เข้าสู่ระบบ

อีเมล / Username

รหัสผ่าน

​

ยังไม่มีบัญชี?


เข้าระบบด้วยบัญชี

google
line

People & Culture Excellence

พัฒนาผู้นำจากภายใน สู่การแสดงออกอย่างมืออาชีพ

หมวดหมู่ความรู้ : People & Culture Excellence

16 ต.ค. 2569

4
0
articleImage310
CPLI

ความเป็นผู้นำ ไม่ได้สะท้อนผ่านผลงานเพียงอย่างเดียว

เมื่อพูดถึงการพัฒนาผู้นำ เรามักให้ความสำคัญกับความสามารถในการบริหารงาน บริหารคน หรือการตัดสินใจ แต่ในการทำงานจริง วิธีสื่อสาร การวางตัว บุคลิกที่แสดงออก และ ภาพลักษณ์ภายนอกก็มีผลต่อความเชื่อมั่นและความเป็นมืออาชีพของผู้นำไม่แพ้กัน

โดยเฉพาะเมื่อต้องพบปะผู้คนหลากหลายระดับ นำเสนอในที่ประชุม ทำงานร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรับมือกับสถานการณ์ที่ท้าทาย สิ่งที่ผู้นำแสดงออกล้วนสะท้อนทั้งตัวผู้นำและภาพลักษณ์ขององค์กร

CPLI จึงพัฒนา Smart Talent Program: Inner Strength, Outer Style ภายใต้แนวคิด การพัฒนาบุคลิกภาพผู้นำแบบองค์รวม ที่ไม่ได้มองเพียงเรื่องการแต่งกายหรือภาพลักษณ์ภายนอก แต่ให้ความสำคัญกับ "ความพร้อมจากภายใน" (Inner Strength) และ "การแสดงออกอย่างเหมาะสม" (Outer Style) เพื่อให้ผู้นำสามารถสื่อสาร วางตัว ทำหน้าที่ได้อย่างมั่นใจและเป็นมืออาชีพในหลากหลายสถานการณ์

 

Inner Strength สร้างความพร้อมจากภายใน

ความมั่นใจของผู้นำไม่ได้หมายถึงการพูดเก่งหรือโดดเด่นกว่าคนอื่น แต่คือการรู้ว่าควรคิด สื่อสาร และวางตัวอย่างไรให้เหมาะกับคนและสถานการณ์ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทายและกดดัน ผู้นำต้องสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนอย่างมีสติ เรียบเรียงความคิด ตัดสินใจอย่างรอบคอบ และสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้อย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจ

การพัฒนาทักษะเหล่านี้จึงไม่ควรหยุดอยู่แค่การฟังหรือจดจำหลักการ แต่ต้องเปิดโอกาสให้ได้ ทดลองและฝึกฝนจริง ผ่านการเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ การจำลองสถานการณ์ (Role Play) และการฝึกปฏิบัติ เพื่อให้ได้ลองรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ก่อนนำกลับไปใช้ในการทำงานจริง

 

Outer Style ภาพลักษณ์ที่ดี ต้องเหมาะกับตัวเราและสถานการณ์

การพัฒนาบุคลิกภาพภายนอก คือการเข้าใจว่าสิ่งที่เราแสดงออกกำลังสื่อสารอะไรกับคนรอบข้าง ตั้งแต่การแต่งกาย การแต่งหน้า การจัดทรงผม ไปจนถึงท่าทางและการวางตัว ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารที่ช่วยเสริมความมั่นใจ และทำให้ภาพลักษณ์สอดคล้องกับบทบาทและสถานการณ์

เช่นเดียวกับ มารยาททางสังคมและมารยาทบนโต๊ะอาหาร ซึ่งอาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่เมื่อต้องพบปะลูกค้า คู่ค้า ผู้บริหาร หรือผู้คนจากหลากหลายบริบท การรู้ว่าควรวางตัวอย่างไร ช่วยให้สามารถสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์ได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

บุคลิกภาพภายนอกจึงไม่ใช่เรื่องของ “ความสวยงาม” เพียงอย่างเดียว แต่เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้นำแสดงบทบาทของตัวเองได้อย่างเหมาะสมและเป็นมืออาชีพ

 

จาก รู้ว่าควรทำอย่างไร”สู่ ทำได้จริง

การพัฒนาบุคลิกภาพก็เหมือนกับทักษะอื่น ๆ เพราะการรู้หลักการ ไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถทำได้ทันที

เราอาจรู้ว่าควรสื่อสารอย่างมั่นใจ แต่เมื่ออยู่ในสถานการณ์กดดันจริง จะเรียบเรียงความคิดและตอบสนองอย่างไร หรืออาจรู้ว่าควรวางตัวอย่างมืออาชีพ แต่เมื่อต้องเข้าสังคมในบริบทที่ไม่คุ้นเคย จะเลือกแสดงออกอย่างไรให้เหมาะสม

การเรียนรู้เชิงปฏิบัติจึงมีบทบาทสำคัญ โดยใช้แนวทาง เรียนรู้ ทดลอง ฝึกฝน และนำไปใช้จริง เพื่อให้ผู้เรียนไม่ได้เพียง “รู้” แต่เกิดความคุ้นเคยและสามารถนำทักษะเหล่านั้นออกมาใช้ได้เมื่อเจอสถานการณ์จริง

แนวทางนี้ช่วยเปลี่ยนเรื่องบุคลิกภาพจากสิ่งที่อาจถูกมองว่าเป็น “เรื่องเฉพาะบุคคล” ให้กลายเป็นทักษะที่สามารถเรียนรู้ ฝึกฝน และพัฒนาได้ เช่นเดียวกับทักษะด้านอื่นของการเป็นผู้นำ

 

ผู้นำที่ดี ต้องพัฒนาทั้งภายในและภายนอก

หัวใจของการพัฒนาบุคลิกภาพผู้นำแบบองค์รวม ไม่ใช่การสร้างภาพหรือเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนอื่น แต่คือการทำให้ สิ่งที่อยู่ภายในและสิ่งที่แสดงออกภายนอกสอดคล้องกัน

ความรู้ ความสามารถ และการตัดสินใจที่ดี คือรากฐานสำคัญของผู้นำ ขณะเดียวกัน การสื่อสาร การวางตัว และภาพลักษณ์ที่เหมาะสม ก็ช่วยให้ความสามารถเหล่านั้นถูกถ่ายทอดออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของหลักสูตรที่ต้องการพัฒนาทั้งภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพ การรับมือสถานการณ์ท้าทาย และการสื่อสารที่สร้างความไว้วางใจ

บุคลิกภาพที่ดีไม่ใช่การเปลี่ยนให้เราเป็นคนอื่น แต่คือการรู้จักตัวเอง เข้าใจบริบท และเลือกแสดงออกให้เหมาะสมกับบทบาท เมื่อความแข็งแรงจากภายในและการแสดงออกภายนอกไปด้วยกัน ผู้นำก็จะสามารถถ่ายทอดศักยภาพที่มีออกมาได้อย่างเต็มที่ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนรอบข้างและเป็นตัวแทนขององค์กรได้อย่างมืออาชีพ

 


บทความหน่วยธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

articleImage324
Business Knowledge
6CoreValuesinAction
Honesty at Heart: เพราะความซื่อสัตย์คือหัวใจของการดำเนินธุรกิจ

16 ต.ค. 2569

6
0

ยอดขายอาจสะท้อนความสำเร็จในวันนี้ แต่ความไว้วางใจคือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้ในระยะยาว ในโลกธุรกิจที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากมาย การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่แค่เรื่องราคาและคุณภาพสินค้า แต่ยังรวมถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ โดยเฉพาะธุรกิจอาหารที่ทุกผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้องกับคุณภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภคโดยตรง สำหรับเอเต้ ไอศกรีม ความซื่อสัตย์จึงไม่ใช่เพียงคำมั่นสัญญา แต่เป็นหลักสำคัญที่ต้องสะท้อนผ่านทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจ เพราะการสร้างความไว้วางใจไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอและความรับผิดชอบในระยะยาว เบื้องหลังไอศกรีมหนึ่งชิ้น ไม่ได้มีเพียงการสร้างสรรค์รสชาติให้อร่อย แต่ยังรวมถึงกระบวนการทำงานที่ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงระบบตรวจสอบคุณภาพที่ได้มาตรฐานสากล การให้ความสำคัญกับการตรวจสอบตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษามาตรฐานของสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ นอกจากคุณภาพของสินค้าแล้ว การสื่อสารข้อมูลอย่างถูกต้องและตรงไปตรงมาก็เป็นอีกหนึ่งความรับผิดชอบที่ธุรกิจอาหารไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นการแสดงส่วนประกอบ ข้อมูลโภชนาการ หรือรายละเอียดสำคัญบนบรรจุภัณฑ์ ล้วนเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการของตนเอง เพราะความซื่อสัตย์ไม่ได้หมายถึงการผลิตสินค้าให้ดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึง การไม่ปิดบังข้อมูลสำคัญ และสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างชัดเจนและโปร่งใส ในมุมของธุรกิจ "ความซื่อสัตย์อาจไม่ใช่สิ่งที่สามารถวัดผลเป็นตัวเลขได้ทันที แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค" ดังนั้นเอเต้ ไอศกรีม จึงให้ความสำคัญกับมาตรฐานคุณภาพ การดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบสอดคล้องตามค่านิยม 6 ประการ เพื่อเป็นการวางรากฐานให้แบรนด์ได้รับความไว้วางใจและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

อ่านเพิ่มเติม
articleImage321
ภัยไซเบอร์
ภัยไซเบอร์ใกล้ตัวกว่าที่คิด แค่ "ตั้งสติก่อนคลิก" ก็รอดได้

16 ต.ค. 2569

9
0

Context: ภัยไซเบอร์ยุคนี้ไม่ได้มากับแฮกเกอร์ในห้องมืดที่พยายามเจาะระบบคอมพิวเตอร์ล้ำยุค แต่มักพุ่งเป้ามาที่ "ความเผลอ" ของพวกเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นข้อความ SMS เพียง 1 ข้อความ คิวอาร์โค้ด 1 รูป รหัสผ่านที่เราใช้ซ้ำจนชิน หรือข้อมูล 1 ชิ้นที่เราเผลอส่งออกไป บทความนี้รวบรวมองค์ความรู้จากทีม AXONS มาแชร์เป็นวิธีรับมือแบบง่าย ๆ ที่ทำได้จริง เพื่อปกป้องเงินและข้อมูลสำคัญของคุณโดยไม่ต้องมีความรู้ด้านไอทีขั้นสูง Key Knowledge: ข้อความและลิงก์ปริศนา ด่านแรกของการล้วงข้อมูล: มิจฉาชีพรู้ว่าคนเราตกใจง่าย จึงมักใช้วิธีส่งข้อความหลอกลวงอ้างว่าบัญชีธนาคารมีปัญหา หรือให้สิทธิประโยชน์พิเศษ เพื่อให้เรากดลิงก์หรือโหลดแอปพลิเคชันนอกแอปหรือเพลย์สโตร์ทางการ เพื่อขโมยข้อมูล สิ่งที่ควรทำคือ "คิดก่อนคลิก" ตรวจสอบแหล่งที่มา หากไม่แน่ใจต้องท่องไว้ว่า ไม่คลิก ไม่กรอก ไม่โหลด และถ้าเผลอโหลดแอปพลิเคชันแปลก ๆ ไปแล้ว ให้รีบตัดอินเทอร์เน็ต (เช่น เปิดโหมดเครื่องบิน) แล้วโทรติดต่อธนาคารทันที รหัสผ่านรั่วที่เดียวอาจพังทั้งระบบ: รหัสผ่านและรหัส PIN ก็เหมือนกุญแจเข้าบ้าน เราไม่ควรใช้กุญแจดอกเดียวกันไขทุกอย่าง ควรแยกรหัสผ่านเรื่องงาน โซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชันการเงินออกจากกัน แนะนำให้เปลี่ยนมาตั้งรหัสผ่านเป็นประโยคยาว ๆ ที่มีความหมายกับเราเพื่อให้จำง่ายแต่คนอื่นเดายาก และควรเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอน (MFA) ในทุกระบบที่รองรับเพื่อเป็นเกราะป้องกันอีกชั้น สแกนคิวอาร์โค้ด สะดวกได้แต่ต้องเช็กให้ชัวร์: มิจฉาชีพอาจนำสติกเกอร์คิวอาร์โค้ดปลอมมาแปะทับของจริง เพื่อหลอกให้เราโอนเงินผิดบัญชี หรือพาไปเว็บไซต์ปลอม ดังนั้นก่อนสแกนควรสังเกตรอยแปะทับ และก่อนกดยืนยันโอนเงินต้องสละเวลา 2 วินาทีเช็กชื่อบัญชีผู้รับและยอดเงินให้ชัวร์ รวมถึงสังเกตชื่อลิงก์ก่อนกดเปิดหน้าเว็บเสมอ ใช้ AI อย่างฉลาด ต้องรอบคอบก่อนป้อนข้อมูล: AI แบบสาธารณะช่วยให้เราทำงานเร็วขึ้นก็จริง แต่ก็เปรียบเสมือนพื้นที่ส่วนรวม หากเราป้อนข้อมูลความลับของบริษัท แผนธุรกิจ หรือข้อมูลลูกค้าลงไป ข้อมูลเหล่านั้นอาจถูกระบบบันทึกไปใช้เป็นฐานข้อมูลได้ จึงควรตั้งคำถามกับตัวเองก่อนพิมพ์คำสั่งเสมอว่า "ข้อมูลนี้เปิดเผยได้หรือไม่" และควรเปลี่ยนไปใช้ข้อมูลสมมติแทนข้อมูลจริงเสมอ Key Takeaway: ความปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ได้เริ่มจากระบบที่แพงที่สุด แต่เริ่มจาก 5 พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่เราทำเป็นประจำทุกวัน ได้แก่ คิดก่อนคลิก ตรวจสอบก่อนสแกน ไม่แชร์ข้อมูลลับ แยกใช้รหัสผ่านและเปิดการยืนยันตัวตนสองชั้น และคิดก่อนป้อนข้อมูลลง AI เพียงแค่ปรับสติก่อนใช้งาน ชีวิตดิจิทัลของเราก็ปลอดภัยขึ้นแล้ว

อ่านเพิ่มเติม
articleImage315
CPLI
เมื่อโลกธุรกิจจริง กลายเป็นห้องเรียนของคนรุ่นใหม่

16 ต.ค. 2569

8
0

โจทย์จริง ทำให้การเรียนรู้ไปไกลกว่าการหาคำตอบ ความรู้จากห้องเรียนเป็นพื้นฐานสำคัญ แต่เมื่อต้องนำมาใช้กับโลกธุรกิจจริง ผู้เรียนต้องคิดมากกว่าการหาคำตอบที่ ถูก เพราะยังต้องตอบให้ได้ว่า ไอเดียนั้นแก้ปัญหาอะไร ตอบโจทย์ธุรกิจหรือไม่ และสามารถพัฒนาให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร แนวคิดนี้ถูกนำมาใช้ใน CP CUP โครงการจาก เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยฝ่ายทรัพยากรบุคคลเครือฯ ร่วมกับสถาบันผู้นำฯ เวทีที่เปิดโอกาสให้นักศึกษานำความรู้และไอเดียมาพัฒนาเป็น Solution เพื่อแก้โจทย์ธุรกิจจริงของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อค้นหาคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ และค้นหาแนวคิดทางธุรกิจที่ตอบโจทย์องค์กร จุดสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันว่าใครมีไอเดียดีที่สุด แต่คือ การนำโจทย์ที่องค์กรมีอยู่จริง มาเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่เรียนรู้และพัฒนาคน อย่าให้แค่โจทย์ แต่ต้องให้เห็น บริบทของโจทย์ด้วย การคิด Solution จากข้อมูลบนกระดาษ กับการได้เห็นว่าธุรกิจทำงานจริงอย่างไร ย่อมทำให้เห็นโจทย์ในมุมที่แตกต่างกัน CP CUP จึงไม่ได้มีเพียง Business Case และการนำเสนอผลงาน แต่เชื่อมการแก้โจทย์เข้ากับการเยี่ยมชมและเรียนรู้จากธุรกิจจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังโจทย์ ทั้งรูปแบบธุรกิจ กระบวนการทำงาน เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ถูกนำมาใช้จริง เมื่อได้เห็นบริบทจริง ผู้เรียนจึงสามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนในมหาวิทยาลัยเข้ากับการปฏิบัติ และนำสิ่งที่พบกลับมาทบทวนและพัฒนา Solution ให้มีความเป็นไปได้ทางธุรกิจมากขึ้น ให้ผู้เรียนเป็นเจ้าของกระบวนการคิด CP CUP เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิด พัฒนาแผนธุรกิจ และนำเสนอแนวทางของตัวเองต่อคณะกรรมการ ระหว่างทาง ผู้เรียนต้องใช้ทักษะหลายด้านไปพร้อมกัน ตั้งแต่การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกับผู้อื่น การบริหารเวลา ไปจนถึงภาวะผู้นำ ขณะที่การประเมินไม่ได้มองเพียงตัวแผน แต่ครอบคลุมทั้ง ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม และการนำเสนอ โจทย์ธุรกิจหนึ่งโจทย์จึงไม่ได้ฝึกเพียงความสามารถในการ คิดแผน แต่กลายเป็นพื้นที่ให้ผู้เรียนได้ทดลองใช้ทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานจริงหลายด้านพร้อมกัน จากห้องเรียน สู่โลกธุรกิจและการเรียนรู้ระดับนานาชาติ การเรียนรู้จะกว้างขึ้นอีก เมื่อผู้เรียนไม่ได้หยุดอยู่แค่การคิด Solution แต่มีโอกาสออกไปเห็นว่าโลกธุรกิจจริงกำลังทำอะไร และบริบทอื่นแตกต่างจากสิ่งที่ตัวเองคุ้นเคยอย่างไร CP CUP จึงต่อยอดการเรียนรู้ จากห้องเรียนสู่โลกธุรกิจจริง จากแนวคิดสู่การลงมือปฏิบัติ และจากการแข่งขันในประเทศสู่การเรียนรู้ระดับนานาชาติ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ชนะได้ศึกษาธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในประเทศจีน เพื่อเปิดมุมมองและนำสิ่งที่ได้เรียนรู้กลับมาต่อยอด Solution ของตัวเอง ตั้งแต่ธุรกิจค้าปลีกและอุตสาหกรรมอาหาร ไปจนถึงเทคโนโลยีหุ่นยนต์และ AI การได้สัมผัสสิ่งที่เกิดขึ้นจริงช่วยให้คนรุ่นใหม่มองเห็นทั้งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี รูปแบบธุรกิจ และแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นในโลกธุรกิจ ขณะเดียวกัน การเรียนรู้จากบริบทที่แตกต่างยังช่วยให้เห็นว่า Solution ที่เหมาะกับพื้นที่หนึ่ง อาจต้องปรับ เมื่อผู้คน ตลาด และสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป ทำให้การเรียนรู้ไม่ได้หยุดอยู่ที่การแก้โจทย์ แต่ขยายไปสู่การคิดและทำงานในบริบทที่กว้างขึ้น เปลี่ยน โจทย์ของธุรกิจ ให้เป็น โอกาสในการพัฒนาคน การพัฒนาคนไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ธุรกิจเองก็สามารถเป็นพื้นที่การเรียนรู้ได้ เริ่มจากนำโจทย์จริงมาให้คิด เปิดโอกาสให้ผู้เรียนพัฒนาแนวทางด้วยตัวเอง พาไปเห็นบริบทและการทำงานจริง แล้วนำสิ่งที่พบกลับมาต่อยอดความคิด กระบวนการนี้ช่วยให้ผู้เรียนเชื่อมความรู้เข้ากับการปฏิบัติ พร้อมพัฒนาทักษะจากการลงมือทำจริง ขณะที่องค์กรก็ได้เห็นทั้งศักยภาพของคนรุ่นใหม่และแนวคิดใหม่ ๆ ที่สามารถนำมาต่อยอดกับโจทย์ทางธุรกิจได้ บางครั้ง การสร้างพื้นที่เรียนรู้ อาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการสร้างหลักสูตรใหม่ แต่เริ่มจากการมองกลับเข้ามาในธุรกิจว่า มีโจทย์จริงอะไรที่สามารถเปลี่ยนให้เป็นโอกาสในการเรียนรู้ได้บ้าง แล้วเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ลองคิด ลงมือทำ เห็นของจริง และนำสิ่งที่เรียนรู้กลับไปพัฒนาความคิดของตัวเองต่อไป

อ่านเพิ่มเติม
articleImage314
CPLI
สร้างคนให้กล้าคิด สร้างพื้นที่ให้ไอเดียเติบโต

16 ต.ค. 2569

8
0

นวัตกรรมเริ่มได้จากคนในองค์กร พนักงานที่อยู่ใกล้กับงาน ลูกค้า และปัญหาทางธุรกิจ มักมองเห็นทั้ง Pain Point และโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในการทำงาน แต่การมีไอเดียเพียงอย่างเดียว อาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โครงการ CP Exponential Surge จากเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย CPLI จึงเป็นพื้นที่ให้พนักงานจากหลากหลายกลุ่มธุรกิจนำไอเดียมาพัฒนา เพื่อตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ของธุรกิจและสร้างนวัตกรรมจากภายในองค์กร หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการค้นหาไอเดียที่ดีที่สุด แต่คือ การสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พนักงานกล้าคิด กล้าทดลอง และมีโอกาสพัฒนาไอเดียให้ไปไกลกว่าเดิม ไอเดียที่ดี ต้องผ่านกระบวนการพัฒนา CP Exponential Surge ไม่ได้เปิดพื้นที่ให้พนักงานเพียงนำเสนอไอเดีย แต่ให้แต่ละทีมพัฒนาโครงการ ผ่านการคัดเลือก นำเสนอ รับข้อเสนอแนะ และกลับไปปรับปรุง ก่อนนำเสนออีกครั้งต่อผู้บริหารระดับสูง กระบวนการนี้ทำให้ Feedback กลายเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา ไม่ใช่เพียงคำตัดสินว่าไอเดียใดผ่านหรือไม่ผ่าน แต่ช่วยให้เจ้าของไอเดียกลับไปคิดให้ลึกขึ้น ทั้งในด้านปัญหาที่ต้องการแก้ ความเป็นไปได้ และคุณค่าที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจ เพราะการส่งเสริมให้คนคิดสิ่งใหม่ ไม่ได้หมายถึงการเปิดพื้นที่ให้คิดอย่างเดียว แต่ต้องมี มาตรฐานและกระบวนการที่ช่วยยกระดับคุณภาพของความคิดไปพร้อมกัน จากไอเดีย ต้องไปให้ถึงการทดลองจริง อีกหลักคิดสำคัญคือ ไอเดียที่ดีไม่ควรจบอยู่บนเวทีนำเสนอ โครงการที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องนำแนวคิดไปต่อยอดและทดลองดำเนินการจริง โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มธุรกิจ จึงเป็นการพาพนักงานเดินทางจาก คิดไอเดีย พัฒนา รับ Feedback ไปจนถึงทดลองทำจริง ซึ่งช่วยพัฒนาทั้งตัวโครงการและคนที่อยู่เบื้องหลังโครงการไปพร้อมกัน พัฒนาคน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงจากภายใน การพัฒนาคนไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียน แต่สามารถเกิดขึ้นผ่านโจทย์จริงที่ท้าทาย เปิดโอกาสให้พนักงานได้คิด ทดลอง เรียนรู้จาก Feedback และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ของสิ่งที่ตัวเองเสนอ ขณะเดียวกันยังเป็นการนำ 6 Core Values มาสู่การลงมือปฏิบัติจริง เพราะเมื่อองค์กรต้องการให้พนักงานเป็นพลังของการเปลี่ยนแปลง สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการบอกให้คนคิดใหม่ แต่ต้องสร้างพื้นที่ กระบวนการ และโอกาสที่ทำให้ความคิดนั้นได้รับการพัฒนาและถูกนำไปทดลองจริง นี่คืออีกหนึ่งวิธีที่เราใช้พัฒนาศักยภาพของคน ควบคู่ไปกับการสร้างนวัตกรรมและการเติบโตจากภายในองค์กร

อ่านเพิ่มเติม

บทเรียนที่ดีที่สุด คือ บทเรียนจากคนที่ลงมือทำจริง
✦ Real Experience
✦ Endless Learning & Ideas
✦ Grow Together

ติดต่อเรา

facebookinstragramtiktokyoutube

รับข่าวสารเว็บไซต์

แผนที่

บริษัท พัฒนาผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์
313 ชั้น 25 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10500

© 2026 All rights reserved. Developed by Leadership Development, Charoen Pokphand Group Co., Ltd.