Intelligent Innovation
หมวดหมู่ความรู้ : Intelligent Innovation
29 ก.ย. 2569
31
0

บทความหน่วยธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

29 ก.ย. 2569
9
0
Context: ภัยไซเบอร์ยุคนี้ไม่ได้มากับแฮกเกอร์ในห้องมืดที่พยายามเจาะระบบคอมพิวเตอร์ล้ำยุค แต่มักพุ่งเป้ามาที่ "ความเผลอ" ของพวกเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นข้อความ SMS เพียง 1 ข้อความ คิวอาร์โค้ด 1 รูป รหัสผ่านที่เราใช้ซ้ำจนชิน หรือข้อมูล 1 ชิ้นที่เราเผลอส่งออกไป บทความนี้รวบรวมองค์ความรู้จากทีม AXONS มาแชร์เป็นวิธีรับมือแบบง่าย ๆ ที่ทำได้จริง เพื่อปกป้องเงินและข้อมูลสำคัญของคุณโดยไม่ต้องมีความรู้ด้านไอทีขั้นสูง Key Knowledge: ข้อความและลิงก์ปริศนา ด่านแรกของการล้วงข้อมูล: มิจฉาชีพรู้ว่าคนเราตกใจง่าย จึงมักใช้วิธีส่งข้อความหลอกลวงอ้างว่าบัญชีธนาคารมีปัญหา หรือให้สิทธิประโยชน์พิเศษ เพื่อให้เรากดลิงก์หรือโหลดแอปพลิเคชันนอกแอปหรือเพลย์สโตร์ทางการ เพื่อขโมยข้อมูล สิ่งที่ควรทำคือ "คิดก่อนคลิก" ตรวจสอบแหล่งที่มา หากไม่แน่ใจต้องท่องไว้ว่า ไม่คลิก ไม่กรอก ไม่โหลด และถ้าเผลอโหลดแอปพลิเคชันแปลก ๆ ไปแล้ว ให้รีบตัดอินเทอร์เน็ต (เช่น เปิดโหมดเครื่องบิน) แล้วโทรติดต่อธนาคารทันที รหัสผ่านรั่วที่เดียวอาจพังทั้งระบบ: รหัสผ่านและรหัส PIN ก็เหมือนกุญแจเข้าบ้าน เราไม่ควรใช้กุญแจดอกเดียวกันไขทุกอย่าง ควรแยกรหัสผ่านเรื่องงาน โซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชันการเงินออกจากกัน แนะนำให้เปลี่ยนมาตั้งรหัสผ่านเป็นประโยคยาว ๆ ที่มีความหมายกับเราเพื่อให้จำง่ายแต่คนอื่นเดายาก และควรเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอน (MFA) ในทุกระบบที่รองรับเพื่อเป็นเกราะป้องกันอีกชั้น สแกนคิวอาร์โค้ด สะดวกได้แต่ต้องเช็กให้ชัวร์: มิจฉาชีพอาจนำสติกเกอร์คิวอาร์โค้ดปลอมมาแปะทับของจริง เพื่อหลอกให้เราโอนเงินผิดบัญชี หรือพาไปเว็บไซต์ปลอม ดังนั้นก่อนสแกนควรสังเกตรอยแปะทับ และก่อนกดยืนยันโอนเงินต้องสละเวลา 2 วินาทีเช็กชื่อบัญชีผู้รับและยอดเงินให้ชัวร์ รวมถึงสังเกตชื่อลิงก์ก่อนกดเปิดหน้าเว็บเสมอ ใช้ AI อย่างฉลาด ต้องรอบคอบก่อนป้อนข้อมูล: AI แบบสาธารณะช่วยให้เราทำงานเร็วขึ้นก็จริง แต่ก็เปรียบเสมือนพื้นที่ส่วนรวม หากเราป้อนข้อมูลความลับของบริษัท แผนธุรกิจ หรือข้อมูลลูกค้าลงไป ข้อมูลเหล่านั้นอาจถูกระบบบันทึกไปใช้เป็นฐานข้อมูลได้ จึงควรตั้งคำถามกับตัวเองก่อนพิมพ์คำสั่งเสมอว่า "ข้อมูลนี้เปิดเผยได้หรือไม่" และควรเปลี่ยนไปใช้ข้อมูลสมมติแทนข้อมูลจริงเสมอ Key Takeaway: ความปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ได้เริ่มจากระบบที่แพงที่สุด แต่เริ่มจาก 5 พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่เราทำเป็นประจำทุกวัน ได้แก่ คิดก่อนคลิก ตรวจสอบก่อนสแกน ไม่แชร์ข้อมูลลับ แยกใช้รหัสผ่านและเปิดการยืนยันตัวตนสองชั้น และคิดก่อนป้อนข้อมูลลง AI เพียงแค่ปรับสติก่อนใช้งาน ชีวิตดิจิทัลของเราก็ปลอดภัยขึ้นแล้ว
อ่านเพิ่มเติม
29 ก.ย. 2569
8
0
เมื่อ Knowledge Journey อยู่คนละระบบ ระบบการเรียนรู้ที่ดี ไม่ได้มีหน้าที่เพียงนำ Content มาให้คนเรียน แต่ควรช่วยให้ องค์ความรู้เดินทางได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่คนที่สร้างความรู้ ไปจนถึงคนที่นำความรู้นั้นไปใช้ เดิมการบริหารองค์ความรู้ของโครงการเถ้าแก่มีการทำงานข้ามระหว่าง 2 ระบบ ผู้เข้าร่วมส่งมอบองค์ความรู้ (KM) ผ่าน CPG Connect เครื่องมือสื่อสารและการทำงานร่วมกันภายในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ขณะที่การเผยแพร่และเรียนรู้องค์ความรู้อยู่บน CPLI Learning Space ระบบจัดการการเรียนรู้ของ CPLI ทำให้ผู้ใช้งานอาจเกิดความสับสน และทีมบริหารองค์ความรู้ต้องดาวน์โหลดไฟล์จากระบบหนึ่ง เพื่อนำมาอัปโหลดอีกระบบหนึ่ง CPLI จึงกลับมาตั้งโจทย์ใหม่ว่า จะทำอย่างไรให้การสร้าง ตรวจสอบ ประเมิน เผยแพร่ และเรียนรู้องค์ความรู้ เชื่อมต่อกันได้ใน Platform เดียว ออกแบบจาก Journey ไม่ใช่แค่เพิ่มฟีเจอร์ แทนที่จะมองเพียงว่าระบบต้องมีพื้นที่สำหรับ Upload Content แต่ CPLI เริ่มจากการมอง Journey ขององค์ความรู้ทั้งกระบวนการ ว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้างและแต่ละคนต้องทำอะไร จากแนวคิดนี้จึงเกิดการพัฒนาเมนู User Create Content (UCC) บน CPLI Learning Space เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างและส่งมอบ KM ได้โดยตรง พร้อมรองรับกระบวนการตรวจสอบและอนุมัติจากผู้เกี่ยวข้องก่อนเผยแพร่ ทำให้เส้นทางของ KM ตั้งแต่ สร้าง ส่งมอบ ตรวจสอบ ประเมิน อนุมัติ ไปจนถึงเผยแพร่ สามารถดำเนินต่อกันภายในระบบเดียว ลดการส่งต่อข้อมูลระหว่างระบบและลดขั้นตอนการทำงานของทีมงาน เชื่อมทุก Stakeholder ให้อยู่ใน Workflow เดียวกัน การทำให้เป็น One Single Platform ไม่ได้หมายถึงแค่การรวมข้อมูลไว้ในที่เดียว แต่ต้องทำให้ คนที่เกี่ยวข้องสามารถทำงานต่อกันได้อย่างเป็นระบบ ผู้เข้าร่วมสามารถส่ง KM ผู้เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบและให้คะแนน คณะกรรมการสามารถพิจารณาองค์ความรู้ ขณะที่ทีม Admin สามารถติดตามสถานะและนำ Content ที่ผ่านกระบวนการขึ้นเผยแพร่บน CPLI Learning Space ได้ เมื่อองค์ความรู้ถูกเผยแพร่แล้ว KM ก็ไม่ได้จบอยู่ที่การ ส่งงานสำเร็จ แต่กลับเข้าสู่ "คลังความรู้" ให้พนักงานสามารถค้นหา ศึกษา และนำองค์ความรู้นั้นไปต่อยอดได้อีกครั้ง จึงเกิดเป็นวงจรที่เชื่อม คนสร้างความรู้ คนตรวจสอบความรู้ และคนที่เข้ามาเรียนรู้ เข้าด้วยกัน เมื่อข้อมูลการเรียนรู้ เชื่อมต่อกับการประเมิน อีกส่วนสำคัญคือ ผลการตรวจและให้คะแนน KM ไม่ได้อยู่เฉพาะใน CPLI Learning Space แต่ยังเชื่อมต่อกับ PMS ซึ่งใช้ในการประเมินผู้เข้าร่วมโครงการ ข้อมูลจากกระบวนการ KM จึงสามารถเดินทางต่อไปยังอีกส่วนของการพัฒนาผู้เข้าร่วมได้ โดยไม่ต้องจบลงเป็นข้อมูลแยกส่วนในแต่ละระบบ สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการมีหลายระบบที่ทำงานได้ดี แต่คือการออกแบบให้แต่ละระบบและ Stakeholder เชื่อมต่อกันตาม Journey เดียวกัน จาก LMS สู่ Learning Knowledge Ecosystem บทเรียนจากการพัฒนา UCC สะท้อนว่า การยกระดับ LMS ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากคำถามว่า ระบบควรมีฟีเจอร์อะไรเพิ่ม? แต่อาจเริ่มจากการมองว่า ผู้ใช้งานต้องเดินผ่านกระบวนการอะไร และตรงไหนที่เราสามารถทำให้ Journey นั้นง่ายและต่อเนื่องขึ้นได้? เมื่อออกแบบจาก Journey เทคโนโลยีจึงไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อลดขั้นตอน แต่ช่วยเชื่อม คน กระบวนการ ข้อมูล และองค์ความรู้ ให้ทำงานต่อเนื่องกัน จากระบบที่มีไว้สำหรับการเรียนรู้ จึงค่อย ๆ พัฒนาไปสู่ Learning Knowledge Ecosystem ที่ทำให้องค์ความรู้เดินทางได้ครบวงจร ตั้งแต่การสร้าง ตรวจสอบ ประเมิน เผยแพร่ จนกลับมาเป็นแหล่งเรียนรู้ให้คนในองค์กรต่อไป
อ่านเพิ่มเติม
29 ก.ย. 2569
11
0
เสาสมอบก คืออุปกรณ์ป้องกันรถยนต์พุ่งชนร้านสาขา ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกค้าและพนักงาน พร้อมช่วยลดความเสียหายต่ออาคารและทรัพย์สิน หลายคนอาจเคยสังเกตเห็นเสาเหล็กที่ติดตั้งเรียงอยู่บริเวณหน้าร้าน 7-Eleven แต่ยังไม่ทราบว่าอุปกรณ์ดังกล่าวมีไว้เพื่ออะไร คำตอบคือ เสาสมอบก ซึ่งเป็นอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากรถยนต์พุ่งชนร้านสาขา เสาสมอบกจะถูกติดตั้งในสาขาที่มีพื้นที่จอดรถยนต์ และอยู่ในจุดที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งเข้าชนอาคาร โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยปกป้องความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงาน รวมถึงลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวอาคารและทรัพย์สินภายในร้าน สำหรับหลักการทำงานของเสาสมอบก สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิด ชน–พับ–ล็อก เมื่อรถยนต์พุ่งชนเสา แรงกระแทกจะทำให้เสาพับลงและยกตัวรถขึ้น จากนั้นฐานของเสาสมอบกจะล็อกเข้ากับพื้นบริเวณหน้าร้าน ส่งผลให้เกิดแรงเสียดทานระหว่างตัวรถกับฐานที่เพิ่มสูงขึ้น จนช่วยชะลอและหยุดการเคลื่อนที่ของรถได้ เสาสมอบกจึงเป็นมากกว่าเสาเหล็กที่ติดตั้งอยู่หน้าร้าน แต่เป็นอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่มีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ ช่วยสร้างความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าและพนักงาน พร้อมทั้งลดความเสียหายต่อร้านสาขา และสนับสนุนให้การให้บริการสามารถดำเนินต่อได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย
อ่านเพิ่มเติม
29 ก.ย. 2569
28
0
ทุกวันนี้ในร้าน 7-11 เริ่มจะมีสินค้าขายเยอะขึ้นเรื่อยๆ แถมครบครันมากขึ้นจนสมคำร่ำลือที่ว่า ขายความสะดวก เวลามีสินค้าตัวใหม่ออกมาทีไรก็มักจะได้รับความนิยมเป็นอย่างดี เช่น กล้วย ปาท่องโก๋ หรือล่าสุดอย่างมะพร้าว เคยสงสัยกันมั้ยนะว่าทำไม 7-11 ถึงหันมาเปลี่ยนตลาด และเริ่มขายสินค้าประเภทนี้ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจให้กระจ่างกัน ความจริงแล้ว 7-11 รับสินค้าเหล่านี้มาขาย เพื่อช่วยสนับสนุนรายได้ให้กับเกษตรกรไทยโดยรับซื้อมาในราคาที่สูงกว่า อย่างเช่นกล้วยก็รับมาจากสหกรณ์การเกษตรท่ายาง จ.เพชรบุรี ทำให้เกษตรมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 70-80 % ต่อปี ที่สำคัญยังตอบโจทย์ต่อพฤติกรรมของคนเมืองในยุคนี้ เพิ่มช่องทางความสะดวก และยังเหมาะสำหรับคนรักสุขภาพที่ไม่ค่อยมีเวลาอีกด้วย และต้องบอกว่า กล้วยหอมทอง จากสหกรณ์การเกษตรท่ายาง จ.เพชรบุรี เป็นอีกหนึ่งธุรกิจ SME ที่ประสบความสำเร็จและได้ช่วยเหลือเกษตรกร นับว่าเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรอีกทางหนึ่ง สำหรับผู้ประกอบการ SME ท่านใดที่มีความต้องการนำสินค้ามาจำหน่ายในร้านเซเว่นฯ เหมือนอย่างกล้วยหอมทองล่ะก็ สามารถนำสินค้ามาเสนอได้ที่เซเว่น อีเลฟเว่น และบริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด หรือเว็บไซต์ www.cpall.co.th, www.24shopping.co.th ได้เลยค่ะ
อ่านเพิ่มเติม







