เข้าสู่ระบบ

อีเมล / Username

รหัสผ่าน

​

ยังไม่มีบัญชี?


เข้าระบบด้วยบัญชี

google
line
2 ทีมนวัตกรทรู กับนวัตกรรมที่ช่วยให้ทุกประสบการณ์ตรงใจลูกค้า ในเวลาที่เทคโนโลยีและดาต้าคือพลัง

หมวดหมู่ความรู้ : Intelligent Innovation

29 ก.ย. 2569

11
0
articleImage258

ในยุคที่เทคโนโลยีและความคาดหวังของลูกค้าเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรจำเป็นต้องพัฒนานวัตกรรมให้ต่อเนื่องและสอดคล้องกับความคาดหวังนั้น โดยรายงานของ World Economic Forum ปี 2025 ชี้ว่า นวัตกรรมและการเติบโตจะสร้างคุณค่าเพิ่มได้ต่อเมื่อมีวงจรการสร้างไอเดียต่อเนื่อง การร่วมสร้างไปกับผู้บริโภค และการขยายผลอย่างฉับไว

แนวคิดนี้สะท้อนให้เห็นว่า หัวใจของการสร้างนวัตกรรมไม่ใช่เพียงการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ แต่คือการนำเทคโนโลยีนั้นมาเชื่อมโยงกับความต้องการของลูกค้า และส่งต่อประสบการณ์ที่ตรงใจอย่างแท้จริง

ดังเช่นการสร้างสรรค์นวัตกรรมของ 2 ทีมนวัตกรทรู ที่มองประสบการณ์ของลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาและต่อยอดให้เกิดนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงและเห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน

True Dynamic Script นวัตกรรมผู้ช่วยพนักงานขาย ที่สร้างบทสนทนาและเสนอขายที่ตรงใจลูกค้า

เมื่อการแข่งขันการขายไม่ได้วัดกันที่สินค้าและโปรโมชันเพียงอย่างเดียว แต่คือการมอบประสบการณ์ที่ตรงความต้องการของลูกค้าในเวลาที่เหมาะสม การขายที่เน้นการสื่อสารที่ครบถ้วนและชัดเจนจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทีม Telesales และ Customer Service ของทรูได้นำมาพัฒนาทักษะและประสบการณ์ของพนักงานอยู่เสมอ

นันทภัส อัมพวานนท์ นวัตกรจากฝ่ายงาน Call Center เล่าว่า สถานการณ์เช่นนี้ ความท้าทายสำคัญของทีม Telesales คือการพัฒนาพนักงานขายให้รับมือกับกระบวนการขายที่ซับซ้อนและสินค้าที่หลากหลาย โดยเฉพาะพนักงานใหม่ที่ต้องเรียนรู้และสื่อสารได้อย่างมั่นใจตั้งแต่วันแรกๆ ซึ่งการฝึกอบรมหรือเครื่องมือแบบเดิมอาจไม่เพียงพอสำหรับการบริการในยุคนี้

Nuntaput_True Dynamic Script

“ปกติพนักงานขายจะมีสคริปต์การขายสำหรับเสนอสินค้าและบริการให้ลูกค้าในรูปแบบคู่มือที่เป็น Static Script จึงต้องอาศัยทักษะในการเรียนรู้และจดจำเพียงของพนักงานเป็นหลัก เราคิดว่าถ้าพนักงานขายมีสคริปต์การขายที่ตอบโจทย์สินค้าหรือบริการของลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ ก็จะทำให้การให้บริการเป็นไปอย่างราบรื่น”

จากแนวคิดนี้ นันทภัสและทีมจึงพัฒนา True Dynamic Script สคริปต์การขายออนไลน์ที่สามารถปรับเลือกได้ตามบทสนทนาจริงกับลูกค้า โดยมีการศึกษาและวิเคราะห์บทสนทนาของพนักงานขายระดับแนวหน้า ซึ่งถือเป็นองค์ความรู้ภายใน (in-house knowledge) เพื่อดึงเทคนิคการสื่อสารที่ดีที่สุด มาประกอบกับโครงสร้างสคริปต์ ทำให้พนักงานทุกคนสามารถเรียนรู้และนำไปใช้ได้ทันที

เบื้องหลังเป็นการทำงานของทีมนวัตกรใช้เวลากว่า 7 เดือน โดยมี ดร.ภู เอี่ยมเจริญยิ่ง เป็นผู้พัฒนาหลักของโปรเจกต์ ซึ่งทีมงานเริ่มจากเก็บข้อมูลปัญหาที่พนักงานเจอจริงทุกวัน ออกแบบโครงสร้างสคริปต์ที่รองรับสถานการณ์หลากหลาย และเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลสินค้าและบริการของทรู ในช่วงทดลองใช้ทีมงานประชุมกับฝ่าย Operation ที่ใช้งานจริงทุกสัปดาห์ เพื่อปรับและพัฒนาการทำงานให้สมบูรณ์

หลักการทำงานสำคัญคือ เมื่อพนักงานสนทนากับลูกค้า True Dynamic Script จะทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้ช่วยที่คอยแนะนำคำถาม คำตอบ และทางเลือกที่เหมาะสมในแต่ละขั้นตอน ทำให้การสื่อสารราบรื่น และลูกค้าได้รับข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนทุกครั้ง ส่งผลให้มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

True Dynamic Script Team

“ผลลัพธ์ที่ชัดเจนคือพนักงานใหม่สามารถพัฒนาทักษะจนใกล้เคียงพนักงานเดิมภายใน 2 สัปดาห์ อัตราปิดการขายและรายได้เฉลี่ยต่อคนเพิ่มขึ้น และการพัฒนานวัตกรรมขึ้นเองในองค์กรยังช่วยประหยัดค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ได้กว่า 15 ล้านบาทต่อปี พร้อมความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนทันทีเมื่อมีแคมเปญใหม่”

ที่สำคัญ True Dynamic Script ยังช่วยพัฒนากลุ่มพนักงานที่มีผลงานต่ำ (Low Performance) ให้กลับมามีความมั่นใจและพัฒนาทักษะการสื่อสารได้จริง ถือเป็นนวัตกรรมที่ยกระดับทั้งคุณภาพการบริการที่ลูกค้าได้รับ พัฒนาศักยภาพของพนักงานในทุกระดับ พร้อมกับการเพิ่มรายได้ให้กับองค์กรไปพร้อมกัน

TrueVisions Subscription Data Analyst นวัตกรรมที่ช่วยให้ทรูวิชั่นส์เข้าใจลูกค้ากว่า 2 ล้านรายได้ดียิ่งขึ้น

โจทย์ของธุรกิจสื่อและความบันเทิงในวันนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่การคัดสรรคอนเทนต์คุณภาพ แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจในทุกขั้นตอนของบริการ อนุสรณ์ อินสา นวัตกรจากทีม Broadcast & Content Production Solution ของทรูวิชั่นส์ มองว่า หัวใจสำคัญเบื้องหลังประสบการณ์ตรงใจนี้คือ ดาต้าหลังบ้านที่ต้องมีการจัดการให้เชื่อมโยงกันได้ เพื่อนำมาวิเคราะห์และพัฒนาการดูแลลูกค้าในเชิงรุก

“หลังจากทรูวิชั่นส์เปิดตัวแอปพลิเคชัน TrueVisions NOW และมีผู้ใช้งานมากกว่า 2 ล้านราย ความท้าทายคือการจัดการข้อมูลจำนวนมหาศาลที่กระจายจากหลายฝ่ายงานและมีฟอร์แมตต่างกัน เพราะหากจะนำมาวิเคราะห์ต้องใช้เวลาและกำลังพลจำนวนมาก ในทีมจึงคิดกันว่าควรมีการพัฒนาระบบที่เป็นศูนย์กลางข้อมูล เพื่อทำงานให้ทันต่อเทรนด์และความต้องการที่เปลี่ยนแปลงเร็ว” อนุสรณ์ เล่าถึงปัญหาที่เขาและทีมมองเห็น

Anuson_TrueVisions Subscription Data Analyst

จากแนวคิดนี้ ทีมนวัตกรจึงสร้าง TrueVisions Subscription Data Analyst ให้เป็นระบบกลางที่เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่งในองค์กร โดยรวบรวมให้อยู่ในรูปแบบเดียว เพื่อประมวลผลด้วย AI และ Machine Learning รวมถึงออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้ (UI/UX) เป็น Dashboard ที่ใช้งานง่าย เสริมด้วยระบบ Automation แจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ ทำให้การทำงานเร็วขึ้น ลดความผิดพลาด พร้อมส่งต่อข้อมูลเชิงลึกไปยังทีมที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ดูแลลูกค้าอย่างแม่นยำ

“เราทำงานแบบ End to End ตั้งแต่การออกแบบระบบหลังบ้าน เชื่อมต่อข้อมูล รับข้อเสนอแนะจากฝ่ายปฏิบัติการและบริการลูกค้า โดยใช้เวลาพัฒนากว่า 8 เดือนและทดลองใช้งานจริงเพื่อให้ระบบพร้อมใช้งานเต็มประสิทธิภาพ”

อนุสรณ์เน้นว่า จุดแตกต่างของนวัตกรรมนี้ที่ไม่มีในตลาดคือ การใช้ AI คาดการณ์แนวโน้มและค้นหา Root cause ได้แม่นยำถึง 90–95% เช่น การยกเลิกบริการ (churn) ช่วยให้หลายหน่วยงานทำงานเชิงรุกได้จริง “จากการใช้งานกว่า 3 เดือน ยังลดเวลาการทำงานจาก 150 นาที เหลือเพียงไม่กี่นาที นอกจากนี้ ระบบยังช่วยประหยัดต้นทุนการทำงานได้กว่า 1.4 ล้านบาท อีกหนึ่งจุดสำคัญของการพัฒนาระบบขึ้นเองภายในองค์กร คือการทำให้ข้อมูลได้รับการปกป้องอย่างปลอดภัย ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่เคร่งครัด และดำเนินงานตามมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูล” เขาอธิบาย

จากผลลัพธ์ดังกล่าวนี้ สะท้อนว่า  TrueVisions Subscription Data Analyst เป็นทั้งเครื่องมือยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรไปพร้อมกัน

การเดินทางของนวัตกรรมที่ไม่หยุดเพียงความสำเร็จครั้งเดียว

นวัตกรรมไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากโจทย์ธุรกิจและแรงบันดาลใจของคนทำงาน โดยผลงาน True Dynamic Script และ TrueVisions Subscription Data Analyst คือตัวอย่างจากสองทีมนวัตกรทรูที่คว้ารางวัล Chairman Award บนเวที CP Innovation & Symposium 2025 ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงานจากทุกกลุ่มธุรกิจเครือซี.พี.กว่า 15 ประเทศและเขตเศรษฐกิจได้ส่งผลงานเข้าประกวด

ทั้ง นันทภัส และ อนุสรณ์ ต่างร่วมงานกับทรูมากว่า 10 ปี ผ่านการสร้างสรรค์และต่อยอดโครงการหลายรูปแบบ โดยมี True Innovation Center เป็นหน่วยงานสนับสนุนสำคัญที่ทำให้นวัตกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริง ทั้งสองเห็นตรงกันว่า วัฒนธรรมของทรูเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนได้คิด ทดลอง และพัฒนาสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ

“ผมทำงานในส่วน Engineering เราไม่สามารถหยุดนิ่งได้ แม้จะสร้างระบบที่เสถียรแล้ว ก็ยังต้องหาทางทำให้ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนลงไปเรื่อยๆ โดยส่วนตัวก็ชอบติดตามข่าวเทคโนโลยีและเทรนด์โลกอยู่เสมอ และคิดว่าจะนำมาใช้กับงานในองค์กรอย่างไรให้ดีขึ้นเรื่อยๆ องค์กรก็เปิดโอกาสให้เราได้ทำสิ่งใหม่เสมอ” อนุสรณ์เล่าถึงแรงบันดาลใจ ซึ่งก่อนหน้านี้ทีมของอนุสรณ์เคยได้รับรางวัลจากเวที CP Innovation มาแล้วกับผลงาน Application Broadcast Monitoring System (ระบบตรวจสอบอุปกรณ์การออกอากาศเรียลไทม์ผ่านมือถือ)

เช่นเดียวกับ นันทภัส ที่ชอบแสวงหาความรู้และไอเดียใหม่ๆ อยู่เสมอ “นวัตกรรมบางอย่างไม่จำเป็นต้องเริ่มจากศูนย์ อาจมีเครื่องมือที่ใช้งานได้แล้วในระดับหนึ่ง และพร้อมให้เรานำมาต่อยอดจน Scale up ได้ การเปิดรับข้อมูลและไอเดียจากหลากหลายช่องทางทำให้เราพร้อมเสมอ เมื่อมีโจทย์ใหม่เข้ามา เราก็สามารถเชื่อมโยงและต่อยอดได้ทันที ตอนนี้ทีมก็พัฒนานวัตกรรมการขายที่ใช้ Bot และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น และส่งประกวดเวทีภายนอกด้วยเช่นกัน”

สองทีมนวัตกรนี้คือภาพสะท้อนว่า การสร้างนวัตกรรมไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เกิดขึ้นได้จากการมองเห็นโจทย์จริง ลงมือพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งไม่เพียงช่วยให้องค์กรทำงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น แต่ยังต่อยอดไปสู่การสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าได้จริง

Chairman Award CP Innovation & Symposium 2025


บทความหน่วยธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

articleImage321
ภัยไซเบอร์
ภัยไซเบอร์ใกล้ตัวกว่าที่คิด แค่ "ตั้งสติก่อนคลิก" ก็รอดได้

29 ก.ย. 2569

9
0

Context: ภัยไซเบอร์ยุคนี้ไม่ได้มากับแฮกเกอร์ในห้องมืดที่พยายามเจาะระบบคอมพิวเตอร์ล้ำยุค แต่มักพุ่งเป้ามาที่ "ความเผลอ" ของพวกเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นข้อความ SMS เพียง 1 ข้อความ คิวอาร์โค้ด 1 รูป รหัสผ่านที่เราใช้ซ้ำจนชิน หรือข้อมูล 1 ชิ้นที่เราเผลอส่งออกไป บทความนี้รวบรวมองค์ความรู้จากทีม AXONS มาแชร์เป็นวิธีรับมือแบบง่าย ๆ ที่ทำได้จริง เพื่อปกป้องเงินและข้อมูลสำคัญของคุณโดยไม่ต้องมีความรู้ด้านไอทีขั้นสูง Key Knowledge: ข้อความและลิงก์ปริศนา ด่านแรกของการล้วงข้อมูล: มิจฉาชีพรู้ว่าคนเราตกใจง่าย จึงมักใช้วิธีส่งข้อความหลอกลวงอ้างว่าบัญชีธนาคารมีปัญหา หรือให้สิทธิประโยชน์พิเศษ เพื่อให้เรากดลิงก์หรือโหลดแอปพลิเคชันนอกแอปหรือเพลย์สโตร์ทางการ เพื่อขโมยข้อมูล สิ่งที่ควรทำคือ "คิดก่อนคลิก" ตรวจสอบแหล่งที่มา หากไม่แน่ใจต้องท่องไว้ว่า ไม่คลิก ไม่กรอก ไม่โหลด และถ้าเผลอโหลดแอปพลิเคชันแปลก ๆ ไปแล้ว ให้รีบตัดอินเทอร์เน็ต (เช่น เปิดโหมดเครื่องบิน) แล้วโทรติดต่อธนาคารทันที รหัสผ่านรั่วที่เดียวอาจพังทั้งระบบ: รหัสผ่านและรหัส PIN ก็เหมือนกุญแจเข้าบ้าน เราไม่ควรใช้กุญแจดอกเดียวกันไขทุกอย่าง ควรแยกรหัสผ่านเรื่องงาน โซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชันการเงินออกจากกัน แนะนำให้เปลี่ยนมาตั้งรหัสผ่านเป็นประโยคยาว ๆ ที่มีความหมายกับเราเพื่อให้จำง่ายแต่คนอื่นเดายาก และควรเปิดใช้งานการยืนยันตัวตนแบบหลายขั้นตอน (MFA) ในทุกระบบที่รองรับเพื่อเป็นเกราะป้องกันอีกชั้น สแกนคิวอาร์โค้ด สะดวกได้แต่ต้องเช็กให้ชัวร์: มิจฉาชีพอาจนำสติกเกอร์คิวอาร์โค้ดปลอมมาแปะทับของจริง เพื่อหลอกให้เราโอนเงินผิดบัญชี หรือพาไปเว็บไซต์ปลอม ดังนั้นก่อนสแกนควรสังเกตรอยแปะทับ และก่อนกดยืนยันโอนเงินต้องสละเวลา 2 วินาทีเช็กชื่อบัญชีผู้รับและยอดเงินให้ชัวร์ รวมถึงสังเกตชื่อลิงก์ก่อนกดเปิดหน้าเว็บเสมอ ใช้ AI อย่างฉลาด ต้องรอบคอบก่อนป้อนข้อมูล: AI แบบสาธารณะช่วยให้เราทำงานเร็วขึ้นก็จริง แต่ก็เปรียบเสมือนพื้นที่ส่วนรวม หากเราป้อนข้อมูลความลับของบริษัท แผนธุรกิจ หรือข้อมูลลูกค้าลงไป ข้อมูลเหล่านั้นอาจถูกระบบบันทึกไปใช้เป็นฐานข้อมูลได้ จึงควรตั้งคำถามกับตัวเองก่อนพิมพ์คำสั่งเสมอว่า "ข้อมูลนี้เปิดเผยได้หรือไม่" และควรเปลี่ยนไปใช้ข้อมูลสมมติแทนข้อมูลจริงเสมอ Key Takeaway: ความปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ได้เริ่มจากระบบที่แพงที่สุด แต่เริ่มจาก 5 พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่เราทำเป็นประจำทุกวัน ได้แก่ คิดก่อนคลิก ตรวจสอบก่อนสแกน ไม่แชร์ข้อมูลลับ แยกใช้รหัสผ่านและเปิดการยืนยันตัวตนสองชั้น และคิดก่อนป้อนข้อมูลลง AI เพียงแค่ปรับสติก่อนใช้งาน ชีวิตดิจิทัลของเราก็ปลอดภัยขึ้นแล้ว

อ่านเพิ่มเติม
articleImage308
Business Knowledge
ออกแบบ Learning Platform อย่างไร ให้ความรู้เดินทางได้ครบวงจร

29 ก.ย. 2569

8
0

เมื่อ Knowledge Journey อยู่คนละระบบ ระบบการเรียนรู้ที่ดี ไม่ได้มีหน้าที่เพียงนำ Content มาให้คนเรียน แต่ควรช่วยให้ องค์ความรู้เดินทางได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่คนที่สร้างความรู้ ไปจนถึงคนที่นำความรู้นั้นไปใช้ เดิมการบริหารองค์ความรู้ของโครงการเถ้าแก่มีการทำงานข้ามระหว่าง 2 ระบบ ผู้เข้าร่วมส่งมอบองค์ความรู้ (KM) ผ่าน CPG Connect เครื่องมือสื่อสารและการทำงานร่วมกันภายในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ขณะที่การเผยแพร่และเรียนรู้องค์ความรู้อยู่บน CPLI Learning Space ระบบจัดการการเรียนรู้ของ CPLI ทำให้ผู้ใช้งานอาจเกิดความสับสน และทีมบริหารองค์ความรู้ต้องดาวน์โหลดไฟล์จากระบบหนึ่ง เพื่อนำมาอัปโหลดอีกระบบหนึ่ง CPLI จึงกลับมาตั้งโจทย์ใหม่ว่า จะทำอย่างไรให้การสร้าง ตรวจสอบ ประเมิน เผยแพร่ และเรียนรู้องค์ความรู้ เชื่อมต่อกันได้ใน Platform เดียว ออกแบบจาก Journey ไม่ใช่แค่เพิ่มฟีเจอร์ แทนที่จะมองเพียงว่าระบบต้องมีพื้นที่สำหรับ Upload Content แต่ CPLI เริ่มจากการมอง Journey ขององค์ความรู้ทั้งกระบวนการ ว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้างและแต่ละคนต้องทำอะไร จากแนวคิดนี้จึงเกิดการพัฒนาเมนู User Create Content (UCC) บน CPLI Learning Space เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างและส่งมอบ KM ได้โดยตรง พร้อมรองรับกระบวนการตรวจสอบและอนุมัติจากผู้เกี่ยวข้องก่อนเผยแพร่ ทำให้เส้นทางของ KM ตั้งแต่ สร้าง ส่งมอบ ตรวจสอบ ประเมิน อนุมัติ ไปจนถึงเผยแพร่ สามารถดำเนินต่อกันภายในระบบเดียว ลดการส่งต่อข้อมูลระหว่างระบบและลดขั้นตอนการทำงานของทีมงาน เชื่อมทุก Stakeholder ให้อยู่ใน Workflow เดียวกัน การทำให้เป็น One Single Platform ไม่ได้หมายถึงแค่การรวมข้อมูลไว้ในที่เดียว แต่ต้องทำให้ คนที่เกี่ยวข้องสามารถทำงานต่อกันได้อย่างเป็นระบบ ผู้เข้าร่วมสามารถส่ง KM ผู้เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบและให้คะแนน คณะกรรมการสามารถพิจารณาองค์ความรู้ ขณะที่ทีม Admin สามารถติดตามสถานะและนำ Content ที่ผ่านกระบวนการขึ้นเผยแพร่บน CPLI Learning Space ได้ เมื่อองค์ความรู้ถูกเผยแพร่แล้ว KM ก็ไม่ได้จบอยู่ที่การ ส่งงานสำเร็จ แต่กลับเข้าสู่ "คลังความรู้" ให้พนักงานสามารถค้นหา ศึกษา และนำองค์ความรู้นั้นไปต่อยอดได้อีกครั้ง จึงเกิดเป็นวงจรที่เชื่อม คนสร้างความรู้ คนตรวจสอบความรู้ และคนที่เข้ามาเรียนรู้ เข้าด้วยกัน เมื่อข้อมูลการเรียนรู้ เชื่อมต่อกับการประเมิน อีกส่วนสำคัญคือ ผลการตรวจและให้คะแนน KM ไม่ได้อยู่เฉพาะใน CPLI Learning Space แต่ยังเชื่อมต่อกับ PMS ซึ่งใช้ในการประเมินผู้เข้าร่วมโครงการ ข้อมูลจากกระบวนการ KM จึงสามารถเดินทางต่อไปยังอีกส่วนของการพัฒนาผู้เข้าร่วมได้ โดยไม่ต้องจบลงเป็นข้อมูลแยกส่วนในแต่ละระบบ สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการมีหลายระบบที่ทำงานได้ดี แต่คือการออกแบบให้แต่ละระบบและ Stakeholder เชื่อมต่อกันตาม Journey เดียวกัน จาก LMS สู่ Learning Knowledge Ecosystem บทเรียนจากการพัฒนา UCC สะท้อนว่า การยกระดับ LMS ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากคำถามว่า ระบบควรมีฟีเจอร์อะไรเพิ่ม? แต่อาจเริ่มจากการมองว่า ผู้ใช้งานต้องเดินผ่านกระบวนการอะไร และตรงไหนที่เราสามารถทำให้ Journey นั้นง่ายและต่อเนื่องขึ้นได้? เมื่อออกแบบจาก Journey เทคโนโลยีจึงไม่ได้เข้ามาเพียงเพื่อลดขั้นตอน แต่ช่วยเชื่อม คน กระบวนการ ข้อมูล และองค์ความรู้ ให้ทำงานต่อเนื่องกัน จากระบบที่มีไว้สำหรับการเรียนรู้ จึงค่อย ๆ พัฒนาไปสู่ Learning Knowledge Ecosystem ที่ทำให้องค์ความรู้เดินทางได้ครบวงจร ตั้งแต่การสร้าง ตรวจสอบ ประเมิน เผยแพร่ จนกลับมาเป็นแหล่งเรียนรู้ให้คนในองค์กรต่อไป

อ่านเพิ่มเติม
articleImage283
รู้หรือไม่? ทำไมหน้าร้าน 7-Eleven จึงมี “เสาสมอบก” ติดตั้งอยู่

29 ก.ย. 2569

11
0

เสาสมอบก คืออุปกรณ์ป้องกันรถยนต์พุ่งชนร้านสาขา ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกค้าและพนักงาน พร้อมช่วยลดความเสียหายต่ออาคารและทรัพย์สิน หลายคนอาจเคยสังเกตเห็นเสาเหล็กที่ติดตั้งเรียงอยู่บริเวณหน้าร้าน 7-Eleven แต่ยังไม่ทราบว่าอุปกรณ์ดังกล่าวมีไว้เพื่ออะไร คำตอบคือ เสาสมอบก ซึ่งเป็นอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากรถยนต์พุ่งชนร้านสาขา เสาสมอบกจะถูกติดตั้งในสาขาที่มีพื้นที่จอดรถยนต์ และอยู่ในจุดที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งเข้าชนอาคาร โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยปกป้องความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงาน รวมถึงลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวอาคารและทรัพย์สินภายในร้าน สำหรับหลักการทำงานของเสาสมอบก สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิด ชน–พับ–ล็อก เมื่อรถยนต์พุ่งชนเสา แรงกระแทกจะทำให้เสาพับลงและยกตัวรถขึ้น จากนั้นฐานของเสาสมอบกจะล็อกเข้ากับพื้นบริเวณหน้าร้าน ส่งผลให้เกิดแรงเสียดทานระหว่างตัวรถกับฐานที่เพิ่มสูงขึ้น จนช่วยชะลอและหยุดการเคลื่อนที่ของรถได้ เสาสมอบกจึงเป็นมากกว่าเสาเหล็กที่ติดตั้งอยู่หน้าร้าน แต่เป็นอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่มีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ ช่วยสร้างความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าและพนักงาน พร้อมทั้งลดความเสียหายต่อร้านสาขา และสนับสนุนให้การให้บริการสามารถดำเนินต่อได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย

อ่านเพิ่มเติม

บทเรียนที่ดีที่สุด คือ บทเรียนจากคนที่ลงมือทำจริง
✦ Real Experience
✦ Endless Learning & Ideas
✦ Grow Together

ติดต่อเรา

facebookinstragramtiktokyoutube

รับข่าวสารเว็บไซต์

แผนที่

บริษัท พัฒนาผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์
313 ชั้น 25 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก จังหวัดกรุงเทพมหานคร 10500

© 2026 All rights reserved. Developed by Leadership Development, Charoen Pokphand Group Co., Ltd.