของตนเอง เพราะความซื่อสัตย์ไม่ได้หมายถึงการผลิตสินค้าให้ดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึง การไม่ปิดบังข้อมูลสำคัญ และสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างชัดเจนและโปร่งใส ในมุมของธุรกิจ "ความซื่อสัตย์อาจไม่ใช่สิ่งที่สามารถวัดผลเป็นตัวเลขได้ทันที แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค" ดังนั้นเอเต้ ไอศกรีม จึงให้ความสำคัญกับมาตรฐานคุณภาพ การดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบสอดคล้องตามค่านิยม 6 ประการ เพื่อเป็นการวางรากฐานให้แบรนด์ได้รับความไว้วางใจและเติบโตได้อย่างยั่งยืน
อ่านเพิ่มเติมBEYOND PROFIT เหนือกว่ากำไร
บทที่ 1 จุดเริ่มต้นการเรียนรู้ ประตูสู่ความกลมเกลียว BEYOND PROFIT เหนือกว่ากำไรผลึกความคิดจากชีวิตและจิตใจ : ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ จุดเริ่มต้นการเรียนรู้ของ 7-Eleven เกิดจากการสนทนา ในที่ประชุมของทีมบริหาร ต่อเนื่องไปจนถึงพนักงานประจำสาขาที่ร่วมสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าในแต่ละวัน ขอให้ทุกท่านลองจินตนาการว่า หากเปรียบองค์กรหนึ่งเป็นเหมือนวงดนตรี แต่ละคนมีเครื่องดนตรีของตัวเองและต่างบรรเลงตัวโน้ตที่แตกต่างกันออกไป หากสมาชิกในวงดนตรีนั้นต่างคนต่างเล่นโดยไม่ประสานกัน เสียงเพลงที่บรรเลงออกมาก็คงจะไม่ไพเราะสักเท่าไร ความเป็นวงดนตรีก็คงจะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าวงดนตรีวงนั้นสมาชิกในวงมีความตั้งใจที่จะร่วมมือเพื่อเล่นเพลงเดียวกัน ฟังท่วงทำนองของกันและกันด้วยใจ เสียงเพลงที่เปล่งออกมาก็จะไม่ใช่แค่เพราะ แต่ทรงพลังจนกลายเป็นบทเพลงที่ผู้ฟังจะต้องลืมไม่ลงเลยทีเดียว การบริหารองค์กรแบบ 7-Eleven ยึดถือแนวคิดดังกล่าวอย่างจริงจัง การเล่นดนตรีในจังหวะเดียวกันเปรียบได้กับการทำงานเป็นทีมเวิร์ก และพร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานแต่ละส่วนงานได้แสดงฝีมืออย่างสุดความสามารถ บนฐานความคิดที่ว่า ทุกส่วนคือส่วนสำคัญ และนักดนตรีทุกคนจะรู้จังหวะที่ตนเองจะต้องบรรเลงให้สอดคล้องกับผู้เล่นคนอื่นให้ได้ องค์กรที่ดี ไม่ใช่องค์กรที่มีแต่คนเก่งที่สุด แต่องค์กรที่คนทุกคนช่วยกันสร้างความลงตัวในผลงานด้วยหัวใจเดียวกันต่างหาก แนวคิดดังกล่าวเรียกว่า การบริหารแบบ Harmony ระบบการบริหารที่ไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะเรื่องตำแหน่งใหญ่หรือตำแหน่งเล็ก แต่เป็นเรื่องของการรับฟังกันและกัน การเข้าใจกัน และการส่งพลังให้กันและกัน เพื่อให้องค์กรสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างสวยงาม เปรียบเสมือนบทเพลงอันไพเราะที่บรรเลงโดยนักดนตรีที่ไม่มีใครโดดเด่นเกินไปและไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ลองหลับตาแล้วนึกถึง... ขนมจีบ-ซาลาเปาที่อุ่นด้วยอุณหภูมิและช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมในไมโครเวฟ พนักงานขนส่งที่มาถึงทันเวลาในเช้าตรู่เพื่อวางขนมปังสดใหม่ลงบนชั้น การมีสินค้าที่กำลังได้รับความนิยมและตรงกับความต้องการของผู้ซื้อจัดวางอยู่บนชั้น การมีโปรโมชั่นส่งเสริมการขายที่ทำให้ผู้ซื้อรู้สึกพึงพอใจ อยากมีส่วนร่วม และอยากกลับมาซื้ออีก ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เองที่เป็นตัวอย่างของการส่งเสริมซึ่งกันและกัน เป็นจังหวะที่สอดประสานกัน ตั้งแต่การคิดค้นผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการเอาใจใส่ในด้านการขายและการส่งมอบสินค้านั้นด้วยความใส่ใจ จุดกำเนิดของ 7-Eleven โดย CP ALL เราเริ่มต้นจากทีมงานที่ไม่มากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไป จากคนกลุ่มหนึ่งก็พัฒนาเป็นองค์กรขนาดใหญ่ กลายเป็นศูนย์รวมบุคลากรที่มีคุณภาพ มีวัฒนธรรมองค์กรที่ดี มีความสามัคคี มีพลัง ใจกว้าง และมีความร่วมมือร่วมใจ จุดยืนสำคัญ คือเรามีความเป็นครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่น มีผู้นำในดวงใจคือ คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ผู้เปรียบเสมือนหัวหน้าครอบครัว ที่ดูแลและปกครองลูก ๆ พร่ำสอนให้เป็นคนดี เป็นคนเก่ง ไม่เบียดเบียนกัน ห่วงเพื่อนพนักงานก่อนผลกำไร มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้ เตือนกันได้ การที่มีสิ่งเหล่านี้หลอมรวมอย่างกลมกลืน มีกุญแจความสำเร็จ นั่นคือ Harmony คุณก่อศักดิ์ย้ำถึงแนวความคิด Harmony เสมอ เพราะสิ่งนี้คือการผสมส่วนเหมือน ผสานส่วนต่าง สร้างความกลมเกลียวดุจดนตรีวงเดียวกัน เมื่อก่อนเราอาจจะคุ้นเคยกับคำพูดที่ว่า แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง หมายถึงการยอมรับความแตกต่างของกันและกัน ให้คนเปิดใจกว้าง มองเห็นคนอื่นว่าย่อมมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ซึ่งต้องสงวนตรงนี้ไว้ อย่าหักล้าง อย่าพยายามบังคับคนคนหนึ่งให้เสียจุดยืน แต่แนวคิด Harmony ถูกนิยามให้ลึกซึ้งกว่านั้น นั่นคือ แม้จะมีส่วนที่เราต่างกัน แต่ส่วนที่ต่างนั้นเรายังคงไว้ โดยเราจะใช้ส่วนต่างให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไรในการทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น และเกิดคุณค่าต่อส่วนรวม ข้อความจากหนังสือ "Beyond Profit" โดยคุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ : บทที่ 1 จุดเริ่มต้นการเรียนรู้ ประตูสู่ความกลมเกลียว
อ่านเพิ่มเติมคนดีคืออะไร? คู่มือวิธีเป็นคนดีเพื่อเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นในทุกวัน คนดี คือคนแบบไหน แล้วที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้เรียกว่าเป็นคนดีแล้วหรือยัง? บทความนี้จะชวนคุณมารู้จักคำนิยามของการเป็นคนดีให้มากขึ้น พร้อมแนวทางการเป็นคนดีที่สร้างพลังเชิงบวกให้ตนเองและสังคมอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข นิยามการเป็น คนดี คนดี คือ คนที่คิดดี พูดดี ประพฤติปฏิบัติตัวดี ไม่สร้างปัญหา ความเดือดร้อนให้กับตนเองและคนรอบข้าง รู้ว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ ตามที่สังคมประพฤติปฏิบัติกัน มีคุณธรรมจริยธรรม เห็นผลประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นสำคัญ แต่หากเผลอทำพลาดก็เรียนรู้ที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้กลับมาทำสิ่งดีได้อย่างกล้าหาญ แล้วคนดีเค้าทำอะไรกัน? วิธีการเป็นคนดีคืออะไร? 5 วิธีการเป็นคนดีง่ายๆ ทำได้ตอนนี้เลย การเป็นคนดีไม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงอย่าตั้งกำแพงก่อนที่จะเริ่ม คนทุกคนไม่ได้ดีที่สุด 100% และก็ไม่ได้มีใครที่แย่ที่สุด 100% ทุกคนสามารถเรียนรู้ ประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นคนดีได้ มาดูกันว่าวิธีเป็นคนดีนั้นต้องทำอย่างไร ผ่าน 5 วิธีการเป็นคนดี ง่ายๆ พร้อมตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่าแบบไหนเราถึงกล้าเรียกว่าเป็นคนดี 1. เป็นคนดีด้วยการเอาชนะใจตัวเอง คุณต้องต่อสู้กับบางความคิดที่ไม่ดี และกล้าเอาชนะความคิดเหล่านั้น เคารพรักษากฎระเบียบกติกาพื้นฐาน บางเหตุการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ อันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำ แต่รู้สึกว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อื่น ก็เป็นเรื่องที่ควรจะลงมือ เช่น เห็นขยะหล่นที่พื้น ไม่ใช่ของตนเอง แถมรู้สึกไม่ชอบความสกปรกถ้าต้องหยิบ คนดีจะตัดสินใจที่ช่วยเก็บทิ้ง ซึ่งผลลัพธ์ของการทำ ก็ช่วยให้พื้นสะอาด น่าเดิน ป้องกันคนอื่นที่ผ่านมาสะดุด เป็นภาพลักษณ์ที่ดีของสถานที่ที่เราอยู่ เห็นมอเตอร์ไซค์ลืมยกขาตั้ง คนดีก็พยายามบอก ทั้งที่ใจแรกไม่กล้าตะโกน เพราะแคร์สายตาคนอื่น ทำแล้วช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ และช่วยรักษาคนรักของใครสักคนไว้ได้ ไม่อยากไปทำงาน อยากแกล้งลาป่วย แต่คนดีจะตัดสินใจไป เพราะวันนี้มีงานสำคัญ ทำแล้วได้มีส่วนแก้ปัญหาใหญ่ในองค์กรให้ผ่านไปได้ด้วยดี ได้ช่วยเพื่อนร่วมงานให้ผ่านพ้นวันสำคัญไปได้ง่ายขึ้นเมื่อมีคุณอยู่ ไม่อยากฟังผู้อื่น ใจอยากลุกออกไปเดี๋ยวนั้น แต่คนดีก็จะตัดสินใจนั่งฟังไม่หนีไปไหน ซึ่งการฟังครั้งนั้นอาจกำลังช่วยให้เพื่อนมนุษย์ได้เข้าใจสถานการณ์ยากลำบากที่กำลังเผชิญ และพบคำตอบที่ต้องการในชีวิตได้ สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้น พบได้ในชีวิตประจำวัน ขอเพียงคุณกล้าเอาชนะความกลัว ความอึดอัด ความกังวล หรือแม้แต่ความขี้เกียจที่มีอยู่ภายในใจ ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นเส้นทางคนดี สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อคนรอบข้าง แต่นั่นยังส่งความภูมิใจให้กับคุณที่ได้ทำความดีที่เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ด้วย เคล็ดลับ: คอยสังเกตคนดีในโลกจริง แทนที่จะอ่านแต่ข่าวอาชญากรรมให้กลุ้มใจ เปลี่ยนมาอ่านเรื่องราวการทำดี มองคนดีในโลกจริง แล้วนำมาเป็นแรงบันดาลใจ ก็จะทำให้การเป็นคนดีของเราเกิดได้ง่ายขึ้น 2.เป็นคนดี ด้วยการซื่อสัตย์กับตัวเอง ก่อนที่เราจะมีพลังไปเป็นคนดีของคนอื่น เพื่อคนรอบตัว เพื่อสังคม เราต้องเริ่มจากการเป็นคนดีของตัวเอง ด้วยการดูแลตัวเองก่อน ซื่อสัตย์กับตัวเองว่าเราพร้อมแค่ไหน ถ้าเราอ่อนแรง ไม่มีความสุข ก็จะไม่มีพลังงานเหลือไปทำเรื่องที่ดี แต่เมื่อตัวเราแข็งแรง มีพลังที่ดีแล้ว ถึงจะสามารถไปเป็นคนดีเพื่อโลกได้ต่อไป กล้าที่จะทำดีต่อตนเองด้วยการ พยายามดูแลสุขภาพจิตใจ (Mental Health) ด้วยการทำสมาธิ ฝึกจิตใจให้สงบผ่อนคลาย สำรวจความรู้สึกของตัวเองในทุก ๆ วัน ออกกำลังกาย เพื่อร่างกายที่แข็งแรง ลดโอกาสการเกิดโรคต่าง ๆ กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง อารมณ์ดีจากภายใน ดูแลความสวยงาม แต่งตัวให้ดี รักษาผิว เพิ่มความสดใส 3. คว้าโอกาสสร้างรอยยิ้มเพื่อผู้อื่น ขณะที่เราใช้ชีวิตอยู่ในทุกวัน เราก็คงจะต้องใช้เวลาไปกับการทำงาน ดูแลตัวเอง ดูแลคนรอบข้าง ไม่มีทางที่จะใช้เวลา 100% ไปกับการพยายามเป็นคนดีทุกขณะจิต แต่เมื่อใดที่เราเห็นคนขอความช่วยเหลือ เดือดร้อน นี่แหละคือโอกาสที่จะให้เราได้เป็นคนดี สร้างรอยยิ้มเพื่อผู้อื่น และเห็นผลได้ทันที เช่น ช่วยปฐมพยาบาลให้ผู้ที่เป็นลม หน้ามืด ช่วยดูรถ เมื่อพบเห็นผู้ประสบเหตุรถเสีย เก็บกระเป๋าตังค์ส่งคืนเจ้าของที่ทำหล่น ช่วยสัตว์ที่โดนรถชน 4. เป็นคนดีด้วยการทำสิ่งเล็กๆ ด้วยใจ สิ่งที่เราต้องทำทุกวัน เห็นอยู่ทุกวัน ก็เป็นโอกาสในทุกนาที ให้เราได้มีโอกาสทำดี เป็นคนดีที่ตัวเราเองภูมิใจ แม้ไม่ได้รับการเรียกร้อง การทำเรื่องเล็กๆ ด้วยความตั้งใจ อาจกลายเป็นความยิ่งใหญ่ที่ทำให้วันของใครบางคนดีขึ้น เช่น ทำงานบริการด้วยใจ ตั้งใจชงกาแฟ เพราะอยากให้ลูกค้าได้กินของอร่อย ส่งของลูกค้าให้ถึงมืออย่างปลอดภัย แม้อยู่ไกลจากร้านมากแค่ไหนก็ตาม ซื้อขนมมาเลี้ยงน้องที่ทำงานสม่ำเสมอ รดน้ำต้นไม้ให้คนข้างบ้านที่เดินทางไปต่างจังหวัด เอาน้ำเย็น ๆ ให้รปภ. เพราะเห็นอกเห็นใจที่ยืนโบกรถตากแดดทั้งวัน ซื้อขนมให้คนเก็บของเก่า เพราะอยากให้เขาได้มีอะไรกิน พาคนพิการข้ามทางรถไฟ เพราะไม่อยากให้อันตรายเกิดขึ้นกับเขา ตัวอย่างการทำดีที่เราแนะนำนั้นเป็นเพียงไม่กี่วิธีจากร้อยพันวิธีทำดี ที่ทุกคนทำได้ หรือถ้าอยากหาไอเดียทำดีเพิ่มเติม เราขอแนะนำบทความ 9 วิธีทำดี ที่คุณก็ทำได้วันนี้ เป็นบทความที่นอกจากจะแนะแนวทางการทำดีแล้ว คุณยังจะได้เห็นตัวอย่างการทำดี ที่เป็นเหตุการณ์จริง และส่งผลดีต่อสังคมอย่างแท้จริงอีกด้วย 5. มองโลกอย่างเข้าใจ ไม่ต้องใส่ใจกับผลลัพธ์ การเป็นคนดี รู้จักทำดี เป็นสิ่งที่ดี ขณะเดียวกันก็ต้องเข้าใจบริบท มองโลกและสิ่งต่าง ๆ อย่างเข้าใจ บางเหตุการณ์เราไม่สามารถควบคุมได้ ไม่ว่าจะเป็นคำพูดของคนอื่น การปฏิเสธความช่วยเหลือ จงอย่าเพิ่งท้อว่าสิ่งที่ทำนั้นไร้ค่า ไม่มีความหมาย เพราะทุกคนเติบโตมาในสภาพแวดล้อม ประสบการณ์ที่ต่างกัน การเป็นคนดีของเรานั้น ต้องเคารพผู้รับและสิ่งแวดล้อมด้วย ขึ้นชื่อว่าทำดี จงอย่าตั้งกำแพงไว้ก่อนว่าผลลัพธ์จะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง อย่ากลัวที่จะทำดีแล้วถูกมองเป็นคนเอาหน้าหรือหาแสง แต่จงยึดมั่นในความดีที่ตั้งใจทำ เพราะผลลัพธ์ของการทำดียิ่งใหญ่เสมอ สิ่งสำคัญคือตัวเราเองที่รู้ตัวว่าเราเป็นคนดี สวรรค์อยู่ข้างในจิตใจเรา การได้ดีจากการทำดีของเรา ก็คือตัวเราเองที่มีความสุข จิตใจสงบ ภูมิใจตัวเองในทุกวัน แล้วคนดีมีลักษณะยังไง? หลักการเป็นคนดี หลักการเป็นคนดีนั้น คงจะแตกต่างกันไปแล้วแต่ว่าคุณกำลังถามใคร แต่ในฐานะที่เราทุกคนเป็นพลเมืองของประเทศ เว็บไซต์บ้านเมืองสุจริตได้ให้หลักการเป็นคนดีไว้ 8 ข้อ จากมุมมองของภาครัฐ โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 1. ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2. ยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรม 3. มีจิตสำนึกที่ดี 4. มีสำนึกรับผิดชอบต่อหน้าที่ 5. มีจิตสาธารณะ 6. มีวินัยและการเคารพกฎหมาย 7. มีเหตุผล 8. มีส่วนร่วม ลักษณะของคนดี คนดี อาจเปลี่ยนไปตามยุคสมัย สภาพแวดล้อม สังคมที่อยู่ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีลักษณะของคนดีที่เป็นที่ยอมรับในสังคมโดยทั่วไปเช่นกัน เว็บไซต์ครูบ้านนอกบอกเอาไว้เมื่อปี 2552 ว่า 17 ลักษณะของคนดีคือ คนที่ดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ มีจิตใจที่ดีงาม มีคุณธรรมจริยธรรม มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ทั้งด้านจิตใจและพฤติกรรมที่แสดงออก มีวินัย มีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูล มีเหตุผล รู้หน้าที่ ซื่อสัตย์ พากเพียร ขยัน ประหยัด มีจิตใจเป็นประชาธิปไตย เคารพความคิดเห็นและสิทธิของผู้อื่น มีความเสียสละ รักษาส่งแวดล้อม สามารถอยู่ร่วมกับบุคคลอื่น อย่างสันติสุข ทั้งนี้ คนดี และความดี เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ในบางสังคม ความเชื่อ ศาสนา อาจจะให้นิยามและมุมมองที่แตกต่างกันออกไป สิ่งที่สำคัญคือการทบทวนด้วยตัวเอง ว่าคนดีของคุณมีลักษณะเป็นอย่างไร แล้วคนดีแบบไหนที่คุณอยากเป็น 19 คุณสมบัติของคนดี คนดีทำอะไรบ้าง? โดยรวมแล้ว คุณสมบัติของคนดี ที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปคือ 1. ความซื่อสัตย์สุจริตยึดมั่นในความจริง ไม่คดโกง ไม่หลอกลวงผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง 2. ความรับผิดชอบทำหน้าที่ของตนให้สำเร็จลุล่วง รับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ไม่ปัดความรับผิดชอบให้ผู้อื่น 3. ความเมตตากรุณามีจิตใจที่อ่อนโยน เห็นอกเห็นใจผู้อื่น พร้อมช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน 4. ความกตัญญูกตเวทีรู้คุณและตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณ เช่น พ่อแม่ ครูอาจารย์ และผู้ที่เคยช่วยเหลือ 5. ความอดทนอดทนต่อความยากลำบาก ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดี 6. มีวินัยเคารพกฎระเบียบของสังคม ตรงต่อเวลา และมีระเบียบในการดำเนินชีวิต 7. ความขยันหมั่นเพียรมุ่งมั่นในการทำงาน ไม่เกียจคร้าน พยายามพัฒนาตนเองอยู่เสมอ 8. ความประหยัดรู้จักใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย รู้จักเก็บออม ไม่เดือดร้อนจนพาลต้องรบกวนคนอื่น 9. ความสามัคคีรู้จักการทำงานร่วมกับผู้อื่น เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน 10. ความยุติธรรมปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเท่าเทียม ไม่ลำเอียง ตัดสินด้วยเหตุผล 11. สัมมาคารวะมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ให้เกียรติผู้อื่น 12. ความเสียสละพร้อมที่จะสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อส่วนรวม อาสาช่วยเหลือสังคม 13. สติปัญญาใช้เหตุผลในการตัดสินใจ ไตร่ตรองก่อนทำ รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี 14. ความมุ่งมั่นตั้งใจทำสิ่งดีให้สำเร็จ ไม่ละทิ้งกลางคัน มีความพากเพียรพยายาม 15. รักษาคำพูดพูดจริงทำจริง รักษาสัญญา ไม่พูดโกหกหรือผิดคำพูด 16. เคารพสิทธิผู้อื่นไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น เคารพความเป็นส่วนตัวและความคิดเห็นที่แตกต่าง 17. จิตสาธารณะคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม ร่วมดูแลรักษาสาธารณสมบัติ 18. รักษาศีลธรรมประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมอันดี ไม่ทำผิดกฎหมายและศีลธรรม 19. พัฒนาตนเองใฝ่เรียนรู้อยู่เสมอ พัฒนาความรู้ความสามารถ และจิตใจให้งดงาม คนดีในองค์กร ที่ทำงาน CP ALL เป็นองค์กรที่มีพนักงานมากกว่า 200,000 คน ที่มีคาถาบรรษัทภิบาล คือ ซื่อสัตย์ โปร่งใส ยุติธรรม คำนึงถึงชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม ที่ใช้เป็นแนวทางให้ผู้บริหารและพนักงานในองค์กร รวมถึงพนักงานเซเว่นฯ ใช้เป็นกรอบในการทำงาน รวมทั้งส่งเสริมให้เกิด DNA ความดี 24 ชั่วโมง เพื่อส่งเสริมให้การทำความดี สามารถทำตามได้ง่ายขึ้น โดยกำหนดแนวทางเป็น 3 ข้อคือ มีความซื่อสัตย์ ให้ความช่วยเหลือ ให้บริการดี สุภาพและยิ้มแย้ม คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเป็นคนดี คนดี VS คนใจดี ต่างกันอย่างไร? การเป็นคนดี เป็นการมองภาพรวมของบุคคลนั้นๆ ทั้งการกระทำและความประพฤติที่เป็นไปตามบรรทัดฐานของสังคม ส่วนคนใจดีจะมองลักษณะเฉพาะด้านอุปนิสัยและการปฏิบัติต่อผู้อื่น มีเมตตา ความเอื้อเฟื้อ แสดงน้ำใจ เป็นธรรมชาติแบบสัมผัสได้ คนๆ หนึ่งอาจเป็นได้ทั้งคนดีและคนใจดี หรืออาจเป็นเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ เป็นคนดี ทำไมถึงไม่มีใครเห็น? การเป็นคนดีนั้น บางครั้งอาจจะรู้สึกว่าไม่มีใครเห็นความดีของเรา แต่ในความจริงแล้ว มีคนที่สัมผัส และได้รับผลประโยชน์จากการเป็นคนดีของเราอยู่เสมอ แค่อาจจะไม่ได้มีโอกาสในการบอกกล่าวหรือขอบคุณอย่างเป็นทางการ ทำไมต้องเป็นคนดี? ประโยชน์สูงสุดของการเป็นคนดี ก็คือความสุขของตัวเราเอง มีความภูมิใจในตัวเอง เกิดความสงบมั่นคงในจิตใจในทุกวัน โดยผลพลอยได้ก็คือสังคมและเพื่อนมนุษย์ที่ได้รับประโยชน์จากการเป็นคนดีของเราไปด้วย คนดีผีคุ้มจริงไหม? ความเชื่อเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล แต่หากเรามองว่า ผีคุ้ม คือการเปรียบเปรยว่าเหมือนมีอะไรคุ้มครองและดูแลเราอยู่ตลอด ก็เป็นเหตุเป็นผลที่เข้าใจได้ ว่าคนดี จะมีคนอยากตอบแทนความดีด้วยการดูแล ให้ความช่วยเหลือกลับมา โดยเฉพาะในยามลำบาก หรือต้องการความช่วยเหลือ ตัวช่วยในการเป็นคนดี มีอะไรบ้าง? การเป็นคนดี ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้สนับสนุนนั้นเป็นเรื่องยาก เราจึงสามารถช่วยสนับสนุนการเป็นคนดีแก่กันด้วยการขอบคุณ ชื่นชมคนดี บอกต่อเรื่องราวของคนดีที่เราเห็น ส่วนในองค์กรก็สามารถช่วยอบรมให้ความรู้ในด้านที่เกี่ยวข้องให้กับพนักงาน เพื่อให้เข้าใจว่าการเป็นคนดีที่คาดหวังนั้นสำคัญและหน้าตาเป็นอย่างไร สรุปเรื่องการเป็นคนดี การเป็นคนดีไม่ใช่เรื่องยาก และไม่จำเป็นต้องทำเรื่องใหญ่โตเสมอไป เริ่มได้จากการดูแลตัวเอง มีความซื่อสัตย์ และพร้อมที่จะทำสิ่งดีๆ เล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อมีโอกาส การทำงานด้วยความตั้งใจ หรือการแสดงน้ำใจต่อคนรอบข้าง สิ่งสำคัญคือการทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน เข้าใจว่าทุกคนมีความแตกต่างกัน และภูมิใจในการเป็นคนดีของตัวเอง เพราะแม้บางครั้งอาจดูเหมือนไม่มีใครเห็น แต่ความดีที่เราทำนั้นส่งผลกระทบในทางบวกต่อทั้งตัวเราเองและสังคมรอบข้างเสมอ มาเริ่มเป็นคนดีเท่าที่เราจะทำได้ไปด้วยกันตั้งแต่วันนี้
อ่านเพิ่มเติม จากพนักงานสู่เจ้าของร้านเซเว่น ในวัย 23 ปี บทเรียนสำคัญคือการคิดแบบ “เถ้าแก่”หากชีวิตคือการวิ่งแข่ง บางคนอาจได้ออกตัวจากจุดสตาร์ต แต่สำหรับบางคน ชีวิตเริ่มต้นจากการวิ่งไล่ตามโอกาสที่ไม่เคยมีอยู่ตรงหน้า และพิสูจน์ให้เห็นว่า จุดเริ่มต้น ไม่ได้เป็นตัวตัดสินว่าใครจะไปได้ไกลแค่ไหน เพราะบางครั้ง คนที่ไปได้ไกลที่สุด อาจไม่ใช่คนที่ออกตัวเร็วที่สุด แต่คือคนที่ไม่หยุดวิ่ง เรียนแค่ ม.6 ก็พอเนาะลูก แม่คงส่งหนูต่อไม่ไหว คำพูดสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความหนักใจของแม่ ในวันที่บ้านประสบปัญหา กลายเป็นกำแพงที่กั้นอนาคตของ แก้ว-ธันยาภรณ์ ชูนวล ที่เกือบต้องทิ้งความฝันในการเรียนต่อมหาวิทยาลัย แต่ใครจะคิดว่า เด็กคนเดียวกันนี้ จะเติบโตขึ้นมาเป็น ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น (Store Business Partner) หรือเจ้าของร้านเซเว่นฯ ตั้งแต่อายุเพียง 23 ปี และวันนี้กำลังเดินหน้าสู่การขยายสาขา อะไรคือจุดเปลี่ยนและเบื้องหลังความสำเร็จนี้ เรียนฟรี-มีรายได้แก้วตัดสินใจเลือกเรียน คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ผ่านคำแนะนำของครูแนะแนว ด้วยรูปแบบการเรียนของที่นี่คือ การเรียนสลับกับการฝึกงาน (Work-based Education) ซึ่งตอบโจทย์การหารายได้ระหว่างเรียน ทำให้ไม่ต้องขอเงินจากทางบ้านตลอด 4 ปี และยังมีเงินส่งกลับไปช่วยครอบครัว เพราะมี ทุนการศึกษา 100% ครอบคลุมค่าเทอมตลอด 4 ปี ลดภาระทางบ้าน กองทุนเพื่อชีวิตแห่งการเรียนรู้ (PIM Smart) ดูแลค่าครองชีพ 3,000 บาท/เดือน สำหรับนักศึกษาที่ขาดทุนทรัพย์ รายได้จากการฝึกงานระหว่างเรียน มีเวลาก็สามารถรับงานพิเศษยืนบูทสินค้า แจกใบปลิว คีย์เอกสาร ความมั่นคงในอาชีพ ไม่ต้องเผชิญภาวะจบมาตกงาน เพราะมีตำแหน่งรองรับทันที ไม่หยุดที่จะเรียนรู้ความโดดเด่นของแก้ว ในช่วงระหว่างฝึกงาน คือการได้ขึ้นเป็น ผู้จัดการร้านตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 เพราะเจ้าของร้านไว้ใจและเห็นแวว โดยเคล็ดลับคือ การไม่หยุดเรียนรู้ ไม่รอให้ความรู้มาหา แต่เป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาโอกาสเสมอ หนูมีความรู้สึกว่า อันนี้ทำได้แล้ว สอนเรื่องใหม่หนูเลยได้เลย แสดงให้หัวหน้าเห็นว่าเราทำได้มากกว่าบทบาทที่ได้รับมอบหมาย โครงการเถ้าแก่น้อยเส้นทางของแก้วไม่หยุดแค่การเรียนจบคว้าใบปริญญา แต่มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการ เถ้าแก่น้อย เครือเจริญโภคภัณฑ์ ของท่านประธาน อาวุโสธนินท์ เจียรวนนท์ เป็นเวลา 6 เดือน ที่ได้ใกล้ชิดและได้เรียนรู้แนวคิดสำคัญจากผู้บริหารระดับสูง ทำให้เข้าใจการทำธุรกิจแบบเจ้าของกิจการ บวกกับคนรอบข้างเชื่อมั่นว่า เรียนมาขนาดนี้ ขยันขนาดนี้ ทำไมไม่เปิดร้านเซเว่น บริหารเองเลย เจ้าของร้านเซเว่น ในวัย 23 ปีเมื่อเป้าหมายชัดเจน แก้วจึงตัดสินใจยื่นเรื่องเป็น ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น (Store Business Partner) ทันที โดยได้รับความเชื่อมั่นจาก CP ALL ผ่านเกณฑ์คัดเลือกสำคัญจากประสบการณ์ ทักษะการบริหารจัดการที่เข้มข้นตลอด 4 ปีจาก PIM นอกจากความพร้อมส่วนตัว ยังได้รับแรงหนุนจาก CP ALL ที่จัดทีมพี่เลี้ยงเข้ามาซัพพอร์ตในช่วง 2 เดือนแรกของการเริ่มธุรกิจ แม้จะเจอวิกฤตช่วงโควิด-19 หลายธุรกิจล้มหายไปในยุคนั้น แต่แก้วมีระบบของบริษัทเข้ามาช่วยให้ผ่านมาได้ ถึงแม้ยอดขายจะดิ่ง ยอมขาดทุนเพื่อรักษาพนักงานไว้ เพราะไม่ได้รักษาแค่ตัวเขา แต่คือการรักษา ‘ครอบครัว’ ที่อยู่ข้างหลังเขาด้วย การตัดสินใจครั้งนั้นพิสูจน์ให้เห็นว่า คนคือกำลังสำคัญ ความจงรักภักดีของพนักงานที่ได้รับ ใจ กลายเป็นพลังขับเคลื่อนให้ธุรกิจผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดมาได้ และกลายเป็นรากฐานที่ทำให้แก้ว สามารถบริหารร้านให้มียอดขายที่สามารถดูแลครอบครัวและพนักงานได้จนถึงปัจจุบัน จาก ผู้รับ สู่ ผู้ให้ สิ่งที่สะท้อนถึง DNA ของปัญญาภิวัฒน์ สถาบันการศึกษาในกลุ่มธุรกิจซีพี ออลล์ ที่ซึมลึกเข้าไปในตัวแก้วได้ดีที่สุด คือการที่เธอกลายเป็นผู้มอบโอกาส ดูแลน้องในกองทุน PIM Smart ที่เป็นเด็กชาวดอยไม่มีบัตรประชาชน ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ในสังคม แต่ที่ CP ALL และ PIM น้องได้รับโอกาสเรียนต่อในคณะนิเทศศาสตร์ โดยแก้วรับดูแลน้องในฐานะผู้ปกครอง ให้มาฝึกงานที่ร้าน มอบรายได้ และดูแลเหมือนคนในครอบครัว จนกระทั่งน้องเรียนจบ ภาพที่น่าประทับใจที่สุดคือวันที่แก้วพาน้องกลับไปหาแม่เขาบนดอย และคำขอบคุณจากหัวใจของผู้เป็นแม่ที่เห็นลูกมีอนาคต อยากขอบคุณ ซีพี ออลล์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และกองทุนเพื่อชีวิตแห่งการเรียนรู้ ที่เชื่อมั่นและเชื่อใจว่า โอกาสที่มอบให้เด็กคนหนึ่งในวันนั้น จะทำให้เด็กคนนั้นกลับมาช่วยเหลือน้องๆ ที่ต้องการโอกาสในวันนี้ได้ เรื่องราวของแก้วไม่ใช่แค่เรื่องของเด็กเก่งหรือเด็กขยัน แต่คือข้อพิสูจน์ว่า ต้นทุนชีวิต อาจกำหนดจุดเริ่มต้นได้ แต่ การคว้าโอกาส และ ความเชื่อมั่นในตัวเอง คือสิ่งที่กำหนดจุดหมายปลายทาง ร้านเซเว่น สำหรับเธอไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่มันคือ บ้าน ที่สร้างขึ้นจากความพยายามและการได้รับโอกาสที่ถูกที่ถูกเวลา #ซีพีออลล์ #ซีพีออลล์สร้างคน #สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ #เซเว่นอีเลฟเว่น
อ่านเพิ่มเติม เปิดกลยุทธ์ TrueX กับเป้าหมายการยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยผ่านเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย IoT Analytics ระบุว่าจำนวนการเชื่อมต่อ IoT ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 18% ในปี 2565 โดยปัจจุบันมีอุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่ 14.3 พันล้านชิ้น และคาดว่าในปี 2566 จำนวนอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นอีก 16% เป็น 16.7 พันล้านชิ้น แม้ว่าการเติบโตในปี 2566 นั้นคาดว่าจะต่ำกว่าในปี 2565 เล็กน้อย แต่การเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ก็มีแนวโน้มจะเติบโตต่อไปอย่างมีนัยสำคัญในอีกหลายปีข้างหน้า นอกจากนี้ จากรายงานของ Fortune Business Insights ยังพบว่าตลาด IoT ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนั้นเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในโลก การเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาด IoT นี้ สอดคล้องกับกลยุทธ์ของทรู คอร์ปอเรชั่น ที่ภายหลังการรวมทรูดีแทค ได้ก้าวสู่การเป็น เทเลคอม เทคคอมปานี เต็มรูปแบบ ผสานพลังกันนำประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาสร้างสรรค์สิ่งที่ดียิ่งกว่า นำความฝันในยุคดิจิทัลมาทำให้เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะล่าสุด ทีมีการสร้างสรรค์แอปพลิเคชัน TrueX ด้วยเป้าหมายที่จะนำเสนอนวัตกรรมและโซลูชันที่ช่วยยกระดับวิถีชีวิตและคุณภาพชีวิตของคนไทยทั่วประเทศ สอดคล้องกับกลยุทธ์ในการสร้างสรรค์แอปพลิเคชัน TrueX ที่มีเป้าหมายในการนำเสนอนวัตกรรมและโซลูชันที่ช่วยยกระดับวิถีชีวิต และคุณภาพชีวิตของคนไทยทั่วประเทศ พร้อมส่งเสริมให้ทุกคนได้เข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม ทีมงานผู้อยู่เบื้องหลัง TrueX จึงมาบอกเล่าแนวคิด โอกาส และความท้าทาย ในการพัฒนานวัตกรรม เพื่อสร้างการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล และเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนไทยให้ปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ตลาด IoT ที่เติบโตไม่หยุด ยศพล อรรถจริยา TrueX’s Channel and Operation ฉายภาพจุดเริ่มต้นของ TrueX ว่ามาจากแอปพลิเคชัน True LivingTECH ที่ให้บริการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ของกลุ่มทรู ซึ่งทำให้เห็นการเติบโตของผู้ใช้งานที่สะท้อนถึงพัฒนาการของตลาด IoT ในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยช่วงปี 2562-2565 มีการเติบโตมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการเติบโตของตลาดอย่างต่อเนื่องนี้เอง พร้อมกับความพร้อมของเทคโนโลยี 5G ที่ถือเป็นเทคโนโลยีแวดล้อมที่สำคัญของ IoT กระตุ้นให้ IoT ในประเทศไทยมีการพัฒนาตัวเองไปอย่างก้าวกระโดด ทรูจึงเร่งนำ IoT เข้ามาต่อยอดเป็นบริการและโซลูชันที่หลากหลาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยผ่าน 6 โซลูชันที่อยู่ในแอป TrueX ได้แก่ X Home, X Health, X Learning, X Utility Energy, X Shopping และ X Entertainment ซึ่งล้วนตอบโจทย์ Pain point ไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบันทั้งสิ้น อย่างไรก็ดี ในเวลานี้ โซลูชันที่เติบโตโดดเด่นคือ X Home โดยเฉพาะในด้านความปลอดภัย คนไทยให้ความสำคัญในด้านความปลอดภัยอยู่มาก สิ่งที่เห็นชัดคือ กล้องวงจรปิดเติบโตรวดเร็ว จากทั้งราคาที่ถูกลงทุกปี และคนไทยมีอัตราการใช้งานสูงขึ้น ยิ่งพออุปกรณ์พัฒนาเป็น IoT ที่ติดตั้งง่าย ก็ทำให้ตลาดยิ่งเติบโต ยศพลกล่าว "คนไทยให้ความสำคัญในด้านความปลอดภัยอยู่มาก สิ่งที่เห็นชัดคือ กล้องวงจรปิดเติบโตเร็ว จากทั้งราคาที่ถูกลงทุกปีและคนไทยมีอัตราการใช้งานสูงขึ้น ยิ่งพออุปกรณ์พัฒนาเป็น IoT ที่ติดตั้งง่าย ก็ทำให้ตลาดยิ่งเติบโต" (จากซ้าย: ยศพล อรรถจริยา TrueX's Channel and Operation, ภรรททิยา โตธนะเกษม New Business Growth Engine, สุฐิดา วัยวุฒิภิญโญ Head of IoT Consumer Business และ ปวริศา เชิงรู้ Marketing Manager) ภรรททิยา โตธนะเกษม จากทีม New Business Growth Engine อธิบายเพิ่มเติมว่า สภาพสังคมที่เปลี่ยนไปเป็นตัวเร่งให้ตลาด IoT ขยายตัวไปเช่นกัน จากทั้งการที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ รวมถึงการแยกตัวออกมาอยู่ลำพังของคนรุ่นใหม่ ผู้บริโภคจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวประสานในการดูแลความปลอดภัย ที่ไม่ใช่แค่ดูแลบ้าน แต่ดูแลคนในบ้าน รวมถึงทรัพย์สินที่มีค่าภายในบ้านด้วย เธอให้ข้อสังเกต พร้อมเผยว่า ฟังก์ชันที่เวลานี้ลูกค้าให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือ ในด้านความสะดวกสบาย แอปพลิเคชัน TrueX สามารถทำงานอัตโนมัติจากสิ่งแวดล้อมรอบข้างที่เปลี่ยนแปลงไป (Ultra-personalization) ได้ถึง 4 รูปแบบ นั่นคือ หนึ่ง โลเคชัน เช่น ถ้ารถเข้ามาใกล้บ้านในรัศมี 300 เมตร ให้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกอย่างเปิดรอต้อนรับได้ทันที สอง สภาพแวดล้อม โดยเราตั้งค่าให้ไฟเปิดตามเวลาพระอาทิตย์ตกในเขตพื้นที่ของบ้านได้ ซึ่งแต่ละบ้านก็มีเวลาที่แตกต่างกันไปตามพื้นที่ สาม ตารางเวลา โดยปรับให้เหมาะสมกับชีวิตประจำวัน เช่น ตั้งเวลาสมาร์ทปลั๊กให้เปิดเครื่องชงกาแฟตอน 8 โมงตรง และสี่ การเปลี่ยนแปลงของอุปกรณ์ชนิดอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกัน เช่น ถ้าผู้สูงอายุกดปุ่มกดฉุกเฉินอัจฉริยะ จะมีข้อความแจ้งเตือนไปที่มือถือ พร้อมทั้งเปิดไฟในตำแหน่งนั้นให้สว่าง เพื่อให้คนอื่นเห็นได้จากระยะไกล ภรรททิยากล่าว สร้างความต่างและเพิ่มมูลค่าเพื่อแข่งขันในตลาด หลังจากเปิดตัว TrueX เมื่อต้นเดือนเมษายน 2566 ยอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน (โดยรวมจากฐานลูกค้าโซลูชัน True LivingTECH เดิม) นั้นมีมากกว่า 350,000 ครั้ง และทางทีมตั้งเป้าให้ไปถึง 1 ล้านครั้งในสิ้นปี 2566 รวมถึงการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานต่อวัน (Daily Active Users) ให้ถึง 200,000 ครั้ง สำหรับข้อได้เปรียบของ TrueX คือ การดึงระบบนิเวศของบริษัทเทคโนโลยี-โทรคมนาคมของทรูมาใช้ในการขยายบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของบ้านอัจฉริยะที่มีมากขึ้น และเน้นให้เห็นถึงความต่างกับคู่แข่ง ผ่านกลยุทธ์ดังต่อไปนี้ Telecommunications Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมดิจิทับที่ทรูมีอยู่ เป็นรากฐานในการเชื่อมต่อสินค้าและบริการ IoT ให้ฐานลูกค้าเดิมและผู้บริโภคได้ทั่วประเทศ Seamless User Experience การรวมบริการทั้งหมดเพื่อไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมาไว้ด้วยกันในแอปเดียว ช่วยลดความยุ่งยากและให้ใช้งานได้ไร้รอยต่อ Cross-selling and Bundle Deal การขยายการเติบโตผ่านการนำเสนอสินค้าที่มีความสอดคล้อง พร้อมไปกับการรวมสินค้าหลากหลายไว้ในแพ็กเกจที่คุ้มค่า After-sale Service Support สินค้าและบริการใน TrueX เชื่อมต่อกับบริการหลังการขายของทรู โดยติดต่อ True Call Center 1242 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมมีการรับประกันสินค้าที่สามารถเปลี่ยนได้ที่ช้อปทรูทั่วประเทศ Turnkey Solutions การพัฒนาโซลูชัน IoT แบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การเชื่อมต่อ อุปกรณ์ แพลตฟอร์ม แอปพลิเคชัน ไปจนถึงบริการติดตั้ง ทำให้ตอบสนองความต้องการที่ครอบคลุม และนำเสนอโซลูชันในแบบเฉพาะบุคคล Privacy อุปกรณ์ IoT ทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม การกำหนดค่าทุกอย่างมาจาก End User โดยตรง Ecosystem การต่อยอดสิทธิประโยชน์ภายในเครือฯและพาร์ตเนอร์ เพื่อให้ลูกค้าได้รับสิทธิพิเศษจากแอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่อง ภรรททิยาเผยถึงแผนในอนาคตไว้ว่า TrueX มุ่งสู่การเป็นแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่ทำให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น โดยจะขยายโซลูชันให้มากขึ้น พร้อมทั้งนำเสนอนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง คัดสรรสินค้าใหม่ๆ ที่ยังไม่มีในไทย รวมทั้งนำ AI มาใช้ในการพัฒนาต่อยอดสินค้าและบริการเพื่อให้ก้าวทันความต้องการในอนาคต "TrueX มุ่งสู่การเป็นแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่ทำให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น โดยจะขยายโซลูชันให้มากขึ้น พร้อมทั้งนำเสนอนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง คัดสรรสินค้าใหม่ๆ ที่ยังไม่มีในไทย รวมทั้งนำ AI มาใช้ในการพัฒนาต่อยอดสินค้าและบริการ เพื่อให้ก้าวทันความต้องการในอนาคต" ความแตกต่างหลากหลายกับการเห็นโอกาสรอบตัว เมื่อถามถึงโอกาสท่ามกลางตลาด IoT ในไทยเติบโตเพิ่มขึ้น สุฐิดา วัยวุฒิภิญโญ Head of IoT Consumer Business เล่าว่า ได้เห็นโอกาสเหล่านั้นจาก use case ที่มีการนำเทคโนโลยีและอุปกรณ์ IoT มาประยุกต์ใช้งานแบบหลากหลายและเฉพาะตัว ซึ่งหลายครั้งมาจากประสบการณ์ของทีมงาน ที่มีความหลากหลายทั้งด้านเพศ วัย ทักษะความถนัด รวมถึงไลฟ์สไตล์ ความแตกต่างนี้กลายเป็นเบื้องความสำเร็จในการออกแบบนวัตกรรมต่างๆ ที่ต้องก้าวให้ทันความต้องการของผู้บริโภคในสังคมปัจจุบัน เราได้เห็นโอกาสในตลาดจากมุมมองหรือแม้แต่ use case ของคนในทีม หรือคนใกล้ตัวของเขา อย่างน้องรุ่นใหม่ First Jobber ก็มีไอเดียนำเทคโนโลยีมาใช้งานที่แตกต่างกับคนวัย 40 เช่น มีน้องคนหนึ่งเอาเซ็นเซอร์ประตูและหน้าต่างไปติดที่ตู้เสื้อผ้าที่เก็บของมีค่า เพราะไม่อยากให้ใครมาเปิดตู้นี้ ถ้ามีใครมาเปิดจะแจ้งเตือนมาที่แอป หรือมีเพื่อนใช้กล้องวงจรปิดในการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่บ้าน โดยใช้ส่งเสียงพูดคุยและดูว่าสัตว์เลี้ยงกินอาหารมากน้อยแค่ไหน สิ่งเหล่านี้กลายมาเป็นมุมมองที่น่าสนใจที่เราจะนำไปเป็นโอกาสขยายตลาดได้ เดินหน้าสู่ความเท่าเทียมในการใช้เทคโนโลยี แม้ปัจจุบันการใช้อุปกรณ์ IoT จะเป็นเรื่องที่ง่ายและใกล้ตัวมากขึ้น แต่ ปวริศา เชิงรู้ Marketing Manager ของ TrueX ระบุว่าความท้าทายสำคัญในประเทศไทยคือ การเปิดรับเทคโนโลยีของผู้บริโภค ผู้ใช้อาจจะเกิดจากความไม่มั่นใจว่าจะสามารถติดตั้งอุปกรณ์เองได้ไหม หรือจะมีความยากในการควบคุมอุปกรณ์เหล่านี้หรือเปล่า TrueX จึงออกแบบมาให้ทุกอย่างใช้งานได้ง่าย ผู้ใช้งานสามารถ DIY ได้เอง เรายังมีเครื่องมือที่ช่วยอธิบายการติดตั้งหลากหลายรูปแบบ รวมถึงมีการสั่งงานผ่านเสียงภาษาไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ทุกเพศทุกวัยให้เข้าถึงการใช้งานได้อย่างง่ายดายด้วย เธออธิบาย รายงานของ Economist Intelligence Unit ระบุว่า อุปสรรคอันดับแรกที่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล คือความสามารถในการซื้อบริการ (affordability) ดังนั้น TrueX จึงนับเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะขยายการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลไปสู่พื้นที่ทั่วประเทศไทย ในราคาที่คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งความพยายามดังกล่าวดูจะเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยปัจจุบัน 30 % ของลูกค้าทรูออนไลน์ที่ใช้อินเทอร์เน็ตบ้านจะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเสริมไปด้วย (ข้อมูลเดือนพฤษภาคม 2566) พอลูกค้าใช้กล้องวงจรปิดก็ต้องมีแอปพลิเคชัน TrueX ซึ่งนับเป็นก้าวแรกของการใช้ IoT โดยต่อไปจะมีการต่อยอดใช้เทคโนโลยีในด้านอื่น ๆ ได้เช่นกัน นอกจากนี้ TrueX ยังเปิดให้ผู้ใช้งานจากทุกค่ายมาใช้บริการได้ เพราะเราตั้งใจอยากให้คนไทยทุกคนได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีมากที่สุด สุฐิดาทิ้งท้าย
อ่านเพิ่มเติม รู้หรือไม่? ทำไมหน้าร้าน 7-Eleven จึงมี “เสาสมอบก” ติดตั้งอยู่ เสาสมอบก คืออุปกรณ์ป้องกันรถยนต์พุ่งชนร้านสาขา ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกค้าและพนักงาน พร้อมช่วยลดความเสียหายต่ออาคารและทรัพย์สิน หลายคนอาจเคยสังเกตเห็นเสาเหล็กที่ติดตั้งเรียงอยู่บริเวณหน้าร้าน 7-Eleven แต่ยังไม่ทราบว่าอุปกรณ์ดังกล่าวมีไว้เพื่ออะไร คำตอบคือ เสาสมอบก ซึ่งเป็นอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากรถยนต์พุ่งชนร้านสาขา เสาสมอบกจะถูกติดตั้งในสาขาที่มีพื้นที่จอดรถยนต์ และอยู่ในจุดที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งเข้าชนอาคาร โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยปกป้องความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงาน รวมถึงลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวอาคารและทรัพย์สินภายในร้าน สำหรับหลักการทำงานของเสาสมอบก สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิด ชน–พับ–ล็อก เมื่อรถยนต์พุ่งชนเสา แรงกระแทกจะทำให้เสาพับลงและยกตัวรถขึ้น จากนั้นฐานของเสาสมอบกจะล็อกเข้ากับพื้นบริเวณหน้าร้าน ส่งผลให้เกิดแรงเสียดทานระหว่างตัวรถกับฐานที่เพิ่มสูงขึ้น จนช่วยชะลอและหยุดการเคลื่อนที่ของรถได้ เสาสมอบกจึงเป็นมากกว่าเสาเหล็กที่ติดตั้งอยู่หน้าร้าน แต่เป็นอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่มีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ ช่วยสร้างความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าและพนักงาน พร้อมทั้งลดความเสียหายต่อร้านสาขา และสนับสนุนให้การให้บริการสามารถดำเนินต่อได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย
อ่านเพิ่มเติม DNA ความดี 24 ชั่วโมงตลอดระยะเวลา 36 ปี ที่ ซีพี ออลล์ มุ่งมั่นนำเสนอสินค้าคุณภาพและบริการความสะดวกแก่ทุกชุมชนภายใต้ปณิธาน Giving and Sharing ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลอดห่วงโซ่คุณค่า พร้อมทั้งสร้างจิตสำนึกและการมี จิตสาธารณะ ให้อยู่ใน DNA ของพนักงานภายใต้กรอบกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนผ่านแนวคิด ESG ความดี อาจมีหลายนิยาม แต่สำหรับชาวซีพี ออลล์ คือ DNA ที่หล่อหลอมให้พนักงานทุกคน พร้อมเป็นที่พึ่งให้กับทุกชุมชนตลอด 24 ชั่วโมง ซีพี ออลล์เชื่อมั่นใน คุณธรรม จากภายในของทุกคนด้วยอุดมการณ์ ความกตัญญู และพลังศรัทธาในการสร้างประโยชน์แก่ประเทศ ประชาชน และองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง อันเป็นรากฐานของวัฒนธรรมองค์กรที่มั่นคงของพวกเราชาวซีพี ออลล์จึงได้รวมพลังพนักงานกว่า 200,000 คน ขับเคลื่อน DNA ความดี 24 ชั่วโมง ที่พนักงานทุกคนได้ร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ในทุกๆ วัน สิ่งดีๆ เหล่านี้อาจเริ่มต้นจากเรื่องเล็กๆ ในแต่ละพื้นที่ แต่ซีพี ออลล์เชื่อมั่นว่า เมื่อปลูกฝังให้กลายเป็น DNAขององค์กร เมื่อรวมกันแล้ว จะกลายเป็นคุณค่าต่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร ให้สามารถเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนและมีความสุข จากความเชื่อมั่นใน คุณค่าเชิงบวก สู่การประกาศเจตนารมย์ซีพี ออลล์ ขอขับเคลื่อนองค์กรแห่งธรรมาภิบาล ผ่านการประกาศทิศทางนโยบายบรรษัทภิบาล 2024 ผนึกกำลังพนักงาน , Store Business Partner (SBP) และคู่ค้า ร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรแห่งธรรมาภิบาลตลอดห่วงโซ่คุณค่า คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย DNA ความดี 24 ชั่วโมง ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล พร้อมเคียงข้างชุมชนด้วยพลังความดี เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมแห่งคุณธรรมและความเอื้อเฟื้ออย่างยั่งยืน จากทุกเรื่องราวความดี สู่การมอบรางวัล DNA ความดี 24 ชั่วโมงในปี 2567 ที่ผ่านมา มีเรื่องราวที่ลูกค้าได้ชื่นชมพนักงานกว่า 28,500 เรื่อง ซีพี ออลล์จึงได้จัด งานมอบรางวัล DNA ความดี 24 ชั่วโมง ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างกำลังใจให้พนักงานผู้มี จิตอาสา จากทั่วประเทศ พร้อมจุดประกาย คุณค่า จากภายในขยายสู่ชุมชนและสังคมภายนอก โดยคัดเลือกเรื่องราวการทำสิ่งดีๆ ของพนักงานซีพี ออลล์ ทั้งสายปฏิบัติการร้าน สายกระจายสินค้า และสายสำนักงาน ทั้งในด้านความซื่อสัตย์ ด้านการให้ความช่วยเหลือ และการบริการเหนือความคาดหมาย เพื่อเป็นสุดยอดต้นแบบการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ การมอบรางวัลในครั้งนี้เป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้แก่พนักงานที่ทำดี นอกจากการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพนักงานในกลุ่มซีพี ออลล์แล้ว พลังแห่งการให้และแบ่งปันยังได้รับการขยายผลไปยังกลุ่มธุรกิจในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์สังคมตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน เดินหน้าสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งความยั่งยืนจากค่านิยม 3 ประโยชน์ ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งสร้างคุณค่าให้แก่ประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์จึงได้จัดพิธีมอบรางวัล ซีพีร้อยเรียงความดี เพื่อเชิดชูพนักงานจากกลุ่มธุรกิจในเครือฯ ผู้เป็นแบบอย่างของการทำสิ่งดีๆ และสร้างสรรค์สังคม ยกระดับวัฒนธรรมองค์กร มุ่งเปลี่ยนผ่านองค์กร สู่ศตวรรษที่ 2 ให้ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน 7-Eleven เป็นที่พึ่งชุมชน ผ่านการสร้าง ‘ชุมชนอุ่นใจ’นอกเหนือจากเรื่องราว ความดี ที่เกิดขึ้นผ่านพนักงานกว่า 200,000 คนขององค์กร และจากกว่า 15,000 สาขา ทั่วประเทศ ทำให้ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นอยู่ในทั่วทุกซอกทุกมุมของสังคม และเป็นส่วนหนึ่งในสังคม เคียงคู่คนไทยมานาวนานถึง 36 ปี จากความใกล้ชิดนี้เอง จึงเกิดเป็นการสร้างพื้นที่รอบร้านให้เป็น ชุมชนอุ่นใจ เป็นแสงสว่างและที่พึ่งชุมชนผ่านโครงการต่างๆ ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว เปิดรับแจ้งเหตุสำหรับนักท่องเที่ยว 24 ชั่วโมง ติดตั้งเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ พร้อมช่วยเหลือเหตุฉุกเฉิน จัดอบรมดับเพลิง-อพยพหนีไฟ ให้กับพนักงาน สนับสนุนพื้นที่จำหน่ายสินค้า ให้กับกลุ่มเปราะบาง รวมไปถึงโครงการ ชุมชนคนรักหมา 4 ขาหน้าเซเว่น ที่ร่วมกับหน่วยงานหลายภาคส่วนในแต่ละพื้นที่ เพื่อบริการทำหมันและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ส่งต่อการให้ครั้งยิ่งใหญ่ กับกองทุน บุญนิธิแสตมป์เซเว่นฯ นอกเหนือจาก ชุมชนอุ่นใจ ซีพี ออลล์ยังได้เชิญชวนลูกค้าร่วมกันเป็นสะพานในการ ส่งต่อความดีโดยการเปิดโอกาสให้ลูกค้าร้าน 7-Eleven บริจาคแสตมป์ที่ได้รับจากการซื้อสินค้าทั้งช่องทาง Offline และ Onlineโดยนำเงินจากมูลค่าแสตมป์ของลูกค้า มาบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับสังคม ชุมชนในรูปแบบของ กองทุน บุญนิธิแสตมป์เซเว่นเพื่อสาธารณกุศล 77 จังหวัด โดยได้นำเงินดังกล่าวไปช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสและโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร อาทิ ส่งมอบมื้ออาหารกลางวันให้น้องๆ นักเรียนในพื้นที่ห่างไกล การปรับปรุงห้องน้ำในโรงเรียนที่ขาดแคลน 77 จังหวัดทั่วประเทศ เป็นต้น
อ่านเพิ่มเติม ทำดี 9 วิธีง่ายๆ จากเรื่องราวในโลกจริง เปลี่ยนโลกได้จริง 9 วิธีทำดี ที่คุณก็ทำได้วันนี้ การทำดีเป็นการกระทำที่สร้างประโยชน์และคุณค่าทั้งต่อผู้ทำและผู้รับ โดยสามารถทำได้หลากหลายวิธี ตั้งแต่การพัฒนาตนเองให้มีทักษะที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม การปฏิบัติตนด้วยความซื่อสัตย์และมีน้ำใจ การเคารพในความแตกต่างของผู้อื่น การช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอกว่า การมีจิตบริการ รวมไปถึงการใส่ใจต่อสิ่งรอบตัว ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการทำดีที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นได้ทันที และช่วยสร้างสังคมที่น่าอยู่ให้กับทุกคน บทความนี้เราจะมาแชร์ 9 วิธีทำดีง่าย ๆ ที่คุณเองก็ทำได้ตั้งแต่วันนี้ พร้อมตัวอย่างจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง และทำให้โลกใบนี้มีความหมาย น่าอยู่ยิ่งกว่าเดิม 1.เรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น การเรียนรู้วิธีปฐมพยาบาล ไม่ใช่หน้าที่ของแพทย์ พยาบาล หรือใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น แต่คุณเองก็สามารถทำดีได้ด้วยการเรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นการห้ามเลือดเมื่อมีบาดแผล รับมือกับอาการหน้ามืด เป็นลม รวมถึงฝึกใช้เครื่องมือที่มีอยู่ตามสาธารณะอย่างเครื่อง AED (Automated External Defibrillator) หรือเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ เมื่อเกิดเหตุพบผู้มีอาการหัวใจหยุดเต้นหรือหยุดหายใจกะทันหัน ขั้นตอนการช่วยชีวิตและวิธีการใช้เครื่อง AED จาก สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ในชีวิตจริงมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง และหลายครั้งที่ผู้รับบทบาทช่วยเหลือนั้นมักเป็นคนทั่วไป หรือแม้กระทั่งพนักงานขายของในเซเว่นฯ ซึ่งเราจะเห็นได้ตามสื่อเป็นประจำอย่างเคสการทำดีช่วยเหลือลูกค้าหน้ามืดเป็นลมจนดีขึ้น การปฐมพยาบาลให้ลูกค้าที่มีอาการลมชัก หรือการรีบเข้าช่วยเหลืออุบัติเหตุรถชนใกล้เซเว่นฯ เพราะเหตุที่ใกล้ตัวและเกิดขึ้นได้แบบกะทันหัน การเรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลติดตัวไว้ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการทำดี ที่จะช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ รวมถึงรับมือกับเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับคุณเองได้ในอนาคต พนักงานเซเว่นทุกคนจึงได้รับการอบรมให้ความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้น CPR และการใช้ AED 2.เรียนรู้การใช้ถังดับเพลิง การเรียนรู้วิธีใช้ถังดับเพลิง เป็นส่วนหนึ่งของการทำดี ที่เราจะได้ช่วยเหลือผู้คนอย่างถูกต้อง ปลอดภัย ลดโอกาสการสูญเสียในวงกว้างทั้งสิ่งมีชีวิตและทรัพย์สิน จากเหตุไฟไหม้ที่มักเกิดขึ้นแบบไม่คาดฝัน ไม่ว่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร ลืมปิดแก๊ส จุดธูปไหว้พระ และอีกมากมายหลายเหตุ การจะดับเพลิงนั้นเป็นสิ่งที่ดี ที่เราสามารถทำได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องรอนักดับเพลิง หากเราเรียนรู้วิธีดับอย่างถูกต้อง ซึ่งหลายองค์กรก็มักจะมีการอบรมการใช้งานถังดับเพลิงในบริษัทให้กับพนักงาน รวมถึงเซเว่นฯ ที่แม้จะเป็นร้านสะดวกซื้อ แต่ก็ยังมีการติดตั้งถังดับเพลิงภายในร้านและอบรมการใช้ถังดับเพลิงให้กับพนักงานที่ร้านด้วย เพื่อเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า หรือชุมชนรอบๆ ร้านเซเว่นฯ พนักงานร้านจะได้เข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ไม่วายที่จะมีเหตุให้ได้ใช้ทักษะนี้อยู่บ่อยครั้ง เช่น เหตุการณ์พนักงานเซเว่นฯเข้าช่วยดับไฟไหม้ป่าข้างชุมชน หรือดับไฟรถยนต์ลูกค้าที่มาเข้าใช้บริการ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้แม้จะรู้สึกว่าคงไม่เกิดขึ้นกับตนได้ง่าย แต่เมื่อถึงเวลาที่เกิดขึ้นมา การมีสติและความรู้ที่พร้อมตั้งรับก็จะช่วยให้เราทุกคนปลอดภัย เป็นการเริ่มต้นทำดีง่าย ๆ ที่คุณก็เป็นคนดีของสังคมได้ ตั้งแต่ตอนนี้เลย 3.ไม่เก็บของของผู้อื่นมาเป็นของตน การเป็นคนซื่อสัตย์ รู้ผิดชอบ ไม่เอาของของคนอื่นมาเป็นของตนเอง เป็นการทำดีแบบพื้นฐานที่เราสามารถตระหนักและปฏิบัติได้ทันที โดยไม่ต้องสอนกัน แม้จะมีหลายบททดสอบเกิดขึ้นในสังคมชวนให้พลั้งเผลอ เช่น เจอกระเป๋าเงินตก คนลืมมือถือบนโต๊ะอาหาร หรือเครื่องประดับที่ร่วงอยู่บนพื้น เป็นต้น แต่ถ้าเรายึดมั่นในการทำดี มีคุณธรรม ความซื่อสัตย์ในใจก็ย่อมสร้างความสุขในใจเราและผู้อื่นได้ ดังเรื่องราวที่น่าประทับใจของพนักงานเซเว่นฯ ที่เก็บแหวนเพชรคืนลูกค้าได้ ทำเอาลูกค้าซึ้งใจเป็นที่สุด เรามาอ่านความน่าใจฟูของการทำดีเคสนี้ต่อได้ที่ ชื่นชมความซื่อสัตย์ น้องเซเว่นฯ เก็บแหวนเพชร ส่งคืนถึงมือลูกค้า 4.เคารพความต่างของเพื่อนมนุษย์ การเรียนรู้ที่จะทำดีต่อกัน ให้เกียรติ ศึกษา ทำความเข้าใจ ยอมรับในความต่างของเพื่อนมนุษย์ไม่ว่าจะด้านร่างกาย ศาสนา ความเชื่อ วัฒนธรรม ชาติพันธุ์นั้นเป็นสิ่งที่เราทุกคนพึงกระทำ เพราะจะช่วยให้เราเข้าใจและเรียนรู้ที่จะปฏิบัติทำดีต่อกันอย่างเหมาะสม สร้างความสุขให้แก่ตัวเราและคนรอบข้างแม้ไม่รู้จักกันได้ ยกตัวอย่างกรณีพนักงานเซเว่นฯให้พื้นที่ลูกค้ามุสลิมได้ละหมาดและทานข้าวบริเวณร้านเพราะในปั๊มไม่มีสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา เหตุนี้ได้สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าจนได้นำเรื่องราวดี ๆ มาเล่าต่อบนช่องทาง TikTok ก่อให้เกิดความเข้าใจอันดี ความรู้สึกที่ดีต่อกันแม้ต่างศาสนา สร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น 5.ช่วยเหลือผู้ที่ดูแลตนเองไม่ได้ การช่วยเหลือผู้ที่ดูแลตนเองไม่ได้ เป็นการทำดีรูปแบบหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจของผู้ช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการพยายามช่วยเหลือผู้สูงอายุเดินข้ามถนน จัดหาน้ำขนมให้ผู้สูงอายุ หรือแม้กระทั่งช่วยคนหลงทางให้กลับมาอยู่ในอ้อมกอดของคนในครอบครัวได้อีกครั้ง นับว่าเป็นการทำดีเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งคุณเองก็สามารถทำได้เลยตั้งแต่วันนี้ 6.ฝึกตัวเองให้เป็นคนช่างสังเกต การทำดีด้วยการฝึกตนให้เป็นคนช่างสังเกต รู้จักสอดส่อง ตั้งคำถามในสิ่งที่หลายคนอาจจะมองข้ามนั้น นับว่าเป็นพฤติกรรมที่ดีและมีประโยชน์อย่างหนึ่ง หากเราเลือกใช้ความช่างสังเกตนี้ในทางที่ถูกต้อง ดังเช่นเหตุการณ์ 2 สาวเซเว่นฯร่วมมือกับพลเมืองดี ช่วยเหลือเด็กจากแก๊งลักพาตัวให้กลับมาสู่ครอบครัวได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดจากที่พนักงานสังเกตเห็นความผิดปกติของเด็กที่ดูหวาดระแวงและร้องไห้ จึงได้สอบถามกับเด็กและช่วยให้รอดพ้นได้ที่สุด การรู้จักสังเกตเช่นนี้นับว่าเอามาใช้ได้อย่างถูกต้อง เป็นประโยชน์และก่อให้เกิดผลดีมีคุณค่า มีความหมายกับทั้งตนเองและผู้อื่น 7.เรียนรู้การบริการด้วยใจ การบริการด้วยใจ คือการทำดีที่ง่ายมาก หากคุณคือคนหนึ่งที่ทำงานสายบริการ ซึ่งการบริการด้วยใจนั้นต้องมาจากทัศนคติที่ดี อยากให้ผู้รับบริการได้สิ่งที่ดีกลับไป โดยไม่ได้หวังสิ่งใดตอบแทน ซึ่งตัวอย่างดี ๆ จากการบริการที่ดีก็มีให้เห็นมากมายในสังคม เช่น การอาสาไปส่งสินค้าให้ลูกค้าด้วยตนเอง หรือการตั้งใจทำกาแฟเพราะอยากให้ลูกค้าได้กินของอร่อย การทำดีด้วยใจที่รักในบริการแบบนี้ไม่ได้เป็นแค่การสร้างประสบการณ์ที่ดีของผู้รับเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับตัวเราและองค์กรให้เป็นที่จดจำได้อีกด้วย ผู้จัดการร้านเซเว่นทุกคน จึงได้รับการอบรม Service Mindset For Leader เพื่อการดูแลลูกค้าด้วยใจที่จริงจัง 8.หลบทางให้รถพยาบาลบนท้องถนน อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกวัน การที่เราต้องใช้ถนนร่วมกับผู้คนเราต้องตระหนักถึงการขับขี่ให้ปลอดภัย ขณะที่ถ้ามีรถพยาบาลหรือกู้ภัยขับมาอย่างรวดเร็ว สิ่งที่เราทำดีได้ทันทีคือการขับหลบรถพยาบาลให้ถูกต้องตามกฎ เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับผู้ที่อยู่บนรถพยาบาล วิธีการขับรถหลีกทางให้รถพยาบาลฉุกเฉินที่ถูกต้อง จาก ขับขี่ปลอดภัย by DLT หลายต่อหลายครั้งเหตุการณ์แบบนี้ก็ได้สร้างวีรบุรุษบนท้องถนน จนได้รับคำชื่นชมเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม เช่นเดียวกับไรเดอร์พนักงานเซเว่นฯ ท่านหนึ่ง ที่นอกจากจะขับขี่ปลอดภัยแล้ว ยังช่วยขับรถเปิดทางให้กู้ภัย จนสามารถส่งผู้ป่วยเส้นเลือดสมองตีบถึงโรงพยาบาลได้ทันเวลา เหตุการทำดีนี้ทำให้เขาได้รับคำชมยกย่องจากกู้ภัยและผู้คนมากมาย อ่านความน่าประทับใจต่อได้ที่นี่ กู้ภัยสุดปลื้ม ไรเดอร์เซเว่นฯฯ ขับมอเตอร์ไซด์เปิดทางให้รถกู้ภัยฉุกเฉิน นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล ฉะนั้น ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงไซเรนรถพยาบาลก็อย่าลืมขับหลบให้ถูกต้อง เพื่อเป็นการเซฟชีวิตตนเองและคนที่รักของใครซักคนให้มีชีวิตรอดปลอดภัยด้วยนะ 9.เมตตาต่อสัตว์โลก แม้ว่าสัตว์จะเป็นสิ่งมีชีวิตที่พูดไม่ได้ แต่ก็มีความรู้สึกเจ็บ มีความรู้สึกกลัว รักชีวิตเฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ การที่เราอ่อนโยน ช่วยเหลือ ใจดีกับสัตว์โลกก็เป็นการทำดีที่คุณก็สามารถทำได้ง่ายและทำได้ทันที เช่น ให้อาหารนก เล่นกับสุนัข ช่วยชีวิตลิงที่โดนรถชน ช่วยตามหาเจ้าของ แมวที่บาดเจ็บ หรืออื่น ๆ อีกมากมาย เป็นการกระทำที่ใจดีต่อสัตว์ และช่วยให้สภาพแวดล้อมในสังคมน่าอยู่ยิ่งขึ้น แถมยังอิ่มใจจากการช่วยเพื่อนร่วมโลกให้อยู่อย่างปลอดภัย ไร้อันตรายอีกด้วย จาก 9 วิธีทำดีที่เราหยิบยกมาแนะนำ พร้อมตัวอย่างเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงสุดน่าประทับใจ คงจะทำให้คุณรู้สึกใจฟู เข้าถึงความหมายและคุณค่าของการทำดี ที่ทำให้สังคมนี้น่าอยู่ยิ่งขึ้น ถ้าคุณพร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนโลกให้สดใส และส่งต่อรอยยิ้มให้กับทุกคนแล้ว เรามาเริ่มทำดีไปด้วยกันง่าย ๆ ตั้งแต่วันนี้กันนะ :)) ทำความดี ตอบคำถามความดี การทำดี หมายความว่าอะไร? การทำดี คือ การช่วยเหลือ หรือการทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ ก่อให้เกิดคุณค่ากับตนเองและส่วนรวม ที่ทำให้ทั้งผู้ทำดี และผู้ที่รับความดีนั้นมีความสุข ทำดีได้ดีมีจริงไหม? การทำความดีนั้น สิ่งที่ได้ดีกลับมาอย่างทันที ก็คือความสุขในจิตใจที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่นให้มีความสุข ปลอดภัย มีช่วงเวลาและชีวิตที่ดี นี่เรียกได้ว่าเป็นผลตอบแทนของความดีที่เห็นได้อย่างชัดเจน การทำดีมีประโยชน์อย่างไรต่อตัวเราเอง? การทำดีมีประโยชน์ต่อตัวเราเอง สร้างความสุขและความพึงพอใจจากภายใน (Helper’s High) ลดความเครียดและความวิตกกังวล สร้างความภาคภูมิใจในตนเอง พัฒนาทักษะทางสังคมและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ดีในสังคม สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นทำดีตาม ทำให้เกิดวงจรแห่งความดีงาม ส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี สร้างความรู้สึกมีคุณค่าและมีความหมายในชีวิต DNA ความดี 24 ชั่วโมง คืออะไร?DNA ความดี 24 ชั่วโมง คือสิ่งที่ CP ALL ตั้งใจปลูกฝังเรื่องของการทำความดี ให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทุกคนในองค์กร เริ่มต้นด้วยเรื่องราวความดีเล็ก เพื่อกลายเป็นคุณค่าต่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร ให้สามารถเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนและมีความสุข
อ่านเพิ่มเติม ดูแลสวนดอกไม้ให้สวยแล้วผีเสื้อจะบินมาหาเอง ทำตัวเอง ให้มีพลัง ยุติธรรม โปร่งใสชื่อเสียงที่ดี ความรักจากสังคมจะวิ่งเข้ามาหาองค์กรเองเหมือนกับดูแลสวนดอกไม้ให้สวยแล้วผีเสื้อจะบินมาหาเอง คุณยุทธศักดิ์ ภูมิสรกุลประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)มอบนโยบายในงานมอบประกาศนียบัตรMrister Miss Good Governance รุ่นที่ 3 และปฐมนิเทศ Mister Miss Good Governance รุ่นที่ 4 29 กันยายน 2568
อ่านเพิ่มเติม ทำไม 7-11 ถึงขายกล้วย?ทุกวันนี้ในร้าน 7-11 เริ่มจะมีสินค้าขายเยอะขึ้นเรื่อยๆ แถมครบครันมากขึ้นจนสมคำร่ำลือที่ว่า ขายความสะดวก เวลามีสินค้าตัวใหม่ออกมาทีไรก็มักจะได้รับความนิยมเป็นอย่างดี เช่น กล้วย ปาท่องโก๋ หรือล่าสุดอย่างมะพร้าว เคยสงสัยกันมั้ยนะว่าทำไม 7-11 ถึงหันมาเปลี่ยนตลาด และเริ่มขายสินค้าประเภทนี้ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจให้กระจ่างกัน ความจริงแล้ว 7-11 รับสินค้าเหล่านี้มาขาย เพื่อช่วยสนับสนุนรายได้ให้กับเกษตรกรไทยโดยรับซื้อมาในราคาที่สูงกว่า อย่างเช่นกล้วยก็รับมาจากสหกรณ์การเกษตรท่ายาง จ.เพชรบุรี ทำให้เกษตรมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 70-80 % ต่อปี ที่สำคัญยังตอบโจทย์ต่อพฤติกรรมของคนเมืองในยุคนี้ เพิ่มช่องทางความสะดวก และยังเหมาะสำหรับคนรักสุขภาพที่ไม่ค่อยมีเวลาอีกด้วย และต้องบอกว่า กล้วยหอมทอง จากสหกรณ์การเกษตรท่ายาง จ.เพชรบุรี เป็นอีกหนึ่งธุรกิจ SME ที่ประสบความสำเร็จและได้ช่วยเหลือเกษตรกร นับว่าเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรอีกทางหนึ่ง สำหรับผู้ประกอบการ SME ท่านใดที่มีความต้องการนำสินค้ามาจำหน่ายในร้านเซเว่นฯ เหมือนอย่างกล้วยหอมทองล่ะก็ สามารถนำสินค้ามาเสนอได้ที่เซเว่น อีเลฟเว่น และบริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด หรือเว็บไซต์ www.cpall.co.th, www.24shopping.co.th ได้เลยค่ะ
อ่านเพิ่มเติม