เข้าสู่ระบบ

อีเมล / Username

รหัสผ่าน

​

ยังไม่มีบัญชี?


เข้าระบบด้วยบัญชี

google
line

People & Culture Excellence

DNA ความดี 24 ชั่วโมง

หมวดหมู่ความรู้ : People & Culture Excellence

15 ต.ค. 2569

86
0
articleImage230
DNA ความดี 24 ชั่วโมง

ตลอดระยะเวลา 36 ปี ที่ ซีพี ออลล์ มุ่งมั่นนำเสนอสินค้าคุณภาพและบริการความสะดวกแก่ทุกชุมชน
ภายใต้ปณิธาน “Giving and Sharing” ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตลอดห่วงโซ่คุณค่า พร้อมทั้งสร้างจิตสำนึกและการมี จิตสาธารณะ ให้อยู่ใน DNA ของพนักงาน
ภายใต้กรอบกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนผ่านแนวคิด ESG

“ความดี” อาจมีหลายนิยาม

แต่สำหรับชาวซีพี ออลล์ คือ DNA ที่หล่อหลอมให้พนักงานทุกคน พร้อมเป็นที่พึ่งให้กับทุกชุมชนตลอด 24 ชั่วโมง  ซีพี ออลล์เชื่อมั่นใน “คุณธรรม” จากภายในของทุกคน
ด้วยอุดมการณ์ ความกตัญญู และพลังศรัทธาในการสร้างประโยชน์แก่ประเทศ ประชาชน และองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง อันเป็นรากฐานของวัฒนธรรมองค์กรที่มั่นคงของพวกเราชาวซีพี ออลล์จึงได้รวมพลังพนักงานกว่า 200,000 คน ขับเคลื่อน “DNA ความดี 24 ชั่วโมง” ที่พนักงานทุกคนได้ร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ในทุกๆ วัน

สิ่งดีๆ เหล่านี้อาจเริ่มต้นจากเรื่องเล็กๆ ในแต่ละพื้นที่ แต่ซีพี ออลล์เชื่อมั่นว่า เมื่อปลูกฝังให้กลายเป็น DNAขององค์กร เมื่อรวมกันแล้ว จะกลายเป็นคุณค่าต่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร ให้สามารถเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนและมีความสุข

จากความเชื่อมั่นใน คุณค่าเชิงบวก สู่การประกาศเจตนารมย์
ซีพี ออลล์ ขอขับเคลื่อนองค์กรแห่งธรรมาภิบาล ผ่านการประกาศทิศทางนโยบายบรรษัทภิบาล 2024 ผนึกกำลังพนักงาน , Store Business Partner (SBP) และคู่ค้า ร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรแห่งธรรมาภิบาลตลอดห่วงโซ่คุณค่า คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย “DNA ความดี 24 ชั่วโมง” ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล พร้อมเคียงข้างชุมชนด้วยพลังความดี เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมแห่งคุณธรรมและความเอื้อเฟื้ออย่างยั่งยืน

 

จากทุกเรื่องราวความดี สู่การมอบรางวัล DNA ความดี 24 ชั่วโมง
ในปี 2567 ที่ผ่านมา มีเรื่องราวที่ลูกค้าได้ชื่นชมพนักงานกว่า 28,500 เรื่อง ซีพี ออลล์จึงได้จัด งานมอบรางวัล DNA ความดี 24 ชั่วโมง ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อเชิดชูเกียรติและสร้างกำลังใจให้พนักงานผู้มี จิตอาสา จากทั่วประเทศ พร้อมจุดประกาย คุณค่า จากภายในขยายสู่ชุมชนและสังคมภายนอก โดยคัดเลือกเรื่องราวการทำสิ่งดีๆ ของพนักงานซีพี ออลล์ ทั้งสายปฏิบัติการร้าน สายกระจายสินค้า และสายสำนักงาน ทั้งในด้านความซื่อสัตย์ ด้านการให้ความช่วยเหลือ และการบริการเหนือความคาดหมาย เพื่อเป็นสุดยอดต้นแบบการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ การมอบรางวัลในครั้งนี้เป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้แก่พนักงานที่ทำดี

นอกจากการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพนักงานในกลุ่มซีพี ออลล์แล้ว พลังแห่งการให้และแบ่งปันยังได้รับการขยายผลไปยังกลุ่มธุรกิจในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์สังคมตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน

 

เดินหน้าสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งความยั่งยืน
จากค่านิยม “3 ประโยชน์” ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งสร้างคุณค่าให้แก่ประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์จึงได้จัดพิธีมอบรางวัล “ซีพีร้อยเรียงความดี” เพื่อเชิดชูพนักงานจากกลุ่มธุรกิจในเครือฯ ผู้เป็นแบบอย่างของการทำสิ่งดีๆ และสร้างสรรค์สังคม ยกระดับวัฒนธรรมองค์กร มุ่งเปลี่ยนผ่านองค์กร สู่ศตวรรษที่ 2 ให้ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน 

 

7-Eleven เป็นที่พึ่งชุมชน ผ่านการสร้าง ‘ชุมชนอุ่นใจ’
นอกเหนือจากเรื่องราว ความดี ที่เกิดขึ้นผ่านพนักงานกว่า 200,000 คนขององค์กร และจากกว่า 15,000 สาขา ทั่วประเทศ ทำให้ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นอยู่ในทั่วทุกซอกทุกมุมของสังคม และเป็นส่วนหนึ่งในสังคม เคียงคู่คนไทยมานาวนานถึง 36 ปี จากความใกล้ชิดนี้เอง จึงเกิดเป็นการสร้างพื้นที่รอบร้านให้เป็น “ชุมชนอุ่นใจ” เป็นแสงสว่างและที่พึ่งชุมชนผ่านโครงการต่างๆ

 

  • ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว เปิดรับแจ้งเหตุสำหรับนักท่องเที่ยว 24 ชั่วโมง
  • ติดตั้งเครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ พร้อมช่วยเหลือเหตุฉุกเฉิน
  • จัดอบรมดับเพลิง-อพยพหนีไฟ ให้กับพนักงาน
  • สนับสนุนพื้นที่จำหน่ายสินค้า ให้กับกลุ่มเปราะบาง
  • รวมไปถึงโครงการ ชุมชนคนรักหมา 4 ขาหน้าเซเว่น ที่ร่วมกับหน่วยงานหลายภาคส่วนในแต่ละพื้นที่ เพื่อบริการทำหมันและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ส่งต่อการให้ครั้งยิ่งใหญ่ กับกองทุน “บุญนิธิแสตมป์เซเว่นฯ”
นอกเหนือจาก “ชุมชนอุ่นใจ” ซีพี ออลล์ยังได้เชิญชวนลูกค้าร่วมกันเป็นสะพานในการ ส่งต่อความดี
โดยการเปิดโอกาสให้ลูกค้าร้าน 7-Eleven บริจาคแสตมป์ที่ได้รับจากการซื้อสินค้าทั้งช่องทาง Offline และ Online
โดยนำเงินจากมูลค่าแสตมป์ของลูกค้า มาบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับสังคม ชุมชน
ในรูปแบบของ กองทุน “บุญนิธิแสตมป์เซเว่นเพื่อสาธารณกุศล 77 จังหวัด”

 

โดยได้นำเงินดังกล่าวไปช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสและโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร อาทิ ส่งมอบมื้ออาหารกลางวันให้น้องๆ นักเรียนในพื้นที่ห่างไกล การปรับปรุงห้องน้ำในโรงเรียนที่ขาดแคลน 77 จังหวัดทั่วประเทศ เป็นต้น

 


บทความหน่วยธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

articleImage324
Business Knowledge
6CoreValuesinAction
Honesty at Heart: เพราะความซื่อสัตย์คือหัวใจของการดำเนินธุรกิจ

15 ต.ค. 2569

5
0

ยอดขายอาจสะท้อนความสำเร็จในวันนี้ แต่ความไว้วางใจคือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้ในระยะยาว ในโลกธุรกิจที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากมาย การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่แค่เรื่องราคาและคุณภาพสินค้า แต่ยังรวมถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ โดยเฉพาะธุรกิจอาหารที่ทุกผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้องกับคุณภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภคโดยตรง สำหรับเอเต้ ไอศกรีม ความซื่อสัตย์จึงไม่ใช่เพียงคำมั่นสัญญา แต่เป็นหลักสำคัญที่ต้องสะท้อนผ่านทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจ เพราะการสร้างความไว้วางใจไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอและความรับผิดชอบในระยะยาว เบื้องหลังไอศกรีมหนึ่งชิ้น ไม่ได้มีเพียงการสร้างสรรค์รสชาติให้อร่อย แต่ยังรวมถึงกระบวนการทำงานที่ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงระบบตรวจสอบคุณภาพที่ได้มาตรฐานสากล การให้ความสำคัญกับการตรวจสอบตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษามาตรฐานของสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ นอกจากคุณภาพของสินค้าแล้ว การสื่อสารข้อมูลอย่างถูกต้องและตรงไปตรงมาก็เป็นอีกหนึ่งความรับผิดชอบที่ธุรกิจอาหารไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นการแสดงส่วนประกอบ ข้อมูลโภชนาการ หรือรายละเอียดสำคัญบนบรรจุภัณฑ์ ล้วนเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการของตนเอง เพราะความซื่อสัตย์ไม่ได้หมายถึงการผลิตสินค้าให้ดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึง การไม่ปิดบังข้อมูลสำคัญ และสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างชัดเจนและโปร่งใส ในมุมของธุรกิจ "ความซื่อสัตย์อาจไม่ใช่สิ่งที่สามารถวัดผลเป็นตัวเลขได้ทันที แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค" ดังนั้นเอเต้ ไอศกรีม จึงให้ความสำคัญกับมาตรฐานคุณภาพ การดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบสอดคล้องตามค่านิยม 6 ประการ เพื่อเป็นการวางรากฐานให้แบรนด์ได้รับความไว้วางใจและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

อ่านเพิ่มเติม
articleImage321
ภัยไซเบอร์
ภัยไซเบอร์ใกล้ตัวกว่าที่คิด แค่ "ตั้งสติก่อนคลิก" ก็รอดได้

15 ต.ค. 2569

9
0

Context: ภัยไซเบอร์ยุคนี้ไม่ได้มากับแฮกเกอร์ในห้องมืดที่พยายามเจาะระบบคอมพิวเตอร์ล้ำยุค แต่มักพุ่งเป้ามาที่ "ความเผลอ" ของพวกเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นข้อความ SMS เพียง 1 ข้อความ คิวอาร์โค้ด 1 รูป รหัสผ่านที่เราใช้ซ้ำจนชิน หรือข้อมูล 1 ชิ้นที่เราเผลอส่งออกไป บทความนี้รวบรวมองค์ความรู้จากทีม AXONS มาแชร์เป็นวิธีรับมือแบบง่าย ๆ ที่ทำได้จริง เพื่อปกป้องเงินและข้อมูลสำคัญของคุณโดยไม่ต้องมีความรู้ด้านไอทีขั้นสูง Key Knowledge: ข้อความและลิงก์ปริศนา ด่านแรกของการล้วงข้อมูล: มิจฉาชีพรู้ว่าคนเราตกใจง่าย จึงมักใช้วิธีส่งข้อความหลอกลวงอ้างว่าบัญชีธนาคารมีปัญหา หรือให้สิทธิประโยชน์พิเศษ เพื่อให้เรากดลิงก์หรือโหลดแอปพลิเคชันนอกแอปหรือเพลย์สโตร์ทางการ เพื่อขโมยข้อมูล สิ่งที่ควรทำคือ "คิดก่อนคลิก" ตรวจสอบแหล่งที่มา หากไม่แน่ใจต้องท่องไว้ว่า ไม่คลิก ไม่กรอก ไม่โหลด และถ้าเผลอโหลดแอปพลิเคชันแปลก ๆ ไปแล้ว ให้รีบตัดอินเทอร์เน็ต (เช่น เปิดโหมดเครื่องบิน) แล้วโทรติดต่อธนาคารทันที รหัสผ่านรั่วที่เดียวอาจพังทั้งระบบ: รหัสผ่านและรหัส PIN ก็เหมือนกุญแจเข้าบ้าน เราไม่ควรใช้กุญแจดอกเดียวกันไขทุกอย่าง ควรแยกรหัสผ่านเรื่องงาน โซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชันการเงินออกจากกัน แนะนำให้เปลี่ยนมาตั้งรหัสผ่านเป็นประโยคยาว ๆ ที่มีความหมายกับเราเพื่อให้จำง่ายแต่คนอื่นเดายาก และควรเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอน (MFA) ในทุกระบบที่รองรับเพื่อเป็นเกราะป้องกันอีกชั้น สแกนคิวอาร์โค้ด สะดวกได้แต่ต้องเช็กให้ชัวร์: มิจฉาชีพอาจนำสติกเกอร์คิวอาร์โค้ดปลอมมาแปะทับของจริง เพื่อหลอกให้เราโอนเงินผิดบัญชี หรือพาไปเว็บไซต์ปลอม ดังนั้นก่อนสแกนควรสังเกตรอยแปะทับ และก่อนกดยืนยันโอนเงินต้องสละเวลา 2 วินาทีเช็กชื่อบัญชีผู้รับและยอดเงินให้ชัวร์ รวมถึงสังเกตชื่อลิงก์ก่อนกดเปิดหน้าเว็บเสมอ ใช้ AI อย่างฉลาด ต้องรอบคอบก่อนป้อนข้อมูล: AI แบบสาธารณะช่วยให้เราทำงานเร็วขึ้นก็จริง แต่ก็เปรียบเสมือนพื้นที่ส่วนรวม หากเราป้อนข้อมูลความลับของบริษัท แผนธุรกิจ หรือข้อมูลลูกค้าลงไป ข้อมูลเหล่านั้นอาจถูกระบบบันทึกไปใช้เป็นฐานข้อมูลได้ จึงควรตั้งคำถามกับตัวเองก่อนพิมพ์คำสั่งเสมอว่า "ข้อมูลนี้เปิดเผยได้หรือไม่" และควรเปลี่ยนไปใช้ข้อมูลสมมติแทนข้อมูลจริงเสมอ Key Takeaway: ความปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ได้เริ่มจากระบบที่แพงที่สุด แต่เริ่มจาก 5 พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่เราทำเป็นประจำทุกวัน ได้แก่ คิดก่อนคลิก ตรวจสอบก่อนสแกน ไม่แชร์ข้อมูลลับ แยกใช้รหัสผ่านและเปิดการยืนยันตัวตนสองชั้น และคิดก่อนป้อนข้อมูลลง AI เพียงแค่ปรับสติก่อนใช้งาน ชีวิตดิจิทัลของเราก็ปลอดภัยขึ้นแล้ว

อ่านเพิ่มเติม
articleImage315
CPLI
เมื่อโลกธุรกิจจริง กลายเป็นห้องเรียนของคนรุ่นใหม่

15 ต.ค. 2569

7
0

โจทย์จริง ทำให้การเรียนรู้ไปไกลกว่าการหาคำตอบ ความรู้จากห้องเรียนเป็นพื้นฐานสำคัญ แต่เมื่อต้องนำมาใช้กับโลกธุรกิจจริง ผู้เรียนต้องคิดมากกว่าการหาคำตอบที่ ถูก เพราะยังต้องตอบให้ได้ว่า ไอเดียนั้นแก้ปัญหาอะไร ตอบโจทย์ธุรกิจหรือไม่ และสามารถพัฒนาให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร แนวคิดนี้ถูกนำมาใช้ใน CP CUP โครงการจาก เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยฝ่ายทรัพยากรบุคคลเครือฯ ร่วมกับสถาบันผู้นำฯ เวทีที่เปิดโอกาสให้นักศึกษานำความรู้และไอเดียมาพัฒนาเป็น Solution เพื่อแก้โจทย์ธุรกิจจริงของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อค้นหาคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ และค้นหาแนวคิดทางธุรกิจที่ตอบโจทย์องค์กร จุดสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันว่าใครมีไอเดียดีที่สุด แต่คือ การนำโจทย์ที่องค์กรมีอยู่จริง มาเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่เรียนรู้และพัฒนาคน อย่าให้แค่โจทย์ แต่ต้องให้เห็น บริบทของโจทย์ด้วย การคิด Solution จากข้อมูลบนกระดาษ กับการได้เห็นว่าธุรกิจทำงานจริงอย่างไร ย่อมทำให้เห็นโจทย์ในมุมที่แตกต่างกัน CP CUP จึงไม่ได้มีเพียง Business Case และการนำเสนอผลงาน แต่เชื่อมการแก้โจทย์เข้ากับการเยี่ยมชมและเรียนรู้จากธุรกิจจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังโจทย์ ทั้งรูปแบบธุรกิจ กระบวนการทำงาน เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ถูกนำมาใช้จริง เมื่อได้เห็นบริบทจริง ผู้เรียนจึงสามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนในมหาวิทยาลัยเข้ากับการปฏิบัติ และนำสิ่งที่พบกลับมาทบทวนและพัฒนา Solution ให้มีความเป็นไปได้ทางธุรกิจมากขึ้น ให้ผู้เรียนเป็นเจ้าของกระบวนการคิด CP CUP เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิด พัฒนาแผนธุรกิจ และนำเสนอแนวทางของตัวเองต่อคณะกรรมการ ระหว่างทาง ผู้เรียนต้องใช้ทักษะหลายด้านไปพร้อมกัน ตั้งแต่การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกับผู้อื่น การบริหารเวลา ไปจนถึงภาวะผู้นำ ขณะที่การประเมินไม่ได้มองเพียงตัวแผน แต่ครอบคลุมทั้ง ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม และการนำเสนอ โจทย์ธุรกิจหนึ่งโจทย์จึงไม่ได้ฝึกเพียงความสามารถในการ คิดแผน แต่กลายเป็นพื้นที่ให้ผู้เรียนได้ทดลองใช้ทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานจริงหลายด้านพร้อมกัน จากห้องเรียน สู่โลกธุรกิจและการเรียนรู้ระดับนานาชาติ การเรียนรู้จะกว้างขึ้นอีก เมื่อผู้เรียนไม่ได้หยุดอยู่แค่การคิด Solution แต่มีโอกาสออกไปเห็นว่าโลกธุรกิจจริงกำลังทำอะไร และบริบทอื่นแตกต่างจากสิ่งที่ตัวเองคุ้นเคยอย่างไร CP CUP จึงต่อยอดการเรียนรู้ จากห้องเรียนสู่โลกธุรกิจจริง จากแนวคิดสู่การลงมือปฏิบัติ และจากการแข่งขันในประเทศสู่การเรียนรู้ระดับนานาชาติ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ชนะได้ศึกษาธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในประเทศจีน เพื่อเปิดมุมมองและนำสิ่งที่ได้เรียนรู้กลับมาต่อยอด Solution ของตัวเอง ตั้งแต่ธุรกิจค้าปลีกและอุตสาหกรรมอาหาร ไปจนถึงเทคโนโลยีหุ่นยนต์และ AI การได้สัมผัสสิ่งที่เกิดขึ้นจริงช่วยให้คนรุ่นใหม่มองเห็นทั้งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี รูปแบบธุรกิจ และแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นในโลกธุรกิจ ขณะเดียวกัน การเรียนรู้จากบริบทที่แตกต่างยังช่วยให้เห็นว่า Solution ที่เหมาะกับพื้นที่หนึ่ง อาจต้องปรับ เมื่อผู้คน ตลาด และสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป ทำให้การเรียนรู้ไม่ได้หยุดอยู่ที่การแก้โจทย์ แต่ขยายไปสู่การคิดและทำงานในบริบทที่กว้างขึ้น เปลี่ยน โจทย์ของธุรกิจ ให้เป็น โอกาสในการพัฒนาคน การพัฒนาคนไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ธุรกิจเองก็สามารถเป็นพื้นที่การเรียนรู้ได้ เริ่มจากนำโจทย์จริงมาให้คิด เปิดโอกาสให้ผู้เรียนพัฒนาแนวทางด้วยตัวเอง พาไปเห็นบริบทและการทำงานจริง แล้วนำสิ่งที่พบกลับมาต่อยอดความคิด กระบวนการนี้ช่วยให้ผู้เรียนเชื่อมความรู้เข้ากับการปฏิบัติ พร้อมพัฒนาทักษะจากการลงมือทำจริง ขณะที่องค์กรก็ได้เห็นทั้งศักยภาพของคนรุ่นใหม่และแนวคิดใหม่ ๆ ที่สามารถนำมาต่อยอดกับโจทย์ทางธุรกิจได้ บางครั้ง การสร้างพื้นที่เรียนรู้ อาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการสร้างหลักสูตรใหม่ แต่เริ่มจากการมองกลับเข้ามาในธุรกิจว่า มีโจทย์จริงอะไรที่สามารถเปลี่ยนให้เป็นโอกาสในการเรียนรู้ได้บ้าง แล้วเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ลองคิด ลงมือทำ เห็นของจริง และนำสิ่งที่เรียนรู้กลับไปพัฒนาความคิดของตัวเองต่อไป

อ่านเพิ่มเติม
articleImage314
CPLI
สร้างคนให้กล้าคิด สร้างพื้นที่ให้ไอเดียเติบโต

15 ต.ค. 2569

8
0

นวัตกรรมเริ่มได้จากคนในองค์กร พนักงานที่อยู่ใกล้กับงาน ลูกค้า และปัญหาทางธุรกิจ มักมองเห็นทั้ง Pain Point และโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในการทำงาน แต่การมีไอเดียเพียงอย่างเดียว อาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โครงการ CP Exponential Surge จากเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย CPLI จึงเป็นพื้นที่ให้พนักงานจากหลากหลายกลุ่มธุรกิจนำไอเดียมาพัฒนา เพื่อตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ของธุรกิจและสร้างนวัตกรรมจากภายในองค์กร หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการค้นหาไอเดียที่ดีที่สุด แต่คือ การสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พนักงานกล้าคิด กล้าทดลอง และมีโอกาสพัฒนาไอเดียให้ไปไกลกว่าเดิม ไอเดียที่ดี ต้องผ่านกระบวนการพัฒนา CP Exponential Surge ไม่ได้เปิดพื้นที่ให้พนักงานเพียงนำเสนอไอเดีย แต่ให้แต่ละทีมพัฒนาโครงการ ผ่านการคัดเลือก นำเสนอ รับข้อเสนอแนะ และกลับไปปรับปรุง ก่อนนำเสนออีกครั้งต่อผู้บริหารระดับสูง กระบวนการนี้ทำให้ Feedback กลายเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา ไม่ใช่เพียงคำตัดสินว่าไอเดียใดผ่านหรือไม่ผ่าน แต่ช่วยให้เจ้าของไอเดียกลับไปคิดให้ลึกขึ้น ทั้งในด้านปัญหาที่ต้องการแก้ ความเป็นไปได้ และคุณค่าที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจ เพราะการส่งเสริมให้คนคิดสิ่งใหม่ ไม่ได้หมายถึงการเปิดพื้นที่ให้คิดอย่างเดียว แต่ต้องมี มาตรฐานและกระบวนการที่ช่วยยกระดับคุณภาพของความคิดไปพร้อมกัน จากไอเดีย ต้องไปให้ถึงการทดลองจริง อีกหลักคิดสำคัญคือ ไอเดียที่ดีไม่ควรจบอยู่บนเวทีนำเสนอ โครงการที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องนำแนวคิดไปต่อยอดและทดลองดำเนินการจริง โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มธุรกิจ จึงเป็นการพาพนักงานเดินทางจาก คิดไอเดีย พัฒนา รับ Feedback ไปจนถึงทดลองทำจริง ซึ่งช่วยพัฒนาทั้งตัวโครงการและคนที่อยู่เบื้องหลังโครงการไปพร้อมกัน พัฒนาคน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงจากภายใน การพัฒนาคนไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียน แต่สามารถเกิดขึ้นผ่านโจทย์จริงที่ท้าทาย เปิดโอกาสให้พนักงานได้คิด ทดลอง เรียนรู้จาก Feedback และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ของสิ่งที่ตัวเองเสนอ ขณะเดียวกันยังเป็นการนำ 6 Core Values มาสู่การลงมือปฏิบัติจริง เพราะเมื่อองค์กรต้องการให้พนักงานเป็นพลังของการเปลี่ยนแปลง สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการบอกให้คนคิดใหม่ แต่ต้องสร้างพื้นที่ กระบวนการ และโอกาสที่ทำให้ความคิดนั้นได้รับการพัฒนาและถูกนำไปทดลองจริง นี่คืออีกหนึ่งวิธีที่เราใช้พัฒนาศักยภาพของคน ควบคู่ไปกับการสร้างนวัตกรรมและการเติบโตจากภายในองค์กร

อ่านเพิ่มเติม

บทเรียนที่ดีที่สุด คือ บทเรียนจากคนที่ลงมือทำจริง
✦ Real Experience
✦ Endless Learning & Ideas
✦ Grow Together

ติดต่อเรา

facebookinstragramtiktokyoutube

รับข่าวสารเว็บไซต์

แผนที่

บริษัท พัฒนาผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์
313 ชั้น 25 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10500

© 2026 All rights reserved. Developed by Leadership Development, Charoen Pokphand Group Co., Ltd.