เข้าสู่ระบบ

อีเมล / Username

รหัสผ่าน

​

ยังไม่มีบัญชี?


เข้าระบบด้วยบัญชี

google
line

People & Culture Excellence

คนดีคืออะไร? คู่มือวิธีเป็นคนดีเพื่อเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นในทุกวัน

หมวดหมู่ความรู้ : People & Culture Excellence

30 ก.ย. 2569

21
0
articleImage282

คนดี คือคนแบบไหน แล้วที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้เรียกว่าเป็นคนดีแล้วหรือยัง? บทความนี้จะชวนคุณมารู้จักคำนิยามของการเป็นคนดีให้มากขึ้น พร้อมแนวทางการเป็นคนดีที่สร้างพลังเชิงบวกให้ตนเองและสังคมอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข

นิยามการเป็น คนดี  

คนดี คือ คนที่คิดดี พูดดี ประพฤติปฏิบัติตัวดี ไม่สร้างปัญหา ความเดือดร้อนให้กับตนเองและคนรอบข้าง รู้ว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ ตามที่สังคมประพฤติปฏิบัติกัน มีคุณธรรมจริยธรรม เห็นผลประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นสำคัญ แต่หากเผลอทำพลาดก็เรียนรู้ที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้กลับมาทำสิ่งดีได้อย่างกล้าหาญ

ลักษณะของคนดี
 

แล้วคนดีเค้าทำอะไรกัน? วิธีการเป็นคนดีคืออะไร?

5 วิธีการเป็นคนดีง่ายๆ ทำได้ตอนนี้เลย

การเป็นคนดีไม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงอย่าตั้งกำแพงก่อนที่จะเริ่ม คนทุกคนไม่ได้ดีที่สุด 100% และก็ไม่ได้มีใครที่แย่ที่สุด 100% ทุกคนสามารถเรียนรู้ ประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นคนดีได้ มาดูกันว่าวิธีเป็นคนดีนั้นต้องทำอย่างไร ผ่าน 5 วิธีการเป็นคนดี ง่ายๆ พร้อมตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่าแบบไหนเราถึงกล้าเรียกว่าเป็นคนดี

1. เป็นคนดีด้วยการเอาชนะใจตัวเอง

คุณต้องต่อสู้กับบางความคิดที่ไม่ดี และกล้าเอาชนะความคิดเหล่านั้น เคารพรักษากฎระเบียบกติกาพื้นฐาน บางเหตุการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ อันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำ แต่รู้สึกว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อื่น ก็เป็นเรื่องที่ควรจะลงมือ เช่น 

  • เห็นขยะหล่นที่พื้น ไม่ใช่ของตนเอง แถมรู้สึกไม่ชอบความสกปรกถ้าต้องหยิบ คนดีจะตัดสินใจที่ช่วยเก็บทิ้ง ซึ่งผลลัพธ์ของการทำ ก็ช่วยให้พื้นสะอาด น่าเดิน ป้องกันคนอื่นที่ผ่านมาสะดุด เป็นภาพลักษณ์ที่ดีของสถานที่ที่เราอยู่
  • เห็นมอเตอร์ไซค์ลืมยกขาตั้ง คนดีก็พยายามบอก ทั้งที่ใจแรกไม่กล้าตะโกน เพราะแคร์สายตาคนอื่น ทำแล้วช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ และช่วยรักษาคนรักของใครสักคนไว้ได้
  • ไม่อยากไปทำงาน อยากแกล้งลาป่วย แต่คนดีจะตัดสินใจไป เพราะวันนี้มีงานสำคัญ ทำแล้วได้มีส่วนแก้ปัญหาใหญ่ในองค์กรให้ผ่านไปได้ด้วยดี ได้ช่วยเพื่อนร่วมงานให้ผ่านพ้นวันสำคัญไปได้ง่ายขึ้นเมื่อมีคุณอยู่
  • ไม่อยากฟังผู้อื่น ใจอยากลุกออกไปเดี๋ยวนั้น แต่คนดีก็จะตัดสินใจนั่งฟังไม่หนีไปไหน ซึ่งการฟังครั้งนั้นอาจกำลังช่วยให้เพื่อนมนุษย์ได้เข้าใจสถานการณ์ยากลำบากที่กำลังเผชิญ และพบคำตอบที่ต้องการในชีวิตได้ 

สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้น พบได้ในชีวิตประจำวัน ขอเพียงคุณกล้าเอาชนะความกลัว ความอึดอัด ความกังวล หรือแม้แต่ความขี้เกียจที่มีอยู่ภายในใจ ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นเส้นทางคนดี สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งผลดีต่อคนรอบข้าง แต่นั่นยังส่งความภูมิใจให้กับคุณที่ได้ทำความดีที่เล็กน้อยแต่ยิ่งใหญ่ด้วย

 

เคล็ดลับ: คอยสังเกตคนดีในโลกจริง 

“แทนที่จะอ่านแต่ข่าวอาชญากรรมให้กลุ้มใจ เปลี่ยนมาอ่านเรื่องราวการทำดี มองคนดีในโลกจริง แล้วนำมาเป็นแรงบันดาลใจ ก็จะทำให้การเป็นคนดีของเราเกิดได้ง่ายขึ้น”

 

2.เป็นคนดี ด้วยการซื่อสัตย์กับตัวเอง

ก่อนที่เราจะมีพลังไปเป็นคนดีของคนอื่น เพื่อคนรอบตัว เพื่อสังคม เราต้องเริ่มจากการเป็นคนดีของตัวเอง ด้วยการดูแลตัวเองก่อน ซื่อสัตย์กับตัวเองว่าเราพร้อมแค่ไหน ถ้าเราอ่อนแรง ไม่มีความสุข ก็จะไม่มีพลังงานเหลือไปทำเรื่องที่ดี แต่เมื่อตัวเราแข็งแรง มีพลังที่ดีแล้ว ถึงจะสามารถไปเป็นคนดีเพื่อโลกได้ต่อไป

กล้าที่จะทำดีต่อตนเองด้วยการ 

  • พยายามดูแลสุขภาพจิตใจ (Mental Health) ด้วยการทำสมาธิ ฝึกจิตใจให้สงบผ่อนคลาย สำรวจความรู้สึกของตัวเองในทุก ๆ วัน
  • ออกกำลังกาย เพื่อร่างกายที่แข็งแรง ลดโอกาสการเกิดโรคต่าง ๆ
  • กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง อารมณ์ดีจากภายใน
  • ดูแลความสวยงาม แต่งตัวให้ดี รักษาผิว เพิ่มความสดใส
 

3. คว้าโอกาสสร้างรอยยิ้มเพื่อผู้อื่น

ขณะที่เราใช้ชีวิตอยู่ในทุกวัน เราก็คงจะต้องใช้เวลาไปกับการทำงาน ดูแลตัวเอง ดูแลคนรอบข้าง ไม่มีทางที่จะใช้เวลา 100% ไปกับการพยายามเป็นคนดีทุกขณะจิต แต่เมื่อใดที่เราเห็นคนขอความช่วยเหลือ เดือดร้อน นี่แหละคือโอกาสที่จะให้เราได้เป็นคนดี สร้างรอยยิ้มเพื่อผู้อื่น และเห็นผลได้ทันที เช่น

 

4. เป็นคนดีด้วยการทำสิ่งเล็กๆ ด้วยใจ

สิ่งที่เราต้องทำทุกวัน เห็นอยู่ทุกวัน ก็เป็นโอกาสในทุกนาที ให้เราได้มีโอกาสทำดี เป็นคนดีที่ตัวเราเองภูมิใจ แม้ไม่ได้รับการเรียกร้อง การทำเรื่องเล็กๆ ด้วยความตั้งใจ อาจกลายเป็นความยิ่งใหญ่ที่ทำให้วันของใครบางคนดีขึ้น เช่น

ตัวอย่างการทำดีที่เราแนะนำนั้นเป็นเพียงไม่กี่วิธีจากร้อยพันวิธีทำดี ที่ทุกคนทำได้ หรือถ้าอยากหาไอเดียทำดีเพิ่มเติม เราขอแนะนำบทความ 9 วิธีทำดี ที่คุณก็ทำได้วันนี้ เป็นบทความที่นอกจากจะแนะแนวทางการทำดีแล้ว คุณยังจะได้เห็นตัวอย่างการทำดี ที่เป็นเหตุการณ์จริง และส่งผลดีต่อสังคมอย่างแท้จริงอีกด้วย

 

5. มองโลกอย่างเข้าใจ ไม่ต้องใส่ใจกับผลลัพธ์

การเป็นคนดี รู้จักทำดี เป็นสิ่งที่ดี ขณะเดียวกันก็ต้องเข้าใจบริบท มองโลกและสิ่งต่าง ๆ อย่างเข้าใจ บางเหตุการณ์เราไม่สามารถควบคุมได้ ไม่ว่าจะเป็นคำพูดของคนอื่น การปฏิเสธความช่วยเหลือ จงอย่าเพิ่งท้อว่าสิ่งที่ทำนั้นไร้ค่า ไม่มีความหมาย เพราะทุกคนเติบโตมาในสภาพแวดล้อม ประสบการณ์ที่ต่างกัน การเป็นคนดีของเรานั้น ต้องเคารพผู้รับและสิ่งแวดล้อมด้วย

ขึ้นชื่อว่าทำดี จงอย่าตั้งกำแพงไว้ก่อนว่าผลลัพธ์จะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง อย่ากลัวที่จะทำดีแล้วถูกมองเป็นคนเอาหน้าหรือหาแสง แต่จงยึดมั่นในความดีที่ตั้งใจทำ เพราะผลลัพธ์ของการทำดียิ่งใหญ่เสมอ 

สิ่งสำคัญคือตัวเราเองที่รู้ตัวว่าเราเป็นคนดี สวรรค์อยู่ข้างในจิตใจเรา การได้ดีจากการทำดีของเรา ก็คือตัวเราเองที่มีความสุข จิตใจสงบ ภูมิใจตัวเองในทุกวัน

วิธีการเป็นคนดี
 

แล้วคนดีมีลักษณะยังไง? 

หลักการเป็นคนดี

หลักการเป็นคนดีนั้น คงจะแตกต่างกันไปแล้วแต่ว่าคุณกำลังถามใคร แต่ในฐานะที่เราทุกคนเป็นพลเมืองของประเทศ เว็บไซต์บ้านเมืองสุจริตได้ให้หลักการเป็นคนดีไว้ 8 ข้อ จากมุมมองของภาครัฐ โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

1. ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

2. ยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรม

3. มีจิตสำนึกที่ดี

4. มีสำนึกรับผิดชอบต่อหน้าที่

5. มีจิตสาธารณะ

6. มีวินัยและการเคารพกฎหมาย

7. มีเหตุผล 

8. มีส่วนร่วม

 

ลักษณะของคนดี

คนดี อาจเปลี่ยนไปตามยุคสมัย สภาพแวดล้อม สังคมที่อยู่ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีลักษณะของคนดีที่เป็นที่ยอมรับในสังคมโดยทั่วไปเช่นกัน เว็บไซต์ครูบ้านนอกบอกเอาไว้เมื่อปี 2552 ว่า 17 ลักษณะของคนดีคือ 

  1. คนที่ดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ 
  2. มีจิตใจที่ดีงาม 
  3. มีคุณธรรมจริยธรรม 
  4. มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ทั้งด้านจิตใจและพฤติกรรมที่แสดงออก
  5. มีวินัย
  6. มีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูล
  7. มีเหตุผล
  8. รู้หน้าที่
  9. ซื่อสัตย์
  10. พากเพียร
  11. ขยัน
  12. ประหยัด
  13. มีจิตใจเป็นประชาธิปไตย
  14. เคารพความคิดเห็นและสิทธิของผู้อื่น
  15. มีความเสียสละ
  16. รักษาส่งแวดล้อม
  17. สามารถอยู่ร่วมกับบุคคลอื่น อย่างสันติสุข

ทั้งนี้ คนดี และความดี เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ในบางสังคม ความเชื่อ ศาสนา อาจจะให้นิยามและมุมมองที่แตกต่างกันออกไป สิ่งที่สำคัญคือการทบทวนด้วยตัวเอง ว่าคนดีของคุณมีลักษณะเป็นอย่างไร แล้วคนดีแบบไหนที่คุณอยากเป็น

 

19 คุณสมบัติของคนดี คนดีทำอะไรบ้าง?

โดยรวมแล้ว คุณสมบัติของคนดี ที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปคือ

1. ความซื่อสัตย์สุจริต
ยึดมั่นในความจริง ไม่คดโกง ไม่หลอกลวงผู้อื่น ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

2. ความรับผิดชอบ
ทำหน้าที่ของตนให้สำเร็จลุล่วง รับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ไม่ปัดความรับผิดชอบให้ผู้อื่น

3. ความเมตตากรุณา
มีจิตใจที่อ่อนโยน เห็นอกเห็นใจผู้อื่น พร้อมช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน

4. ความกตัญญูกตเวที
รู้คุณและตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณ เช่น พ่อแม่ ครูอาจารย์ และผู้ที่เคยช่วยเหลือ

5. ความอดทน
อดทนต่อความยากลำบาก ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดี

6. มีวินัย
เคารพกฎระเบียบของสังคม ตรงต่อเวลา และมีระเบียบในการดำเนินชีวิต

7. ความขยันหมั่นเพียร
มุ่งมั่นในการทำงาน ไม่เกียจคร้าน พยายามพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

8. ความประหยัด
รู้จักใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย รู้จักเก็บออม ไม่เดือดร้อนจนพาลต้องรบกวนคนอื่น

9. ความสามัคคี
รู้จักการทำงานร่วมกับผู้อื่น เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน

10. ความยุติธรรม
ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเท่าเทียม ไม่ลำเอียง ตัดสินด้วยเหตุผล

11. สัมมาคารวะ
มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ให้เกียรติผู้อื่น 

12. ความเสียสละ
พร้อมที่จะสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อส่วนรวม อาสาช่วยเหลือสังคม

13. สติปัญญา
ใช้เหตุผลในการตัดสินใจ ไตร่ตรองก่อนทำ รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี

14. ความมุ่งมั่น
ตั้งใจทำสิ่งดีให้สำเร็จ ไม่ละทิ้งกลางคัน มีความพากเพียรพยายาม

15. รักษาคำพูด
พูดจริงทำจริง รักษาสัญญา ไม่พูดโกหกหรือผิดคำพูด

16. เคารพสิทธิผู้อื่น
ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น เคารพความเป็นส่วนตัวและความคิดเห็นที่แตกต่าง

17. จิตสาธารณะ
คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม ร่วมดูแลรักษาสาธารณสมบัติ

18. รักษาศีลธรรม
ประพฤติตนอยู่ในศีลธรรมอันดี ไม่ทำผิดกฎหมายและศีลธรรม

19. พัฒนาตนเอง
ใฝ่เรียนรู้อยู่เสมอ พัฒนาความรู้ความสามารถ และจิตใจให้งดงาม

คุณสมบัติคนดี
 

คนดีในองค์กร ที่ทำงาน

CP ALL เป็นองค์กรที่มีพนักงานมากกว่า 200,000 คน ที่มีคาถาบรรษัทภิบาล คือ “ซื่อสัตย์ โปร่งใส ยุติธรรม คำนึงถึงชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม”  ที่ใช้เป็นแนวทางให้ผู้บริหารและพนักงานในองค์กร รวมถึงพนักงานเซเว่นฯ ใช้เป็นกรอบในการทำงาน รวมทั้งส่งเสริมให้เกิด DNA ความดี 24 ชั่วโมง เพื่อส่งเสริมให้การทำความดี สามารถทำตามได้ง่ายขึ้น โดยกำหนดแนวทางเป็น 3 ข้อคือ

  1. มีความซื่อสัตย์       
  2. ให้ความช่วยเหลือ
  3. ให้บริการดี สุภาพและยิ้มแย้ม
 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเป็นคนดี

คนดี VS คนใจดี ต่างกันอย่างไร?

การเป็นคนดี เป็นการมองภาพรวมของบุคคลนั้นๆ ทั้งการกระทำและความประพฤติที่เป็นไปตามบรรทัดฐานของสังคม ส่วนคนใจดีจะมองลักษณะเฉพาะด้านอุปนิสัยและการปฏิบัติต่อผู้อื่น มีเมตตา ความเอื้อเฟื้อ แสดงน้ำใจ เป็นธรรมชาติแบบสัมผัสได้ คนๆ หนึ่งอาจเป็นได้ทั้งคนดีและคนใจดี หรืออาจเป็นเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้

 

เป็นคนดี ทำไมถึงไม่มีใครเห็น?

การเป็นคนดีนั้น บางครั้งอาจจะรู้สึกว่าไม่มีใครเห็นความดีของเรา แต่ในความจริงแล้ว มีคนที่สัมผัส และได้รับผลประโยชน์จากการเป็นคนดีของเราอยู่เสมอ แค่อาจจะไม่ได้มีโอกาสในการบอกกล่าวหรือขอบคุณอย่างเป็นทางการ 

 

ทำไมต้องเป็นคนดี?

ประโยชน์สูงสุดของการเป็นคนดี ก็คือความสุขของตัวเราเอง มีความภูมิใจในตัวเอง เกิดความสงบมั่นคงในจิตใจในทุกวัน โดยผลพลอยได้ก็คือสังคมและเพื่อนมนุษย์ที่ได้รับประโยชน์จากการเป็นคนดีของเราไปด้วย

 

คนดีผีคุ้มจริงไหม?

ความเชื่อเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล แต่หากเรามองว่า ผีคุ้ม คือการเปรียบเปรยว่าเหมือนมีอะไรคุ้มครองและดูแลเราอยู่ตลอด ก็เป็นเหตุเป็นผลที่เข้าใจได้ ว่าคนดี จะมีคนอยากตอบแทนความดีด้วยการดูแล ให้ความช่วยเหลือกลับมา โดยเฉพาะในยามลำบาก หรือต้องการความช่วยเหลือ

 

ตัวช่วยในการเป็นคนดี มีอะไรบ้าง?

การเป็นคนดี ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้สนับสนุนนั้นเป็นเรื่องยาก เราจึงสามารถช่วยสนับสนุนการเป็นคนดีแก่กันด้วยการขอบคุณ ชื่นชมคนดี บอกต่อเรื่องราวของคนดีที่เราเห็น ส่วนในองค์กรก็สามารถช่วยอบรมให้ความรู้ในด้านที่เกี่ยวข้องให้กับพนักงาน เพื่อให้เข้าใจว่าการเป็นคนดีที่คาดหวังนั้นสำคัญและหน้าตาเป็นอย่างไร

 

สรุปเรื่องการเป็นคนดี

การเป็นคนดีไม่ใช่เรื่องยาก และไม่จำเป็นต้องทำเรื่องใหญ่โตเสมอไป เริ่มได้จากการดูแลตัวเอง มีความซื่อสัตย์ และพร้อมที่จะทำสิ่งดีๆ เล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อมีโอกาส การทำงานด้วยความตั้งใจ หรือการแสดงน้ำใจต่อคนรอบข้าง สิ่งสำคัญคือการทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน เข้าใจว่าทุกคนมีความแตกต่างกัน และภูมิใจในการเป็นคนดีของตัวเอง เพราะแม้บางครั้งอาจดูเหมือนไม่มีใครเห็น แต่ความดีที่เราทำนั้นส่งผลกระทบในทางบวกต่อทั้งตัวเราเองและสังคมรอบข้างเสมอ มาเริ่มเป็นคนดีเท่าที่เราจะทำได้ไปด้วยกันตั้งแต่วันนี้


บทความหน่วยธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

articleImage324
Business Knowledge
6CoreValuesinAction
Honesty at Heart: เพราะความซื่อสัตย์คือหัวใจของการดำเนินธุรกิจ

30 ก.ย. 2569

5
0

ยอดขายอาจสะท้อนความสำเร็จในวันนี้ แต่ความไว้วางใจคือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้ในระยะยาว ในโลกธุรกิจที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากมาย การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่แค่เรื่องราคาและคุณภาพสินค้า แต่ยังรวมถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ โดยเฉพาะธุรกิจอาหารที่ทุกผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้องกับคุณภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภคโดยตรง สำหรับเอเต้ ไอศกรีม ความซื่อสัตย์จึงไม่ใช่เพียงคำมั่นสัญญา แต่เป็นหลักสำคัญที่ต้องสะท้อนผ่านทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจ เพราะการสร้างความไว้วางใจไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอและความรับผิดชอบในระยะยาว เบื้องหลังไอศกรีมหนึ่งชิ้น ไม่ได้มีเพียงการสร้างสรรค์รสชาติให้อร่อย แต่ยังรวมถึงกระบวนการทำงานที่ต้องใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงระบบตรวจสอบคุณภาพที่ได้มาตรฐานสากล การให้ความสำคัญกับการตรวจสอบตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ จึงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษามาตรฐานของสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ นอกจากคุณภาพของสินค้าแล้ว การสื่อสารข้อมูลอย่างถูกต้องและตรงไปตรงมาก็เป็นอีกหนึ่งความรับผิดชอบที่ธุรกิจอาหารไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นการแสดงส่วนประกอบ ข้อมูลโภชนาการ หรือรายละเอียดสำคัญบนบรรจุภัณฑ์ ล้วนเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการของตนเอง เพราะความซื่อสัตย์ไม่ได้หมายถึงการผลิตสินค้าให้ดีเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึง การไม่ปิดบังข้อมูลสำคัญ และสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างชัดเจนและโปร่งใส ในมุมของธุรกิจ "ความซื่อสัตย์อาจไม่ใช่สิ่งที่สามารถวัดผลเป็นตัวเลขได้ทันที แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค" ดังนั้นเอเต้ ไอศกรีม จึงให้ความสำคัญกับมาตรฐานคุณภาพ การดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบสอดคล้องตามค่านิยม 6 ประการ เพื่อเป็นการวางรากฐานให้แบรนด์ได้รับความไว้วางใจและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

อ่านเพิ่มเติม
articleImage321
ภัยไซเบอร์
ภัยไซเบอร์ใกล้ตัวกว่าที่คิด แค่ "ตั้งสติก่อนคลิก" ก็รอดได้

30 ก.ย. 2569

9
0

Context: ภัยไซเบอร์ยุคนี้ไม่ได้มากับแฮกเกอร์ในห้องมืดที่พยายามเจาะระบบคอมพิวเตอร์ล้ำยุค แต่มักพุ่งเป้ามาที่ "ความเผลอ" ของพวกเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นข้อความ SMS เพียง 1 ข้อความ คิวอาร์โค้ด 1 รูป รหัสผ่านที่เราใช้ซ้ำจนชิน หรือข้อมูล 1 ชิ้นที่เราเผลอส่งออกไป บทความนี้รวบรวมองค์ความรู้จากทีม AXONS มาแชร์เป็นวิธีรับมือแบบง่าย ๆ ที่ทำได้จริง เพื่อปกป้องเงินและข้อมูลสำคัญของคุณโดยไม่ต้องมีความรู้ด้านไอทีขั้นสูง Key Knowledge: ข้อความและลิงก์ปริศนา ด่านแรกของการล้วงข้อมูล: มิจฉาชีพรู้ว่าคนเราตกใจง่าย จึงมักใช้วิธีส่งข้อความหลอกลวงอ้างว่าบัญชีธนาคารมีปัญหา หรือให้สิทธิประโยชน์พิเศษ เพื่อให้เรากดลิงก์หรือโหลดแอปพลิเคชันนอกแอปหรือเพลย์สโตร์ทางการ เพื่อขโมยข้อมูล สิ่งที่ควรทำคือ "คิดก่อนคลิก" ตรวจสอบแหล่งที่มา หากไม่แน่ใจต้องท่องไว้ว่า ไม่คลิก ไม่กรอก ไม่โหลด และถ้าเผลอโหลดแอปพลิเคชันแปลก ๆ ไปแล้ว ให้รีบตัดอินเทอร์เน็ต (เช่น เปิดโหมดเครื่องบิน) แล้วโทรติดต่อธนาคารทันที รหัสผ่านรั่วที่เดียวอาจพังทั้งระบบ: รหัสผ่านและรหัส PIN ก็เหมือนกุญแจเข้าบ้าน เราไม่ควรใช้กุญแจดอกเดียวกันไขทุกอย่าง ควรแยกรหัสผ่านเรื่องงาน โซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชันการเงินออกจากกัน แนะนำให้เปลี่ยนมาตั้งรหัสผ่านเป็นประโยคยาว ๆ ที่มีความหมายกับเราเพื่อให้จำง่ายแต่คนอื่นเดายาก และควรเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอน (MFA) ในทุกระบบที่รองรับเพื่อเป็นเกราะป้องกันอีกชั้น สแกนคิวอาร์โค้ด สะดวกได้แต่ต้องเช็กให้ชัวร์: มิจฉาชีพอาจนำสติกเกอร์คิวอาร์โค้ดปลอมมาแปะทับของจริง เพื่อหลอกให้เราโอนเงินผิดบัญชี หรือพาไปเว็บไซต์ปลอม ดังนั้นก่อนสแกนควรสังเกตรอยแปะทับ และก่อนกดยืนยันโอนเงินต้องสละเวลา 2 วินาทีเช็กชื่อบัญชีผู้รับและยอดเงินให้ชัวร์ รวมถึงสังเกตชื่อลิงก์ก่อนกดเปิดหน้าเว็บเสมอ ใช้ AI อย่างฉลาด ต้องรอบคอบก่อนป้อนข้อมูล: AI แบบสาธารณะช่วยให้เราทำงานเร็วขึ้นก็จริง แต่ก็เปรียบเสมือนพื้นที่ส่วนรวม หากเราป้อนข้อมูลความลับของบริษัท แผนธุรกิจ หรือข้อมูลลูกค้าลงไป ข้อมูลเหล่านั้นอาจถูกระบบบันทึกไปใช้เป็นฐานข้อมูลได้ จึงควรตั้งคำถามกับตัวเองก่อนพิมพ์คำสั่งเสมอว่า "ข้อมูลนี้เปิดเผยได้หรือไม่" และควรเปลี่ยนไปใช้ข้อมูลสมมติแทนข้อมูลจริงเสมอ Key Takeaway: ความปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ได้เริ่มจากระบบที่แพงที่สุด แต่เริ่มจาก 5 พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่เราทำเป็นประจำทุกวัน ได้แก่ คิดก่อนคลิก ตรวจสอบก่อนสแกน ไม่แชร์ข้อมูลลับ แยกใช้รหัสผ่านและเปิดการยืนยันตัวตนสองชั้น และคิดก่อนป้อนข้อมูลลง AI เพียงแค่ปรับสติก่อนใช้งาน ชีวิตดิจิทัลของเราก็ปลอดภัยขึ้นแล้ว

อ่านเพิ่มเติม
articleImage315
CPLI
เมื่อโลกธุรกิจจริง กลายเป็นห้องเรียนของคนรุ่นใหม่

30 ก.ย. 2569

8
0

โจทย์จริง ทำให้การเรียนรู้ไปไกลกว่าการหาคำตอบ ความรู้จากห้องเรียนเป็นพื้นฐานสำคัญ แต่เมื่อต้องนำมาใช้กับโลกธุรกิจจริง ผู้เรียนต้องคิดมากกว่าการหาคำตอบที่ ถูก เพราะยังต้องตอบให้ได้ว่า ไอเดียนั้นแก้ปัญหาอะไร ตอบโจทย์ธุรกิจหรือไม่ และสามารถพัฒนาให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร แนวคิดนี้ถูกนำมาใช้ใน CP CUP โครงการจาก เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยฝ่ายทรัพยากรบุคคลเครือฯ ร่วมกับสถาบันผู้นำฯ เวทีที่เปิดโอกาสให้นักศึกษานำความรู้และไอเดียมาพัฒนาเป็น Solution เพื่อแก้โจทย์ธุรกิจจริงของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อค้นหาคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ และค้นหาแนวคิดทางธุรกิจที่ตอบโจทย์องค์กร จุดสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันว่าใครมีไอเดียดีที่สุด แต่คือ การนำโจทย์ที่องค์กรมีอยู่จริง มาเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่เรียนรู้และพัฒนาคน อย่าให้แค่โจทย์ แต่ต้องให้เห็น บริบทของโจทย์ด้วย การคิด Solution จากข้อมูลบนกระดาษ กับการได้เห็นว่าธุรกิจทำงานจริงอย่างไร ย่อมทำให้เห็นโจทย์ในมุมที่แตกต่างกัน CP CUP จึงไม่ได้มีเพียง Business Case และการนำเสนอผลงาน แต่เชื่อมการแก้โจทย์เข้ากับการเยี่ยมชมและเรียนรู้จากธุรกิจจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังโจทย์ ทั้งรูปแบบธุรกิจ กระบวนการทำงาน เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ถูกนำมาใช้จริง เมื่อได้เห็นบริบทจริง ผู้เรียนจึงสามารถเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนในมหาวิทยาลัยเข้ากับการปฏิบัติ และนำสิ่งที่พบกลับมาทบทวนและพัฒนา Solution ให้มีความเป็นไปได้ทางธุรกิจมากขึ้น ให้ผู้เรียนเป็นเจ้าของกระบวนการคิด CP CUP เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิด พัฒนาแผนธุรกิจ และนำเสนอแนวทางของตัวเองต่อคณะกรรมการ ระหว่างทาง ผู้เรียนต้องใช้ทักษะหลายด้านไปพร้อมกัน ตั้งแต่การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกับผู้อื่น การบริหารเวลา ไปจนถึงภาวะผู้นำ ขณะที่การประเมินไม่ได้มองเพียงตัวแผน แต่ครอบคลุมทั้ง ความคิดสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม และการนำเสนอ โจทย์ธุรกิจหนึ่งโจทย์จึงไม่ได้ฝึกเพียงความสามารถในการ คิดแผน แต่กลายเป็นพื้นที่ให้ผู้เรียนได้ทดลองใช้ทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานจริงหลายด้านพร้อมกัน จากห้องเรียน สู่โลกธุรกิจและการเรียนรู้ระดับนานาชาติ การเรียนรู้จะกว้างขึ้นอีก เมื่อผู้เรียนไม่ได้หยุดอยู่แค่การคิด Solution แต่มีโอกาสออกไปเห็นว่าโลกธุรกิจจริงกำลังทำอะไร และบริบทอื่นแตกต่างจากสิ่งที่ตัวเองคุ้นเคยอย่างไร CP CUP จึงต่อยอดการเรียนรู้ จากห้องเรียนสู่โลกธุรกิจจริง จากแนวคิดสู่การลงมือปฏิบัติ และจากการแข่งขันในประเทศสู่การเรียนรู้ระดับนานาชาติ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ชนะได้ศึกษาธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในประเทศจีน เพื่อเปิดมุมมองและนำสิ่งที่ได้เรียนรู้กลับมาต่อยอด Solution ของตัวเอง ตั้งแต่ธุรกิจค้าปลีกและอุตสาหกรรมอาหาร ไปจนถึงเทคโนโลยีหุ่นยนต์และ AI การได้สัมผัสสิ่งที่เกิดขึ้นจริงช่วยให้คนรุ่นใหม่มองเห็นทั้งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี รูปแบบธุรกิจ และแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นในโลกธุรกิจ ขณะเดียวกัน การเรียนรู้จากบริบทที่แตกต่างยังช่วยให้เห็นว่า Solution ที่เหมาะกับพื้นที่หนึ่ง อาจต้องปรับ เมื่อผู้คน ตลาด และสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป ทำให้การเรียนรู้ไม่ได้หยุดอยู่ที่การแก้โจทย์ แต่ขยายไปสู่การคิดและทำงานในบริบทที่กว้างขึ้น เปลี่ยน โจทย์ของธุรกิจ ให้เป็น โอกาสในการพัฒนาคน การพัฒนาคนไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่ธุรกิจเองก็สามารถเป็นพื้นที่การเรียนรู้ได้ เริ่มจากนำโจทย์จริงมาให้คิด เปิดโอกาสให้ผู้เรียนพัฒนาแนวทางด้วยตัวเอง พาไปเห็นบริบทและการทำงานจริง แล้วนำสิ่งที่พบกลับมาต่อยอดความคิด กระบวนการนี้ช่วยให้ผู้เรียนเชื่อมความรู้เข้ากับการปฏิบัติ พร้อมพัฒนาทักษะจากการลงมือทำจริง ขณะที่องค์กรก็ได้เห็นทั้งศักยภาพของคนรุ่นใหม่และแนวคิดใหม่ ๆ ที่สามารถนำมาต่อยอดกับโจทย์ทางธุรกิจได้ บางครั้ง การสร้างพื้นที่เรียนรู้ อาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการสร้างหลักสูตรใหม่ แต่เริ่มจากการมองกลับเข้ามาในธุรกิจว่า มีโจทย์จริงอะไรที่สามารถเปลี่ยนให้เป็นโอกาสในการเรียนรู้ได้บ้าง แล้วเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ลองคิด ลงมือทำ เห็นของจริง และนำสิ่งที่เรียนรู้กลับไปพัฒนาความคิดของตัวเองต่อไป

อ่านเพิ่มเติม
articleImage314
CPLI
สร้างคนให้กล้าคิด สร้างพื้นที่ให้ไอเดียเติบโต

30 ก.ย. 2569

8
0

นวัตกรรมเริ่มได้จากคนในองค์กร พนักงานที่อยู่ใกล้กับงาน ลูกค้า และปัญหาทางธุรกิจ มักมองเห็นทั้ง Pain Point และโอกาสใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในการทำงาน แต่การมีไอเดียเพียงอย่างเดียว อาจยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โครงการ CP Exponential Surge จากเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย CPLI จึงเป็นพื้นที่ให้พนักงานจากหลากหลายกลุ่มธุรกิจนำไอเดียมาพัฒนา เพื่อตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ของธุรกิจและสร้างนวัตกรรมจากภายในองค์กร หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการค้นหาไอเดียที่ดีที่สุด แต่คือ การสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พนักงานกล้าคิด กล้าทดลอง และมีโอกาสพัฒนาไอเดียให้ไปไกลกว่าเดิม ไอเดียที่ดี ต้องผ่านกระบวนการพัฒนา CP Exponential Surge ไม่ได้เปิดพื้นที่ให้พนักงานเพียงนำเสนอไอเดีย แต่ให้แต่ละทีมพัฒนาโครงการ ผ่านการคัดเลือก นำเสนอ รับข้อเสนอแนะ และกลับไปปรับปรุง ก่อนนำเสนออีกครั้งต่อผู้บริหารระดับสูง กระบวนการนี้ทำให้ Feedback กลายเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา ไม่ใช่เพียงคำตัดสินว่าไอเดียใดผ่านหรือไม่ผ่าน แต่ช่วยให้เจ้าของไอเดียกลับไปคิดให้ลึกขึ้น ทั้งในด้านปัญหาที่ต้องการแก้ ความเป็นไปได้ และคุณค่าที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจ เพราะการส่งเสริมให้คนคิดสิ่งใหม่ ไม่ได้หมายถึงการเปิดพื้นที่ให้คิดอย่างเดียว แต่ต้องมี มาตรฐานและกระบวนการที่ช่วยยกระดับคุณภาพของความคิดไปพร้อมกัน จากไอเดีย ต้องไปให้ถึงการทดลองจริง อีกหลักคิดสำคัญคือ ไอเดียที่ดีไม่ควรจบอยู่บนเวทีนำเสนอ โครงการที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องนำแนวคิดไปต่อยอดและทดลองดำเนินการจริง โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มธุรกิจ จึงเป็นการพาพนักงานเดินทางจาก คิดไอเดีย พัฒนา รับ Feedback ไปจนถึงทดลองทำจริง ซึ่งช่วยพัฒนาทั้งตัวโครงการและคนที่อยู่เบื้องหลังโครงการไปพร้อมกัน พัฒนาคน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงจากภายใน การพัฒนาคนไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียน แต่สามารถเกิดขึ้นผ่านโจทย์จริงที่ท้าทาย เปิดโอกาสให้พนักงานได้คิด ทดลอง เรียนรู้จาก Feedback และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ของสิ่งที่ตัวเองเสนอ ขณะเดียวกันยังเป็นการนำ 6 Core Values มาสู่การลงมือปฏิบัติจริง เพราะเมื่อองค์กรต้องการให้พนักงานเป็นพลังของการเปลี่ยนแปลง สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการบอกให้คนคิดใหม่ แต่ต้องสร้างพื้นที่ กระบวนการ และโอกาสที่ทำให้ความคิดนั้นได้รับการพัฒนาและถูกนำไปทดลองจริง นี่คืออีกหนึ่งวิธีที่เราใช้พัฒนาศักยภาพของคน ควบคู่ไปกับการสร้างนวัตกรรมและการเติบโตจากภายในองค์กร

อ่านเพิ่มเติม

บทเรียนที่ดีที่สุด คือ บทเรียนจากคนที่ลงมือทำจริง
✦ Real Experience
✦ Endless Learning & Ideas
✦ Grow Together

ติดต่อเรา

facebookinstragramtiktokyoutube

รับข่าวสารเว็บไซต์

แผนที่

บริษัท พัฒนาผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์
313 ชั้น 25 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10500

© 2026 All rights reserved. Developed by Leadership Development, Charoen Pokphand Group Co., Ltd.