เข้าสู่ระบบ

อีเมล / Username

รหัสผ่าน

​

ยังไม่มีบัญชี?


เข้าระบบด้วยบัญชี

google
line

People & Culture Excellence

เปลี่ยนประสบการณ์ของคน สู่ความรู้ขององค์กร

หมวดหมู่ความรู้ : People & Culture Excellence

30 ก.ย. 2569

60
0
articleImage287
Recommended
CPLI

ผู้นำจะเปลี่ยน Tacit Knowledge ให้กลายเป็นองค์ความรู้ที่ส่งต่อได้อย่างไร?

ทุกองค์กรมีคนที่มากด้วยประสบการณ์จากการทำงานจริง ผ่านทั้งความสำเร็จ ความผิดพลาด การตัดสินใจ และการแก้ปัญหา จนเกิดเป็น Tacit Knowledge หรือความรู้ที่ฝังอยู่ในตัวบุคคล ทั้งเทคนิคในการทำงาน วิธีที่ได้ผล และสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

แต่ความรู้เหล่านี้ไม่ควรจบอยู่กับคนเพียงคนเดียว สิ่งสำคัญคือการนำประสบการณ์กลับมาทบทวนและสกัดว่า อะไรคือสิ่งที่ทำได้ผล มีทีเด็ดอะไร เคยผิดพลาดตรงไหน และมีบทเรียนอะไรที่ควรส่งต่อ ซึ่งเป็นหัวใจของ Knowledge Management (KM) ที่เปลี่ยนความรู้ของบุคคลให้เป็นองค์ความรู้ที่ผู้อื่นสามารถเรียนรู้ นำไปใช้ และต่อยอดได้

 

ผู้นำไม่ได้มีหน้าที่แค่สร้างผลงาน แต่ต้องสร้างคนและส่งต่อความรู้

ในหลักสูตรพัฒนาผู้นำของ CPLI ผู้เข้าร่วมที่รับบทบาทเป็น “เถ้าแก่” จะได้เรียนรู้จากการทำธุรกิจจริง ตั้งแต่รับเป้าหมาย วางกลยุทธ์ ลงมือทำ ตัดสินใจ แก้ปัญหา ไปจนถึงรับผิดชอบผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น

แต่การเรียนรู้ไม่ได้จบลงเมื่อธุรกิจสร้างผลลัพธ์ ทุก 3 เดือน เถ้าแก่จะต้องกลับมาทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น และส่งมอบองค์ความรู้คืนสู่องค์กร โดยแบ่งบทเรียนออกเป็น 2 ประเภท

  • บทเรียนจากความสำเร็จ (Success Lesson) ถอดสิ่งที่ทำสำเร็จออกมาให้เห็นว่า ทำอย่างไร อะไรคือวิธีหรือเทคนิคสำคัญ และคนอื่นจะนำไปใช้ต่อได้อย่างไร
  • บทเรียนจากข้อผิดพลาด (Failure Lesson) ถอดปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้น พร้อมวิธีป้องกันหรือแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดแบบเดิมซ้ำ

เพราะการเล่าว่า “เกิดอะไรขึ้น” ยังไม่ใช่องค์ความรู้ สิ่งสำคัญคือการสกัดให้ได้ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นสอนอะไรเรา และคนอื่นจะนำบทเรียนนี้ไปใช้ต่อได้อย่างไร

 

7 ขั้นตอน เปลี่ยนประสบการณ์ให้เป็นองค์ความรู้

CPLI ออกแบบกระบวนการจัดการความรู้ตั้งแต่ประสบการณ์ของคน ไปจนถึงการนำความรู้กลับไปใช้จริง ผ่าน 7 ขั้นตอน

  1. Experience: เริ่มจากประสบการณ์จริง
    มองหาบทเรียนจากความสำเร็จ ความผิดพลาด การตัดสินใจ และการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการทำงานจริง
  2. Capture: สกัดสิ่งที่ได้เรียนรู้
    ค้นหาวิธีคิด วิธีทำ เทคนิค หรือบทเรียนสำคัญที่ซ่อนอยู่ในประสบการณ์นั้น
  3. Categorize: จัดหมวดหมู่ความรู้
    จัดองค์ความรู้ตามหมวดหมู่ เพื่อให้ง่ายต่อการสร้างองค์ความรู้ การค้นหา และการนำไปใช้
  4. Create: เรียบเรียงให้น่าเรียนรู้
    เปลี่ยนบทเรียนจากหน้างานให้เป็นเนื้อหาที่คนอื่นอ่านแล้วเข้าใจทั้งที่มา วิธีทำ และสิ่งที่ได้เรียนรู้
  5. Check: ตรวจสอบคุณภาพ
    ทบทวนด้วย 4 คำถามสำคัญ คือ ถูกต้องไหม น่าสนใจไหม เข้าใจง่ายไหม และนำไปใช้ได้จริงไหม
  6. Share: ส่งต่อความรู้
    เผยแพร่องค์ความรู้ผ่านระบบ CPLI Learning Space เพื่อให้คนในองค์กรเข้าถึงและเรียนรู้ได้
  7. Impact: นำไปใช้และต่อยอด
    เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การมีความรู้เก็บไว้ในระบบ แต่คือการทำให้คนเรียนรู้ นำไปใช้ และสร้างผลลัพธ์ใหม่จากความรู้นั้น

 

องค์ความรู้ที่ดี ต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพ

CPLI มีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพก่อนเผยแพร่ โดย Mentor ช่วยทบทวนความครบถ้วนและความถูกต้องของเนื้อหา ก่อนส่งต่อให้ KM Committee ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจากแต่ละกลุ่มธุรกิจ พิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งวิธีการ ผลลัพธ์ และการนำไปประยุกต์ใช้ หากยังไม่ผ่านเกณฑ์ จะมีข้อเสนอแนะเพื่อนำกลับไปปรับปรุง

กระบวนการนี้ช่วยให้ KM ไม่ใช่เพียง “เรื่องเล่าจากประสบการณ์” แต่เป็น “องค์ความรู้ที่มีคุณภาพและคนอื่นนำไปใช้ต่อได้จริง”

 

ทำอย่างไรให้การส่งต่อความรู้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง?

การสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพียงแค่บอกให้ทุกคนแบ่งปันความรู้ แต่ต้องมีระบบที่ทำให้การทบทวน สกัด และส่งต่อความรู้เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ

CPLI จึงกำหนดรอบการส่งมอบ KM ทุกไตรมาส พร้อมสนับสนุนตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การให้ความรู้เรื่อง KM วิธีสกัดบทเรียน เกณฑ์การพิจารณา ขั้นตอนการส่งผ่านระบบ ไปจนถึงการจัดช่วงทบทวนและตอบคำถามให้กับเถ้าแก่ Mentor และ KM Committee

ปัจจุบันมีองค์ความรู้มากกว่า 10,000 เรื่อง ในระบบ เพื่อให้บุคลากรและเถ้าแก่รุ่นต่อไปสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์จริง และนำไปประยุกต์ใช้กับการทำงานของตนเอง

เพราะคุณค่าของ KM ไม่ได้อยู่ที่ว่า องค์กรเก็บความรู้ไว้ได้มากแค่ไหน”แต่อยู่ที่ความรู้เหล่านั้น ถูกส่งต่อและนำไปใช้ประโยชน์ได้มากแค่ไหน เมื่อประสบการณ์ของคนหนึ่งคนกลายเป็นบทเรียนให้คนอีกหลายคนได้เรียนรู้ คนรุ่นต่อไปก็ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากศูนย์ แต่สามารถนำองค์ความรู้ที่มีไปต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น และทำให้ความรู้เติบโตไปพร้อมกับคนและองค์กร


บทความหน่วยธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

articleImage324
Business Knowledge
6CoreValuesinAction
Honesty at Heart: เพราะความซื่อสัตย์คือหัวใจของการดำเนินธุรกิจ

30 ก.ย. 2569

5
0

ยอดขายอาจสะท้อนความสำเร็จในวันนี้ แต่ความไว้วางใจคือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้ในระยะยาว ในโลกธุรกิจที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากมาย การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่แค่เรื่องราคาและคุณภาพสินค้า แต่ยังรวมถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ โดยเฉพาะธุรกิจอาหารที่ทุกผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้องกับคุณภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภคโดยตรง สำหรับเอเต้ ไอศกรีม ความซื่อสัตย์จึงไม่ใช่เพียงคำมั่นสัญญา แต่เป็นหลักสำคัญที่ต้องสะท้อนผ่านทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจ เพราะการสร้างความไว้วางใจไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอและความรับผิดชอบในระยะยาว เบื้องหลังไอศกรีมหนึ่งชิ้น ไม่ได้มีเพียงการสร้างสรรค์รสชาติให้อร่อย แต่ยังรวมถึงกระบวนการทำงานที่ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงระบบตรวจสอบคุณภาพที่ได้มาตรฐานสากล การให้ความสำคัญกับการตรวจสอบตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษามาตรฐานของสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ นอกจากคุณภาพของสินค้าแล้ว การสื่อสารข้อมูลอย่างถูกต้องและตรงไปตรงมาก็เป็นอีกหนึ่งความรับผิดชอบที่ธุรกิจอาหารไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นการแสดงส่วนประกอบ ข้อมูลโภชนาการ หรือรายละเอียดสำคัญบนบรรจุภัณฑ์ ล้วนเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการของตนเอง เพราะความซื่อสัตย์ไม่ได้หมายถึงการผลิตสินค้าให้ดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึง การไม่ปิดบังข้อมูลสำคัญ และสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างชัดเจนและโปร่งใส ในมุมของธุรกิจ "ความซื่อสัตย์อาจไม่ใช่สิ่งที่สามารถวัดผลเป็นตัวเลขได้ทันที แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค" ดังนั้นเอเต้ ไอศกรีม จึงให้ความสำคัญกับมาตรฐานคุณภาพ การดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบสอดคล้องตามค่านิยม 6 ประการ เพื่อเป็นการวางรากฐานให้แบรนด์ได้รับความไว้วางใจและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

อ่านเพิ่มเติม
articleImage321
ภัยไซเบอร์
ภัยไซเบอร์ใกล้ตัวกว่าที่คิด แค่ "ตั้งสติก่อนคลิก" ก็รอดได้

30 ก.ย. 2569

9
0

Context: ภัยไซเบอร์ยุคนี้ไม่ได้มากับแฮกเกอร์ในห้องมืดที่พยายามเจาะระบบคอมพิวเตอร์ล้ำยุค แต่มักพุ่งเป้ามาที่ "ความเผลอ" ของพวกเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นข้อความ SMS เพียง 1 ข้อความ คิวอาร์โค้ด 1 รูป รหัสผ่านที่เราใช้ซ้ำจนชิน หรือข้อมูล 1 ชิ้นที่เราเผลอส่งออกไป บทความนี้รวบรวมองค์ความรู้จากทีม AXONS มาแชร์เป็นวิธีรับมือแบบง่าย ๆ ที่ทำได้จริง เพื่อปกป้องเงินและข้อมูลสำคัญของคุณโดยไม่ต้องมีความรู้ด้านไอทีขั้นสูง Key Knowledge: ข้อความและลิงก์ปริศนา ด่านแรกของการล้วงข้อมูล: มิจฉาชีพรู้ว่าคนเราตกใจง่าย จึงมักใช้วิธีส่งข้อความหลอกลวงอ้างว่าบัญชีธนาคารมีปัญหา หรือให้สิทธิประโยชน์พิเศษ เพื่อให้เรากดลิงก์หรือโหลดแอปพลิเคชันนอกแอปหรือเพลย์สโตร์ทางการ เพื่อขโมยข้อมูล สิ่งที่ควรทำคือ "คิดก่อนคลิก" ตรวจสอบแหล่งที่มา หากไม่แน่ใจต้องท่องไว้ว่า ไม่คลิก ไม่กรอก ไม่โหลด และถ้าเผลอโหลดแอปพลิเคชันแปลก ๆ ไปแล้ว ให้รีบตัดอินเทอร์เน็ต (เช่น เปิดโหมดเครื่องบิน) แล้วโทรติดต่อธนาคารทันที รหัสผ่านรั่วที่เดียวอาจพังทั้งระบบ: รหัสผ่านและรหัส PIN ก็เหมือนกุญแจเข้าบ้าน เราไม่ควรใช้กุญแจดอกเดียวกันไขทุกอย่าง ควรแยกรหัสผ่านเรื่องงาน โซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชันการเงินออกจากกัน แนะนำให้เปลี่ยนมาตั้งรหัสผ่านเป็นประโยคยาว ๆ ที่มีความหมายกับเราเพื่อให้จำง่ายแต่คนอื่นเดายาก และควรเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอน (MFA) ในทุกระบบที่รองรับเพื่อเป็นเกราะป้องกันอีกชั้น สแกนคิวอาร์โค้ด สะดวกได้แต่ต้องเช็กให้ชัวร์: มิจฉาชีพอาจนำสติกเกอร์คิวอาร์โค้ดปลอมมาแปะทับของจริง เพื่อหลอกให้เราโอนเงินผิดบัญชี หรือพาไปเว็บไซต์ปลอม ดังนั้นก่อนสแกนควรสังเกตรอยแปะทับ และก่อนกดยืนยันโอนเงินต้องสละเวลา 2 วินาทีเช็กชื่อบัญชีผู้รับและยอดเงินให้ชัวร์ รวมถึงสังเกตชื่อลิงก์ก่อนกดเปิดหน้าเว็บเสมอ ใช้ AI อย่างฉลาด ต้องรอบคอบก่อนป้อนข้อมูล: AI แบบสาธารณะช่วยให้เราทำงานเร็วขึ้นก็จริง แต่ก็เปรียบเสมือนพื้นที่ส่วนรวม หากเราป้อนข้อมูลความลับของบริษัท แผนธุรกิจ หรือข้อมูลลูกค้าลงไป ข้อมูลเหล่านั้นอาจถูกระบบบันทึกไปใช้เป็นฐานข้อมูลได้ จึงควรตั้งคำถามกับตัวเองก่อนพิมพ์คำสั่งเสมอว่า "ข้อมูลนี้เปิดเผยได้หรือไม่" และควรเปลี่ยนไปใช้ข้อมูลสมมติแทนข้อมูลจริงเสมอ Key Takeaway: ความปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ได้เริ่มจากระบบที่แพงที่สุด แต่เริ่มจาก 5 พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่เราทำเป็นประจำทุกวัน ได้แก่ คิดก่อนคลิก ตรวจสอบก่อนสแกน ไม่แชร์ข้อมูลลับ แยกใช้รหัสผ่านและเปิดการยืนยันตัวตนสองชั้น และคิดก่อนป้อนข้อมูลลง AI เพียงแค่ปรับสติก่อนใช้งาน ชีวิตดิจิทัลของเราก็ปลอดภัยขึ้นแล้ว

อ่านเพิ่มเติม
articleImage315
CPLI
เมื่อโลกธุรกิจจริง กลายเป็นห้องเรียนของคนรุ่นใหม่

30 ก.ย. 2569

7
0

โจทย์จริง ทำให้การเรียนรู้ไปไกลกว่าการหาคำตอบ ความรู้จากห้องเรียนเป็นพื้นฐานสำคัญ แต่เมื่อต้องนำมาใช้กับโลกธุรกิจจริง ผู้เรียนต้องคิดมากกว่าการหาคำตอบที่ ถูก เพราะยังต้องตอบให้ได้ว่า ไอเดียนั้นแก้ปัญหาอะไร ตอบโจทย์ธุรกิจหรือไม่ และสามารถพัฒนาให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร แนวคิดนี้ถูกนำมาใช้ใน CP CUP โครงการจาก เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยฝ่ายทรัพยากรบุคคลเครือฯ ร่วมกับสถาบันผู้นำฯ เวทีที่เปิดโอกาสให้นักศึกษานำความรู้และไอเดียมาพัฒนาเป็น Solution เพื่อแก้โจทย์ธุรกิจจริงของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อค้นหาคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ และค้นหาแนวคิดทางธุรกิจที่ตอบโจทย์องค์กร จุดสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันว่าใครมีไอเดียดีที่สุด แต่คือ การนำโจทย์ที่องค์กรมีอยู่จริง มาเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่เรียนรู้และพัฒนาคน อย่าให้แค่โจทย์ แต่ต้องให้เห็น บริบทของโจทย์ด้วย การคิด Solution จากข้อมูลบนกระดาษ กับการได้เห็นว่าธุรกิจทำงานจริงอย่างไร ย่อมทำให้เห็นโจทย์ในมุมที่แตกต่างกัน CP CUP จึงไม่ได้มีเพียง Business Case และการนำเสนอผลงาน แต่เชื่อมการแก้โจทย์เข้ากับการเยี่ยมชมและเรียนรู้จากธุรกิจจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังโจทย์ ทั้งรูปแบบธุรกิจ กระบวนการทำงาน เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ถูกนำมาใช้จริง เมื่อได้เห็นบริบทจริง ผู้เรียนจึงสามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนในมหาวิทยาลัยเข้ากับการปฏิบัติ และนำสิ่งที่พบกลับมาทบทวนและพัฒนา Solution ให้มีความเป็นไปได้ทางธุรกิจมากขึ้น ให้ผู้เรียนเป็นเจ้าของกระบวนการคิด CP CUP เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิด พัฒนาแผนธุรกิจ และนำเสนอแนวทางของตัวเองต่อคณะกรรมการ ระหว่างทาง ผู้เรียนต้องใช้ทักษะหลายด้านไปพร้อมกัน ตั้งแต่การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกับผู้อื่น การบริหารเวลา ไปจนถึงภาวะผู้นำ ขณะที่การประเมินไม่ได้มองเพียงตัวแผน แต่ครอบคลุมทั้ง ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม และการนำเสนอ โจทย์ธุรกิจหนึ่งโจทย์จึงไม่ได้ฝึกเพียงความสามารถในการ คิดแผน แต่กลายเป็นพื้นที่ให้ผู้เรียนได้ทดลองใช้ทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานจริงหลายด้านพร้อมกัน จากห้องเรียน สู่โลกธุรกิจและการเรียนรู้ระดับนานาชาติ การเรียนรู้จะกว้างขึ้นอีก เมื่อผู้เรียนไม่ได้หยุดอยู่แค่การคิด Solution แต่มีโอกาสออกไปเห็นว่าโลกธุรกิจจริงกำลังทำอะไร และบริบทอื่นแตกต่างจากสิ่งที่ตัวเองคุ้นเคยอย่างไร CP CUP จึงต่อยอดการเรียนรู้ จากห้องเรียนสู่โลกธุรกิจจริง จากแนวคิดสู่การลงมือปฏิบัติ และจากการแข่งขันในประเทศสู่การเรียนรู้ระดับนานาชาติ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ชนะได้ศึกษาธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในประเทศจีน เพื่อเปิดมุมมองและนำสิ่งที่ได้เรียนรู้กลับมาต่อยอด Solution ของตัวเอง ตั้งแต่ธุรกิจค้าปลีกและอุตสาหกรรมอาหาร ไปจนถึงเทคโนโลยีหุ่นยนต์และ AI การได้สัมผัสสิ่งที่เกิดขึ้นจริงช่วยให้คนรุ่นใหม่มองเห็นทั้งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี รูปแบบธุรกิจ และแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นในโลกธุรกิจ ขณะเดียวกัน การเรียนรู้จากบริบทที่แตกต่างยังช่วยให้เห็นว่า Solution ที่เหมาะกับพื้นที่หนึ่ง อาจต้องปรับ เมื่อผู้คน ตลาด และสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป ทำให้การเรียนรู้ไม่ได้หยุดอยู่ที่การแก้โจทย์ แต่ขยายไปสู่การคิดและทำงานในบริบทที่กว้างขึ้น เปลี่ยน โจทย์ของธุรกิจ ให้เป็น โอกาสในการพัฒนาคน การพัฒนาคนไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ธุรกิจเองก็สามารถเป็นพื้นที่การเรียนรู้ได้ เริ่มจากนำโจทย์จริงมาให้คิด เปิดโอกาสให้ผู้เรียนพัฒนาแนวทางด้วยตัวเอง พาไปเห็นบริบทและการทำงานจริง แล้วนำสิ่งที่พบกลับมาต่อยอดความคิด กระบวนการนี้ช่วยให้ผู้เรียนเชื่อมความรู้เข้ากับการปฏิบัติ พร้อมพัฒนาทักษะจากการลงมือทำจริง ขณะที่องค์กรก็ได้เห็นทั้งศักยภาพของคนรุ่นใหม่และแนวคิดใหม่ ๆ ที่สามารถนำมาต่อยอดกับโจทย์ทางธุรกิจได้ บางครั้ง การสร้างพื้นที่เรียนรู้ อาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการสร้างหลักสูตรใหม่ แต่เริ่มจากการมองกลับเข้ามาในธุรกิจว่า มีโจทย์จริงอะไรที่สามารถเปลี่ยนให้เป็นโอกาสในการเรียนรู้ได้บ้าง แล้วเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ลองคิด ลงมือทำ เห็นของจริง และนำสิ่งที่เรียนรู้กลับไปพัฒนาความคิดของตัวเองต่อไป

อ่านเพิ่มเติม
articleImage314
CPLI
สร้างคนให้กล้าคิด สร้างพื้นที่ให้ไอเดียเติบโต

30 ก.ย. 2569

8
0

นวัตกรรมเริ่มได้จากคนในองค์กร พนักงานที่อยู่ใกล้กับงาน ลูกค้า และปัญหาทางธุรกิจ มักมองเห็นทั้ง Pain Point และโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในการทำงาน แต่การมีไอเดียเพียงอย่างเดียว อาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โครงการ CP Exponential Surge จากเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย CPLI จึงเป็นพื้นที่ให้พนักงานจากหลากหลายกลุ่มธุรกิจนำไอเดียมาพัฒนา เพื่อตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ของธุรกิจและสร้างนวัตกรรมจากภายในองค์กร หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการค้นหาไอเดียที่ดีที่สุด แต่คือ การสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พนักงานกล้าคิด กล้าทดลอง และมีโอกาสพัฒนาไอเดียให้ไปไกลกว่าเดิม ไอเดียที่ดี ต้องผ่านกระบวนการพัฒนา CP Exponential Surge ไม่ได้เปิดพื้นที่ให้พนักงานเพียงนำเสนอไอเดีย แต่ให้แต่ละทีมพัฒนาโครงการ ผ่านการคัดเลือก นำเสนอ รับข้อเสนอแนะ และกลับไปปรับปรุง ก่อนนำเสนออีกครั้งต่อผู้บริหารระดับสูง กระบวนการนี้ทำให้ Feedback กลายเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา ไม่ใช่เพียงคำตัดสินว่าไอเดียใดผ่านหรือไม่ผ่าน แต่ช่วยให้เจ้าของไอเดียกลับไปคิดให้ลึกขึ้น ทั้งในด้านปัญหาที่ต้องการแก้ ความเป็นไปได้ และคุณค่าที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจ เพราะการส่งเสริมให้คนคิดสิ่งใหม่ ไม่ได้หมายถึงการเปิดพื้นที่ให้คิดอย่างเดียว แต่ต้องมี มาตรฐานและกระบวนการที่ช่วยยกระดับคุณภาพของความคิดไปพร้อมกัน จากไอเดีย ต้องไปให้ถึงการทดลองจริง อีกหลักคิดสำคัญคือ ไอเดียที่ดีไม่ควรจบอยู่บนเวทีนำเสนอ โครงการที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องนำแนวคิดไปต่อยอดและทดลองดำเนินการจริง โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มธุรกิจ จึงเป็นการพาพนักงานเดินทางจาก คิดไอเดีย พัฒนา รับ Feedback ไปจนถึงทดลองทำจริง ซึ่งช่วยพัฒนาทั้งตัวโครงการและคนที่อยู่เบื้องหลังโครงการไปพร้อมกัน พัฒนาคน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงจากภายใน การพัฒนาคนไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียน แต่สามารถเกิดขึ้นผ่านโจทย์จริงที่ท้าทาย เปิดโอกาสให้พนักงานได้คิด ทดลอง เรียนรู้จาก Feedback และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ของสิ่งที่ตัวเองเสนอ ขณะเดียวกันยังเป็นการนำ 6 Core Values มาสู่การลงมือปฏิบัติจริง เพราะเมื่อองค์กรต้องการให้พนักงานเป็นพลังของการเปลี่ยนแปลง สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการบอกให้คนคิดใหม่ แต่ต้องสร้างพื้นที่ กระบวนการ และโอกาสที่ทำให้ความคิดนั้นได้รับการพัฒนาและถูกนำไปทดลองจริง นี่คืออีกหนึ่งวิธีที่เราใช้พัฒนาศักยภาพของคน ควบคู่ไปกับการสร้างนวัตกรรมและการเติบโตจากภายในองค์กร

อ่านเพิ่มเติม

บทเรียนที่ดีที่สุด คือ บทเรียนจากคนที่ลงมือทำจริง
✦ Real Experience
✦ Endless Learning & Ideas
✦ Grow Together

ติดต่อเรา

facebookinstragramtiktokyoutube

รับข่าวสารเว็บไซต์

แผนที่

บริษัท พัฒนาผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์
313 ชั้น 25 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10500

© 2026 All rights reserved. Developed by Leadership Development, Charoen Pokphand Group Co., Ltd.