เข้าสู่ระบบ

อีเมล / Username

รหัสผ่าน

​

ยังไม่มีบัญชี?


เข้าระบบด้วยบัญชี

google
line
​

15 รายการที่พบ

img-banner
6 เช็กลิสต์เตรียมความพร้อมก่อนเปิดร้าน "บุฟเฟต์พรีเมียม" เคล็ดลับที่ผู้ประกอบการต้องรู้!
16 ต.ค. 2569
17
0
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ฝันอยาก เปิดร้านอาหาร หรือกำลังสนใจลงทุนในธุรกิจ ร้านอาหารบุฟเฟต์พรีเมียม คุณอาจจะคิดว่าหัวใจสำคัญคือ "รสชาติอาหาร" หรือ "ความหลากหลาย" แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่ตัดสินว่าลูกค้าจะกลับมาใช้บริการอีกหรือไม่ คือ "ความประทับใจแรกพบ" (First Impression) ตั้งแต่นาทีแรกที่ก้าวเข้ามาในร้าน วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกเคล็ดลับการบริหารจัดการร้านอาหารระดับมืออาชีพ จากบทเรียนคู่มือปฏิบัติงานมาตรฐาน (SOP) ของร้านบุฟเฟต์ระดับอินเตอร์อย่าง Great Harbour มาดูกันว่าเขามีวิธี การจัดการร้านอาหาร อย่างไร ให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมในทุกๆ วัน ทำไม "การเตรียมความพร้อมก่อนเปิดร้าน" ถึงสำคัญที่สุด? ร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จขับเคลื่อนด้วย "ระบบ" เป้าหมายหลักของการตรวจความพร้อมก่อนเปิดไลน์อาหาร (Buffet Line Readiness Check) มี 3 ข้อคือ: Uniform Experience Excellence: ลูกค้าโต๊ะแรกและโต๊ะสุดท้าย ต้องได้รับอาหาร บริการ และความประทับใจในมาตรฐานเดียวกัน Operational Zero Defect: ลดข้อผิดพลาดหน้างานให้เป็น "ศูนย์" อาหารต้องไม่ขาด อุปกรณ์ต้องพร้อม ป้ายชื่อถูกต้อง Food Safety Risk Mitigation: ป้องกันความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอาหารอย่างเด็ดขาด เพราะเรื่องสุขภาพของลูกค้าคือสิ่งสำคัญที่สุด หากคุณอยากยกระดับร้านอาหารให้เป็น "เกรดพรีเมียม" นี่คือ 6 เช็กลิสต์ ที่ต้องทำก่อนเปิดประตูรับลูกค้าทุกรอบ! 1. พื้นที่บริการต้องสะอาดเรียบร้อย (Service Area Hygiene) ความพรีเมียมเริ่มต้นที่ "ความสะอาด" สภาพแวดล้อมที่ดีย่อมสะท้อนถึงมาตรฐานในครัว เช็กลิสต์: พื้นผิว เคาน์เตอร์ ต้องไม่มีคราบไขมันหรือเศษอาหาร ถังขยะต้องว่างเปล่า ไฟส่องสว่างทำงานครบ โต๊ะเก้าอี้จัดเรียงเป็นระเบียบ กฎเหล็ก: หากพบคราบอาหารที่ไลน์สเตชั่น แม้เพียงเล็กน้อย ต้องทำความสะอาดทันที "ก่อน" ลูกค้าเข้าร้าน 2. การจัดเรียงอาหารให้น่าทาน (Food Presentation Excellence) ร้านบุฟเฟต์พรีเมียมต้องให้ความสำคัญกับการจัดวาง วัตถุดิบที่ดีต้องมาพร้อมการนำเสนอที่กระตุ้นความหิว สเตชั่นญี่ปุ่น: ซาชิมิต้องสีสดตามธรรมชาติ และไม่มีน้ำแข็งละลายสะสม สเตชั่นซีฟู้ด: น้ำแข็งรองต้องดูสะอาดตา และมีปริมาณอาหารจัดเรียงแน่นดูน่าทาน สเตชั่นของหวาน: เค้กและผลไม้ต้องดูสดใหม่ ไม่มีร่องรอยการยุบตัว กฎเหล็ก: อาหารต้องดูเหมือน "เพิ่งปรุงเสร็จใหม่" และป้ายชื่ออาหารต้องตรงกับเมนูจริง 100% 3. ควบคุมอุณหภูมิให้ได้มาตรฐาน (Critical Temperature Control) มาตรฐานร้านอาหาร ที่ดีต้องใส่ใจเรื่อง Food Safety การละเลยอุณหภูมิเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงความเสี่ยงของลูกค้า อาหารร้อน: อุณหภูมิต้องไม่ต่ำกว่า 60°C (เช่น ซุป, เป็ดย่าง, ติ่มซำ) อาหารเย็น: อุณหภูมิต้องไม่เกิน 5°C (เช่น ซาชิมิ, หอยนางรม) กฎเหล็ก: หากวัดอุณหภูมิแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ ห้ามนำออกเสิร์ฟ! ต้องนำกลับไปปรับอุณหภูมิหรือเปลี่ยนชุดใหม่ทันที 4. อุปกรณ์การทานต้องพร้อมสรรพ (Service Equipment Readiness) ช่วงเวลาลูกค้าหนาแน่น (Peak Hour) หากจานชามหมด ย่อมทำให้การบริการสะดุด เช็กลิสต์: จาน ช้อน ส้อม แก้วน้ำ (ต้องใสไร้คราบ) และที่คีบอาหาร (ต้องแยกประเภทชัดเจน) กฎเหล็ก: พนักงานต้องตรวจสอบยอดการจอง (Booking) และเตรียมอุปกรณ์ให้เพียงพอกับจำนวนลูกค้าเสมอ 5. ด่านตรวจสอบสุดท้าย (The Final Walkthrough) ร้านอาหารควรมี Manager On Duty (MOD) หรือ ผู้จัดการรอบนั้นๆ เป็น "ด่านสุดท้าย" ในการประเมินว่าร้านพร้อมเปิดหรือไม่ โดยใช้หลักการง่ายๆ คือ: REJECT (ระงับชั่วคราว): อาหารไม่ครบ ป้ายผิด อุปกรณ์ไม่พอ – ให้ระงับการเปิดสเตชั่นนั้นจนกว่าจะแก้ไขเสร็จ STOP (ห้ามเปิดเด็ดขาด): อุณหภูมิไม่ได้มาตรฐาน พบความเสี่ยงด้าน Food Safety GO (พร้อมเปิดบริการ): ผ่านเกณฑ์ครบทุกข้อ อนุมัติเปิดร้านได้! 6. สร้างวัฒนธรรม "ไม่พร้อม... ไม่เปิด" (Quality Over Speed) ผู้ประกอบการต้องปลูกฝังแนวคิดให้ทีมงานว่า "คุณภาพต้องมาก่อนความเร็ว" การฝืนเปิดร้านทั้งที่อาหารยังจัดไม่เสร็จ หรืออุณหภูมิตู้แช่ไม่ได้มาตรฐาน จะส่งผลเสียต่อแบรนด์ในระยะยาว 💡 บททดสอบสำหรับผู้ประกอบการ (Mini-Quiz for Restaurateurs) ลองถามทีมงานของคุณดูว่า หากเจอสถานการณ์เหล่านี้ พวกเขาจะแก้ปัญหาอย่างไร? ป้ายชื่ออาหารไม่ตรงกับเมนูจริง? (คำตอบ: เปลี่ยนทันทีก่อนเปิดร้าน) ซุปหรือติ่มซำ ร้อนไม่ถึง 60 องศา? (คำตอบ: ห้ามเสิร์ฟ นำไปอุ่นให้ได้อุณหภูมิมาตรฐานทันที) ตู้แช่ซาชิมิมีปัญหา อุณหภูมิต่ำกว่าเกณฑ์ความเย็น? (คำตอบ: แจ้งผู้จัดการทันที ห้ามนำออกบริการ และรีบแก้ไขเพื่อรักษา Food Safety) การทำธุรกิจ ร้านอาหารบุฟเฟต์ ให้ประสบความสำเร็จ เป็นเรื่องของการรักษาระดับ "มาตรฐาน" ให้คงที่ นำเช็กลิสต์เหล่านี้ไปปรับใช้กับร้านของคุณ เพื่อมอบความพรีเมียมที่ทำให้ลูกค้าประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกได้อย่างแน่นอน!
อ่านเพิ่มเติม
img-banner
กลยุทธ์ Retail Tech: EP2 Build vs Buy: เป็นเจ้าของระบบที่เป็นหัวใจธุรกิจ
16 ต.ค. 2569
23
0
เมื่อระบบหลักของธุรกิจอยู่ในมือคนอื่น ความเสี่ยงของธุรกิจก็อยู่ในมือคนอื่นด้วย EP2 ของ KM Series นี้พาไปดูว่าทำไม CP AXTRA จึงตัดสินใจสร้างระบบหัวใจธุรกิจเอง ตั้งแต่ข้อจำกัดที่มาจากการเติบโตในช่วงโควิด-19 ความเสี่ยงจากการพึ่งพาภายนอก การตัดสินใจสร้างเทคโนโลยีหลักภายใน 6 เดือน ระบบที่ออกแบบจากหน้างานจริง ไปจนถึงการสร้างรายได้จาก IP ของตัวเอง พร้อมคำถามชวนคิดว่า ในธุรกิจของคุณ ระบบไหนคือ Core ที่หากล้มแล้วธุรกิจหยุด
อ่านเพิ่มเติม
img-banner
กลยุทธ์ Retail Tech: EP3 ความเร็วคือกลยุทธ์การแข่งขัน
16 ต.ค. 2569
13
0
การแข่งขันไม่ได้ตัดสินด้วยขนาด แต่ด้วยความเร็วในการเรียนรู้และปรับตัว ความเร็วไม่ใช่การเร่งคน แต่คือการเรียนรู้ได้เร็วกว่าตลาด EP3 ของ KM Series นี้พาไปดูว่า CP AXTRA เปลี่ยนวิธีวางแผนจากรายปีสู่ Agile ลดความเสี่ยงการลงทุนด้วยการทดลองและวัดผลก่อนขยาย สร้างความเร็วที่ลูกค้าสัมผัสได้จริงในการจัดส่ง และมองไปถึงมาตรฐานใหม่ของตลาด พร้อมคำถามชวนคิดว่า โปรเจกต์ไหนที่ยังรอ "ให้สมบูรณ์" ก่อนเปิดให้ลูกค้าใช้
อ่านเพิ่มเติม
img-banner
ถอดรหัสความสำเร็จ ALL Now Logistics
16 ต.ค. 2569
30
0
เจาะลึกบทสัมภาษณ์และมุมมองกลยุทธ์จาก คุณสนิฎา มานะกิจภิญโญ รองกรรมการผู้จัดการสายงาน Commercial Operation ของ ALL Now Logistics ถึงเส้นทางความท้าทาย การปรับตัวช่วงวิกฤต การสร้างโมเดลธุรกิจแบบ Win-Win-Win และเป้าหมายการก้าวกระโดดสู่ก้าวต่อไปด้วย Data และเทคโนโลยี จุดเริ่มต้นและความท้าทายสำคัญ ในอดีต ALL Now เริ่มต้นจากการเป็นตัวกลางขนส่งให้ลูกค้ารายหลักอย่าง CP ALL โดยเน้นการขนส่งช่วงกลาง (Mid-mile) จากศูนย์กระจายสินค้า (DC) ไปยังสาขา 7-Eleven จุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2019 (ช่วง COVID-19) พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่การส่งสินค้าถึงมืออย่างรวดเร็ว (Last-mile Delivery) ALL Now ร่วมมือกับ 7-Eleven พัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคภายใน 1 ชั่วโมง แม้มีความท้าทายด้าน Lead Time แต่เมื่อตลาด Food Delivery เติบโต บริษัทก็เร่งปรับตัวเพื่อรักษา Market Share ไว้อย่างมั่นคง การขยาย Scale จากงานในเครือ สู่ตลาดภายนอก ALL Now ใช้กลยุทธ์ Synergy (ผนึกกำลัง) ขยายขอบเขตบริการไปยังธุรกิจอื่นๆ เช่น CP Extra (แม็คโคร, โลตัส) และ CPF ส่งผลให้กองรถขนส่งเติบโตก้าวกระโดดภายใน 2–3 ปี: กองรถขนส่ง (Fleet): ขยายจาก 1,700 คัน เป็น 7,000+ คัน เครือข่ายเถ้าแก่ขนส่ง: เพิ่มขึ้นเป็น 1,700+ ราย เป้าหมายรายได้: เติบโตพุ่งทะยาน 5 เท่า ภายในปี 2026 โมเดลกลยุทธ์ Win-Win-Win (Fleet as a Service) ALL Now เปลี่ยนบทบาทจากการบริหาร Fleet เพื่อทำงานภายใน มาเป็นการ "สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation)" ให้พันธมิตรผ่านโครงสร้างความร่วมมือ 3 ส่วน: ALL Now: ใช้ Volume การสั่งซื้อขนาดใหญ่ ต่อรองราคารถ, น้ำมัน, บอร์ด Fleet Card, ประกันภัย, ยาง และค่าซ่อมบำรุง เพื่อให้ได้ต้นทุนที่ดีที่สุด เถ้าแก่ขนส่ง: ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านราคาต่ำกว่าท้องตลาด ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน คนขับรถ: มีหลักประกันความปลอดภัย คู่สัญญาคล่องตัว ต้นทุนน้ำมันจัดการได้ดี การปฏิบัติงานมีเสถียรภาพ และคุณภาพชีวิตดีขึ้น "เราไม่ได้มองแค่การเป็นผู้ให้บริการขนส่ง แต่คือการสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่งและเติบโตยั่งยืนไปด้วยกันกับพันธมิตรทุกระดับ" ทิศทางและโอกาสใหม่ทางธุรกิจ (New Opportunities) ALL Now วางทิศทางการเติบโตไว้ใน 3 ส่วนสำคัญ เพื่อต่อยอดโครงข่ายโลจิสติกส์: Fleet Service as a Management: ต่อยอดการบริหารกองรถสู่การสร้างโมเดลผลิตภัณฑ์และบริการ B2B สำหรับเถ้าแก่ขนส่งอย่างเต็มรูปแบบ Cross-dock Other Modern Trade Network: ขยายเครือข่ายขนส่งสินค้าเข้าห้าง Modern Trade อื่นๆ ในตลาด เช่น โลตัส, แม็คโคร, บิ๊กซี, ท็อปส์ โดยใช้ประโยชน์จากกองรถและคลังที่มีอยู่ B2C Fulfillment (ของสด/สินค้าทั่วไป): สร้างโมเดล Fulfillment สินค้าประเภท บริการเก็บ-แพ็ค-ส่ง ทั้งแบบ Same-day Delivery ผ่าน Fleet ของเราเอง และ Next-day Delivery ร่วมกับพันธมิตรขนส่ง ตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) และเป้าหมายการเติบโต 2021–2026 เติบโตพุ่งสูง: รายได้จากประมาณ 2,900 ล้านบาท ในปี 2021 มุ่งสู่เป้าหมายเติบโต ~5 เท่า ในปี 2026 อัตราการเติบโต (Growth Rate): คิดเป็น +382.76% การทรานส์ฟอร์มองค์กร: ปรับเพิ่มทักษะพนักงาน (Reskill/Upskill) นำระบบเทคโนโลยีที่ดีขึ้นมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนในอนาคต
อ่านเพิ่มเติม
img-banner
บทที่ 1 จุดเริ่มต้นการเรียนรู้ ประตูสู่ความกลมเกลียว
29 ก.ย. 2569
35
0
BEYOND PROFIT เหนือกว่ากำไรผลึกความคิดจากชีวิตและจิตใจ : ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ จุดเริ่มต้นการเรียนรู้ของ 7-Eleven เกิดจากการสนทนา ในที่ประชุมของทีมบริหาร ต่อเนื่องไปจนถึงพนักงานประจำสาขาที่ร่วมสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าในแต่ละวัน ขอให้ทุกท่านลองจินตนาการว่า หากเปรียบองค์กรหนึ่งเป็นเหมือนวงดนตรี แต่ละคนมีเครื่องดนตรีของตัวเองและต่างบรรเลงตัวโน้ตที่แตกต่างกันออกไป หากสมาชิกในวงดนตรีนั้นต่างคนต่างเล่นโดยไม่ประสานกัน เสียงเพลงที่บรรเลงออกมาก็คงจะไม่ไพเราะสักเท่าไร ความเป็นวงดนตรีก็คงจะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าวงดนตรีวงนั้นสมาชิกในวงมีความตั้งใจที่จะร่วมมือเพื่อเล่นเพลงเดียวกัน ฟังท่วงทำนองของกันและกันด้วยใจ เสียงเพลงที่เปล่งออกมาก็จะไม่ใช่แค่เพราะ แต่ทรงพลังจนกลายเป็นบทเพลงที่ผู้ฟังจะต้องลืมไม่ลงเลยทีเดียว การบริหารองค์กรแบบ 7-Eleven ยึดถือแนวคิดดังกล่าวอย่างจริงจัง การเล่นดนตรีในจังหวะเดียวกันเปรียบได้กับการทำงานเป็นทีมเวิร์ก และพร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานแต่ละส่วนงานได้แสดงฝีมืออย่างสุดความสามารถ บนฐานความคิดที่ว่า ทุกส่วนคือส่วนสำคัญ และนักดนตรีทุกคนจะรู้จังหวะที่ตนเองจะต้องบรรเลงให้สอดคล้องกับผู้เล่นคนอื่นให้ได้ องค์กรที่ดี ไม่ใช่องค์กรที่มีแต่คนเก่งที่สุด แต่องค์กรที่คนทุกคนช่วยกันสร้างความลงตัวในผลงานด้วยหัวใจเดียวกันต่างหาก แนวคิดดังกล่าวเรียกว่า การบริหารแบบ Harmony ระบบการบริหารที่ไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะเรื่องตำแหน่งใหญ่หรือตำแหน่งเล็ก แต่เป็นเรื่องของการรับฟังกันและกัน การเข้าใจกัน และการส่งพลังให้กันและกัน เพื่อให้องค์กรสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างสวยงาม เปรียบเสมือนบทเพลงอันไพเราะที่บรรเลงโดยนักดนตรีที่ไม่มีใครโดดเด่นเกินไปและไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ลองหลับตาแล้วนึกถึง... ขนมจีบ-ซาลาเปาที่อุ่นด้วยอุณหภูมิและช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมในไมโครเวฟ พนักงานขนส่งที่มาถึงทันเวลาในเช้าตรู่เพื่อวางขนมปังสดใหม่ลงบนชั้น การมีสินค้าที่กำลังได้รับความนิยมและตรงกับความต้องการของผู้ซื้อจัดวางอยู่บนชั้น การมีโปรโมชั่นส่งเสริมการขายที่ทำให้ผู้ซื้อรู้สึกพึงพอใจ อยากมีส่วนร่วม และอยากกลับมาซื้ออีก ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เองที่เป็นตัวอย่างของการส่งเสริมซึ่งกันและกัน เป็นจังหวะที่สอดประสานกัน ตั้งแต่การคิดค้นผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการเอาใจใส่ในด้านการขายและการส่งมอบสินค้านั้นด้วยความใส่ใจ จุดกำเนิดของ 7-Eleven โดย CP ALL เราเริ่มต้นจากทีมงานที่ไม่มากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไป จากคนกลุ่มหนึ่งก็พัฒนาเป็นองค์กรขนาดใหญ่ กลายเป็นศูนย์รวมบุคลากรที่มีคุณภาพ มีวัฒนธรรมองค์กรที่ดี มีความสามัคคี มีพลัง ใจกว้าง และมีความร่วมมือร่วมใจ จุดยืนสำคัญ คือเรามีความเป็นครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่น มีผู้นำในดวงใจคือ คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ผู้เปรียบเสมือนหัวหน้าครอบครัว ที่ดูแลและปกครองลูก ๆ พร่ำสอนให้เป็นคนดี เป็นคนเก่ง ไม่เบียดเบียนกัน ห่วงเพื่อนพนักงานก่อนผลกำไร มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้ เตือนกันได้ การที่มีสิ่งเหล่านี้หลอมรวมอย่างกลมกลืน มีกุญแจความสำเร็จ นั่นคือ Harmony คุณก่อศักดิ์ย้ำถึงแนวความคิด Harmony เสมอ เพราะสิ่งนี้คือการผสมส่วนเหมือน ผสานส่วนต่าง สร้างความกลมเกลียวดุจดนตรีวงเดียวกัน เมื่อก่อนเราอาจจะคุ้นเคยกับคำพูดที่ว่า แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง หมายถึงการยอมรับความแตกต่างของกันและกัน ให้คนเปิดใจกว้าง มองเห็นคนอื่นว่าย่อมมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ซึ่งต้องสงวนตรงนี้ไว้ อย่าหักล้าง อย่าพยายามบังคับคนคนหนึ่งให้เสียจุดยืน แต่แนวคิด Harmony ถูกนิยามให้ลึกซึ้งกว่านั้น นั่นคือ แม้จะมีส่วนที่เราต่างกัน แต่ส่วนที่ต่างนั้นเรายังคงไว้ โดยเราจะใช้ส่วนต่างให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไรในการทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น และเกิดคุณค่าต่อส่วนรวม ข้อความจากหนังสือ "Beyond Profit" โดยคุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ : บทที่ 1 จุดเริ่มต้นการเรียนรู้ ประตูสู่ความกลมเกลียว
อ่านเพิ่มเติม
img-banner
จากพนักงานสู่เจ้าของร้านเซเว่น ในวัย 23 ปี บทเรียนสำคัญคือการคิดแบบ “เถ้าแก่”
29 ก.ย. 2569
15
0
หากชีวิตคือการวิ่งแข่ง บางคนอาจได้ออกตัวจากจุดสตาร์ต แต่สำหรับบางคน ชีวิตเริ่มต้นจากการวิ่งไล่ตามโอกาสที่ไม่เคยมีอยู่ตรงหน้า และพิสูจน์ให้เห็นว่า จุดเริ่มต้น ไม่ได้เป็นตัวตัดสินว่าใครจะไปได้ไกลแค่ไหน เพราะบางครั้ง คนที่ไปได้ไกลที่สุด อาจไม่ใช่คนที่ออกตัวเร็วที่สุด แต่คือคนที่ไม่หยุดวิ่ง เรียนแค่ ม.6 ก็พอเนาะลูก แม่คงส่งหนูต่อไม่ไหว คำพูดสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความหนักใจของแม่ ในวันที่บ้านประสบปัญหา กลายเป็นกำแพงที่กั้นอนาคตของ แก้ว-ธันยาภรณ์ ชูนวล ที่เกือบต้องทิ้งความฝันในการเรียนต่อมหาวิทยาลัย แต่ใครจะคิดว่า เด็กคนเดียวกันนี้ จะเติบโตขึ้นมาเป็น ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น (Store Business Partner) หรือเจ้าของร้านเซเว่นฯ ตั้งแต่อายุเพียง 23 ปี และวันนี้กำลังเดินหน้าสู่การขยายสาขา อะไรคือจุดเปลี่ยนและเบื้องหลังความสำเร็จนี้ เรียนฟรี-มีรายได้แก้วตัดสินใจเลือกเรียน คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ผ่านคำแนะนำของครูแนะแนว ด้วยรูปแบบการเรียนของที่นี่คือ การเรียนสลับกับการฝึกงาน (Work-based Education) ซึ่งตอบโจทย์การหารายได้ระหว่างเรียน ทำให้ไม่ต้องขอเงินจากทางบ้านตลอด 4 ปี และยังมีเงินส่งกลับไปช่วยครอบครัว เพราะมี ทุนการศึกษา 100% ครอบคลุมค่าเทอมตลอด 4 ปี ลดภาระทางบ้าน กองทุนเพื่อชีวิตแห่งการเรียนรู้ (PIM Smart) ดูแลค่าครองชีพ 3,000 บาท/เดือน สำหรับนักศึกษาที่ขาดทุนทรัพย์ รายได้จากการฝึกงานระหว่างเรียน มีเวลาก็สามารถรับงานพิเศษยืนบูทสินค้า แจกใบปลิว คีย์เอกสาร ความมั่นคงในอาชีพ ไม่ต้องเผชิญภาวะจบมาตกงาน เพราะมีตำแหน่งรองรับทันที ไม่หยุดที่จะเรียนรู้ความโดดเด่นของแก้ว ในช่วงระหว่างฝึกงาน คือการได้ขึ้นเป็น ผู้จัดการร้านตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 เพราะเจ้าของร้านไว้ใจและเห็นแวว โดยเคล็ดลับคือ การไม่หยุดเรียนรู้ ไม่รอให้ความรู้มาหา แต่เป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาโอกาสเสมอ หนูมีความรู้สึกว่า อันนี้ทำได้แล้ว สอนเรื่องใหม่หนูเลยได้เลย แสดงให้หัวหน้าเห็นว่าเราทำได้มากกว่าบทบาทที่ได้รับมอบหมาย โครงการเถ้าแก่น้อยเส้นทางของแก้วไม่หยุดแค่การเรียนจบคว้าใบปริญญา แต่มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการ เถ้าแก่น้อย เครือเจริญโภคภัณฑ์ ของท่านประธาน อาวุโสธนินท์ เจียรวนนท์ เป็นเวลา 6 เดือน ที่ได้ใกล้ชิดและได้เรียนรู้แนวคิดสำคัญจากผู้บริหารระดับสูง ทำให้เข้าใจการทำธุรกิจแบบเจ้าของกิจการ บวกกับคนรอบข้างเชื่อมั่นว่า เรียนมาขนาดนี้ ขยันขนาดนี้ ทำไมไม่เปิดร้านเซเว่น บริหารเองเลย เจ้าของร้านเซเว่น ในวัย 23 ปีเมื่อเป้าหมายชัดเจน แก้วจึงตัดสินใจยื่นเรื่องเป็น ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น (Store Business Partner) ทันที โดยได้รับความเชื่อมั่นจาก CP ALL ผ่านเกณฑ์คัดเลือกสำคัญจากประสบการณ์ ทักษะการบริหารจัดการที่เข้มข้นตลอด 4 ปีจาก PIM นอกจากความพร้อมส่วนตัว ยังได้รับแรงหนุนจาก CP ALL ที่จัดทีมพี่เลี้ยงเข้ามาซัพพอร์ตในช่วง 2 เดือนแรกของการเริ่มธุรกิจ แม้จะเจอวิกฤตช่วงโควิด-19 หลายธุรกิจล้มหายไปในยุคนั้น แต่แก้วมีระบบของบริษัทเข้ามาช่วยให้ผ่านมาได้ ถึงแม้ยอดขายจะดิ่ง ยอมขาดทุนเพื่อรักษาพนักงานไว้ เพราะไม่ได้รักษาแค่ตัวเขา แต่คือการรักษา ‘ครอบครัว’ ที่อยู่ข้างหลังเขาด้วย การตัดสินใจครั้งนั้นพิสูจน์ให้เห็นว่า คนคือกำลังสำคัญ ความจงรักภักดีของพนักงานที่ได้รับ ใจ กลายเป็นพลังขับเคลื่อนให้ธุรกิจผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดมาได้ และกลายเป็นรากฐานที่ทำให้แก้ว สามารถบริหารร้านให้มียอดขายที่สามารถดูแลครอบครัวและพนักงานได้จนถึงปัจจุบัน จาก ผู้รับ สู่ ผู้ให้ สิ่งที่สะท้อนถึง DNA ของปัญญาภิวัฒน์ สถาบันการศึกษาในกลุ่มธุรกิจซีพี ออลล์ ที่ซึมลึกเข้าไปในตัวแก้วได้ดีที่สุด คือการที่เธอกลายเป็นผู้มอบโอกาส ดูแลน้องในกองทุน PIM Smart ที่เป็นเด็กชาวดอยไม่มีบัตรประชาชน ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ในสังคม แต่ที่ CP ALL และ PIM น้องได้รับโอกาสเรียนต่อในคณะนิเทศศาสตร์ โดยแก้วรับดูแลน้องในฐานะผู้ปกครอง ให้มาฝึกงานที่ร้าน มอบรายได้ และดูแลเหมือนคนในครอบครัว จนกระทั่งน้องเรียนจบ ภาพที่น่าประทับใจที่สุดคือวันที่แก้วพาน้องกลับไปหาแม่เขาบนดอย และคำขอบคุณจากหัวใจของผู้เป็นแม่ที่เห็นลูกมีอนาคต อยากขอบคุณ ซีพี ออลล์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และกองทุนเพื่อชีวิตแห่งการเรียนรู้ ที่เชื่อมั่นและเชื่อใจว่า โอกาสที่มอบให้เด็กคนหนึ่งในวันนั้น จะทำให้เด็กคนนั้นกลับมาช่วยเหลือน้องๆ ที่ต้องการโอกาสในวันนี้ได้ เรื่องราวของแก้วไม่ใช่แค่เรื่องของเด็กเก่งหรือเด็กขยัน แต่คือข้อพิสูจน์ว่า ต้นทุนชีวิต อาจกำหนดจุดเริ่มต้นได้ แต่ การคว้าโอกาส และ ความเชื่อมั่นในตัวเอง คือสิ่งที่กำหนดจุดหมายปลายทาง ร้านเซเว่น สำหรับเธอไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่มันคือ บ้าน ที่สร้างขึ้นจากความพยายามและการได้รับโอกาสที่ถูกที่ถูกเวลา #ซีพีออลล์ #ซีพีออลล์สร้างคน #สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ #เซเว่นอีเลฟเว่น
อ่านเพิ่มเติม
img-banner
กลยุทธ์ Retail Tech: EP5 จากไทยสู่ภูมิภาค: ขยายโมเดล ไม่ใช่แค่ขยายระบบ
19 ต.ค. 2569
7
0
โมเดลที่พิสูจน์แล้ว ใช้เหมือนกันทุกประเทศไม่ได้ สิ่งที่ต้องขยายไปพร้อมเทคโนโลยีคือคนที่เข้าใจตลาดในแต่ละพื้นที่ EP5 ของ KM Series นี้ชวนดู 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ภายใน 3 ปีในการก้าวสู่แพลตฟอร์ม Retail Tech อันดับ 1 ของเอเชียและขยายไปมาเลเซียและฟิลิปปินส์ ความแตกต่างของธุรกิจค้าส่งจากอีคอมเมิร์ซทั่วไป สิ่งที่ต้องขยายไม่ใช่แค่ระบบ ทั้งเทคโนโลยี ความรู้ วิธีคิด และคน และบทสรุปกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมคำถามชวนคิดส่งท้ายซีรีส์ว่า จะมีโมเดลที่สำเร็จในไทยไปขยายต่างประเทศได้อย่างไร
อ่านเพิ่มเติม
img-banner
กลยุทธ์ Retail Tech: EP4 กลยุทธ์พันธมิตร: Co-create ไม่ใช่แค่ซื้อระบบ
19 ต.ค. 2569
3
0
การก้าวสู่ระดับภูมิภาคต้องใช้ความรู้ระดับโลก แต่ต้องได้ความสามารถกลับมาอยู่ในองค์กร พันธมิตรที่ดีทำให้องค์กรเก่งขึ้นหลังจบความร่วมมือ EP4 ของ KM Series นี้ชวนดู 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ หลักเลือกพันธมิตร (พัฒนาร่วมกัน เป็นเจ้าของ IP ร่วม และถ่ายทอดความรู้ให้กัน) การร่วมมือกับ Cainiao เทคโนโลยีโลจิสติกส์ระดับโลกในเครือ Alibaba และการร่วมมือกับ CJ Logistics ผู้นำโลจิสติกส์จากเกาหลีใต้ พร้อมคำถามชวนคิดว่า สัญญากับ vendor ปัจจุบันทำให้องค์กร "พึ่งพามากขึ้น" หรือ "เก่งขึ้น"
อ่านเพิ่มเติม
img-banner
เปิดกลยุทธ์ TrueX กับเป้าหมายการยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยผ่านเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย
29 ก.ย. 2569
21
0
IoT Analytics ระบุว่าจำนวนการเชื่อมต่อ IoT ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 18% ในปี 2565 โดยปัจจุบันมีอุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่ 14.3 พันล้านชิ้น และคาดว่าในปี 2566 จำนวนอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นอีก 16% เป็น 16.7 พันล้านชิ้น แม้ว่าการเติบโตในปี 2566 นั้นคาดว่าจะต่ำกว่าในปี 2565 เล็กน้อย แต่การเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ก็มีแนวโน้มจะเติบโตต่อไปอย่างมีนัยสำคัญในอีกหลายปีข้างหน้า นอกจากนี้ จากรายงานของ Fortune Business Insights ยังพบว่าตลาด IoT ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนั้นเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในโลก การเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาด IoT นี้ สอดคล้องกับกลยุทธ์ของทรู คอร์ปอเรชั่น ที่ภายหลังการรวมทรูดีแทค ได้ก้าวสู่การเป็น เทเลคอม เทคคอมปานี เต็มรูปแบบ ผสานพลังกันนำประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาสร้างสรรค์สิ่งที่ดียิ่งกว่า นำความฝันในยุคดิจิทัลมาทำให้เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะล่าสุด ทีมีการสร้างสรรค์แอปพลิเคชัน TrueX ด้วยเป้าหมายที่จะนำเสนอนวัตกรรมและโซลูชันที่ช่วยยกระดับวิถีชีวิตและคุณภาพชีวิตของคนไทยทั่วประเทศ สอดคล้องกับกลยุทธ์ในการสร้างสรรค์แอปพลิเคชัน TrueX ที่มีเป้าหมายในการนำเสนอนวัตกรรมและโซลูชันที่ช่วยยกระดับวิถีชีวิต และคุณภาพชีวิตของคนไทยทั่วประเทศ พร้อมส่งเสริมให้ทุกคนได้เข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม ทีมงานผู้อยู่เบื้องหลัง TrueX จึงมาบอกเล่าแนวคิด โอกาส และความท้าทาย ในการพัฒนานวัตกรรม เพื่อสร้างการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล และเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนไทยให้ปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ตลาด IoT ที่เติบโตไม่หยุด ยศพล อรรถจริยา TrueX’s Channel and Operation ฉายภาพจุดเริ่มต้นของ TrueX ว่ามาจากแอปพลิเคชัน True LivingTECH ที่ให้บริการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT ของกลุ่มทรู ซึ่งทำให้เห็นการเติบโตของผู้ใช้งานที่สะท้อนถึงพัฒนาการของตลาด IoT ในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยช่วงปี 2562-2565 มีการเติบโตมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการเติบโตของตลาดอย่างต่อเนื่องนี้เอง พร้อมกับความพร้อมของเทคโนโลยี 5G ที่ถือเป็นเทคโนโลยีแวดล้อมที่สำคัญของ IoT กระตุ้นให้ IoT ในประเทศไทยมีการพัฒนาตัวเองไปอย่างก้าวกระโดด ทรูจึงเร่งนำ IoT เข้ามาต่อยอดเป็นบริการและโซลูชันที่หลากหลาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยผ่าน 6 โซลูชันที่อยู่ในแอป TrueX ได้แก่ X Home, X Health, X Learning, X Utility Energy, X Shopping และ X Entertainment ซึ่งล้วนตอบโจทย์ Pain point ไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบันทั้งสิ้น อย่างไรก็ดี ในเวลานี้ โซลูชันที่เติบโตโดดเด่นคือ X Home โดยเฉพาะในด้านความปลอดภัย คนไทยให้ความสำคัญในด้านความปลอดภัยอยู่มาก สิ่งที่เห็นชัดคือ กล้องวงจรปิดเติบโตรวดเร็ว จากทั้งราคาที่ถูกลงทุกปี และคนไทยมีอัตราการใช้งานสูงขึ้น ยิ่งพออุปกรณ์พัฒนาเป็น IoT ที่ติดตั้งง่าย ก็ทำให้ตลาดยิ่งเติบโต ยศพลกล่าว "คนไทยให้ความสำคัญในด้านความปลอดภัยอยู่มาก สิ่งที่เห็นชัดคือ กล้องวงจรปิดเติบโตเร็ว จากทั้งราคาที่ถูกลงทุกปีและคนไทยมีอัตราการใช้งานสูงขึ้น ยิ่งพออุปกรณ์พัฒนาเป็น IoT ที่ติดตั้งง่าย ก็ทำให้ตลาดยิ่งเติบโต" (จากซ้าย: ยศพล อรรถจริยา TrueX's Channel and Operation, ภรรททิยา โตธนะเกษม New Business Growth Engine, สุฐิดา วัยวุฒิภิญโญ Head of IoT Consumer Business และ ปวริศา เชิงรู้ Marketing Manager) ภรรททิยา โตธนะเกษม จากทีม New Business Growth Engine อธิบายเพิ่มเติมว่า สภาพสังคมที่เปลี่ยนไปเป็นตัวเร่งให้ตลาด IoT ขยายตัวไปเช่นกัน จากทั้งการที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ รวมถึงการแยกตัวออกมาอยู่ลำพังของคนรุ่นใหม่ ผู้บริโภคจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวประสานในการดูแลความปลอดภัย ที่ไม่ใช่แค่ดูแลบ้าน แต่ดูแลคนในบ้าน รวมถึงทรัพย์สินที่มีค่าภายในบ้านด้วย เธอให้ข้อสังเกต พร้อมเผยว่า ฟังก์ชันที่เวลานี้ลูกค้าให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือ ในด้านความสะดวกสบาย แอปพลิเคชัน TrueX สามารถทำงานอัตโนมัติจากสิ่งแวดล้อมรอบข้างที่เปลี่ยนแปลงไป (Ultra-personalization) ได้ถึง 4 รูปแบบ นั่นคือ หนึ่ง โลเคชัน เช่น ถ้ารถเข้ามาใกล้บ้านในรัศมี 300 เมตร ให้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกอย่างเปิดรอต้อนรับได้ทันที สอง สภาพแวดล้อม โดยเราตั้งค่าให้ไฟเปิดตามเวลาพระอาทิตย์ตกในเขตพื้นที่ของบ้านได้ ซึ่งแต่ละบ้านก็มีเวลาที่แตกต่างกันไปตามพื้นที่ สาม ตารางเวลา โดยปรับให้เหมาะสมกับชีวิตประจำวัน เช่น ตั้งเวลาสมาร์ทปลั๊กให้เปิดเครื่องชงกาแฟตอน 8 โมงตรง และสี่ การเปลี่ยนแปลงของอุปกรณ์ชนิดอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกัน เช่น ถ้าผู้สูงอายุกดปุ่มกดฉุกเฉินอัจฉริยะ จะมีข้อความแจ้งเตือนไปที่มือถือ พร้อมทั้งเปิดไฟในตำแหน่งนั้นให้สว่าง เพื่อให้คนอื่นเห็นได้จากระยะไกล ภรรททิยากล่าว สร้างความต่างและเพิ่มมูลค่าเพื่อแข่งขันในตลาด หลังจากเปิดตัว TrueX เมื่อต้นเดือนเมษายน 2566 ยอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน (โดยรวมจากฐานลูกค้าโซลูชัน True LivingTECH เดิม) นั้นมีมากกว่า 350,000 ครั้ง และทางทีมตั้งเป้าให้ไปถึง 1 ล้านครั้งในสิ้นปี 2566 รวมถึงการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานต่อวัน (Daily Active Users) ให้ถึง 200,000 ครั้ง สำหรับข้อได้เปรียบของ TrueX คือ การดึงระบบนิเวศของบริษัทเทคโนโลยี-โทรคมนาคมของทรูมาใช้ในการขยายบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของบ้านอัจฉริยะที่มีมากขึ้น และเน้นให้เห็นถึงความต่างกับคู่แข่ง ผ่านกลยุทธ์ดังต่อไปนี้ Telecommunications Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมดิจิทับที่ทรูมีอยู่ เป็นรากฐานในการเชื่อมต่อสินค้าและบริการ IoT ให้ฐานลูกค้าเดิมและผู้บริโภคได้ทั่วประเทศ Seamless User Experience การรวมบริการทั้งหมดเพื่อไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมาไว้ด้วยกันในแอปเดียว ช่วยลดความยุ่งยากและให้ใช้งานได้ไร้รอยต่อ Cross-selling and Bundle Deal การขยายการเติบโตผ่านการนำเสนอสินค้าที่มีความสอดคล้อง พร้อมไปกับการรวมสินค้าหลากหลายไว้ในแพ็กเกจที่คุ้มค่า After-sale Service Support สินค้าและบริการใน TrueX เชื่อมต่อกับบริการหลังการขายของทรู โดยติดต่อ True Call Center 1242 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมมีการรับประกันสินค้าที่สามารถเปลี่ยนได้ที่ช้อปทรูทั่วประเทศ Turnkey Solutions การพัฒนาโซลูชัน IoT แบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การเชื่อมต่อ อุปกรณ์ แพลตฟอร์ม แอปพลิเคชัน ไปจนถึงบริการติดตั้ง ทำให้ตอบสนองความต้องการที่ครอบคลุม และนำเสนอโซลูชันในแบบเฉพาะบุคคล Privacy อุปกรณ์ IoT ทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม การกำหนดค่าทุกอย่างมาจาก End User โดยตรง Ecosystem การต่อยอดสิทธิประโยชน์ภายในเครือฯและพาร์ตเนอร์ เพื่อให้ลูกค้าได้รับสิทธิพิเศษจากแอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่อง ภรรททิยาเผยถึงแผนในอนาคตไว้ว่า TrueX มุ่งสู่การเป็นแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่ทำให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น โดยจะขยายโซลูชันให้มากขึ้น พร้อมทั้งนำเสนอนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง คัดสรรสินค้าใหม่ๆ ที่ยังไม่มีในไทย รวมทั้งนำ AI มาใช้ในการพัฒนาต่อยอดสินค้าและบริการเพื่อให้ก้าวทันความต้องการในอนาคต "TrueX มุ่งสู่การเป็นแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่ทำให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น โดยจะขยายโซลูชันให้มากขึ้น พร้อมทั้งนำเสนอนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง คัดสรรสินค้าใหม่ๆ ที่ยังไม่มีในไทย รวมทั้งนำ AI มาใช้ในการพัฒนาต่อยอดสินค้าและบริการ เพื่อให้ก้าวทันความต้องการในอนาคต" ความแตกต่างหลากหลายกับการเห็นโอกาสรอบตัว เมื่อถามถึงโอกาสท่ามกลางตลาด IoT ในไทยเติบโตเพิ่มขึ้น สุฐิดา วัยวุฒิภิญโญ Head of IoT Consumer Business เล่าว่า ได้เห็นโอกาสเหล่านั้นจาก use case ที่มีการนำเทคโนโลยีและอุปกรณ์ IoT มาประยุกต์ใช้งานแบบหลากหลายและเฉพาะตัว ซึ่งหลายครั้งมาจากประสบการณ์ของทีมงาน ที่มีความหลากหลายทั้งด้านเพศ วัย ทักษะความถนัด รวมถึงไลฟ์สไตล์ ความแตกต่างนี้กลายเป็นเบื้องความสำเร็จในการออกแบบนวัตกรรมต่างๆ ที่ต้องก้าวให้ทันความต้องการของผู้บริโภคในสังคมปัจจุบัน เราได้เห็นโอกาสในตลาดจากมุมมองหรือแม้แต่ use case ของคนในทีม หรือคนใกล้ตัวของเขา อย่างน้องรุ่นใหม่ First Jobber ก็มีไอเดียนำเทคโนโลยีมาใช้งานที่แตกต่างกับคนวัย 40 เช่น มีน้องคนหนึ่งเอาเซ็นเซอร์ประตูและหน้าต่างไปติดที่ตู้เสื้อผ้าที่เก็บของมีค่า เพราะไม่อยากให้ใครมาเปิดตู้นี้ ถ้ามีใครมาเปิดจะแจ้งเตือนมาที่แอป หรือมีเพื่อนใช้กล้องวงจรปิดในการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่บ้าน โดยใช้ส่งเสียงพูดคุยและดูว่าสัตว์เลี้ยงกินอาหารมากน้อยแค่ไหน สิ่งเหล่านี้กลายมาเป็นมุมมองที่น่าสนใจที่เราจะนำไปเป็นโอกาสขยายตลาดได้ เดินหน้าสู่ความเท่าเทียมในการใช้เทคโนโลยี แม้ปัจจุบันการใช้อุปกรณ์ IoT จะเป็นเรื่องที่ง่ายและใกล้ตัวมากขึ้น แต่ ปวริศา เชิงรู้ Marketing Manager ของ TrueX ระบุว่าความท้าทายสำคัญในประเทศไทยคือ การเปิดรับเทคโนโลยีของผู้บริโภค ผู้ใช้อาจจะเกิดจากความไม่มั่นใจว่าจะสามารถติดตั้งอุปกรณ์เองได้ไหม หรือจะมีความยากในการควบคุมอุปกรณ์เหล่านี้หรือเปล่า TrueX จึงออกแบบมาให้ทุกอย่างใช้งานได้ง่าย ผู้ใช้งานสามารถ DIY ได้เอง เรายังมีเครื่องมือที่ช่วยอธิบายการติดตั้งหลากหลายรูปแบบ รวมถึงมีการสั่งงานผ่านเสียงภาษาไทย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ทุกเพศทุกวัยให้เข้าถึงการใช้งานได้อย่างง่ายดายด้วย เธออธิบาย รายงานของ Economist Intelligence Unit ระบุว่า อุปสรรคอันดับแรกที่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล คือความสามารถในการซื้อบริการ (affordability) ดังนั้น TrueX จึงนับเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะขยายการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลไปสู่พื้นที่ทั่วประเทศไทย ในราคาที่คนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งความพยายามดังกล่าวดูจะเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยปัจจุบัน 30 % ของลูกค้าทรูออนไลน์ที่ใช้อินเทอร์เน็ตบ้านจะมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเสริมไปด้วย (ข้อมูลเดือนพฤษภาคม 2566) พอลูกค้าใช้กล้องวงจรปิดก็ต้องมีแอปพลิเคชัน TrueX ซึ่งนับเป็นก้าวแรกของการใช้ IoT โดยต่อไปจะมีการต่อยอดใช้เทคโนโลยีในด้านอื่น ๆ ได้เช่นกัน นอกจากนี้ TrueX ยังเปิดให้ผู้ใช้งานจากทุกค่ายมาใช้บริการได้ เพราะเราตั้งใจอยากให้คนไทยทุกคนได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีมากที่สุด สุฐิดาทิ้งท้าย
อ่านเพิ่มเติม
img-banner
กลยุทธ์ Retail Tech: EP1 ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ
16 ต.ค. 2569
19
0
คู่แข่งซื้อซอฟต์แวร์ คลาวด์ และ AI แบบเดียวกับเราได้ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ธุรกิจแตกต่าง เทคโนโลยีซื้อได้ แต่ความสามารถในการเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจซื้อไม่ได้ EP1 ของ KM Series นี้ชวนดู 3 ทางเลือกเชิงกลยุทธ์ในการสร้างความได้เปรียบจาก Retail Tech ได้แก่ สร้างความสามารถภายใน เปลี่ยนวิธีทำงาน และเลือกพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ พร้อมประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร และก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซโกรเซอรี่ที่พัฒนาเองอันดับ 1 ของประเทศไทยความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ
อ่านเพิ่มเติม
img-banner
เส้นทางของ Siam Land Flying จากเที่ยวบินส่วนบุคคล สู่บริการเครื่องบินพยาบาลและการบินระดับสากล
22 ต.ค. 2569
8
0
ทราบหรือไม่ว่า บริการเช่าเหมาลำส่วนบุคคลและเครื่องบินพยาบาลมาตรฐานสากลในระดับภูมิภาค เติบโตมาจากจุดเริ่มต้นของการจัดตั้งบริการเที่ยวบินเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง บริษัท สยามแลนด์ฟลายอิ้ง จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2534 ในฐานะผู้ให้บริการเที่ยวบินส่วนบุคคล ก่อนจะขยายบริการสู่สาธารณะอย่างรวดเร็วในช่วงปลายยุค 90s โดยเปิดตัวแบรนด์ "Executive Wings" ในปี พ.ศ. 2541 เพื่อรองรับการเดินทางเพื่อธุรกิจและการท่องเที่ยว ตามมาด้วยแบรนด์ "Medical Wings" ในปี พ.ศ. 2542 เพื่อให้บริการการแพทย์ทางอากาศ และในเวลาต่อมาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการบริการอย่างต่อเนื่อง จากจุดเริ่มต้นดังกล่าว บริษัทได้พัฒนาและต่อยอดศักยภาพการดำเนินงาน ครอบคลุม 3 ธุรกิจหลัก: บริการปฏิบัติการบิน: ครอบคลุมทั้งการปฏิบัติการบินส่วนบุคคล บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำภายใต้แบรนด์ Executive Wings และบริการเครื่องบินพยาบาลภายใต้แบรนด์ Medical Wings ที่เน้นการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแบบเตียงสู่เตียง (bed-to-bed) ซึ่งได้รับมาตรฐาน CAMTS (พ.ศ. 2558), EURAMI (พ.ศ. 2559) และมาตรฐาน CAMTS 'Dual Accreditation' ทั้งระดับสากลและระดับโลก (พ.ศ. 2561) เป็นรายแรกในเอเชีย บริการการให้บริการภาคพื้นสำหรับเครื่องบินส่วนบุคคล: การเปิดให้บริการอาคารผู้โดยสารส่วนบุคคล Siam Land Private Jet Terminal ณ สนามบินภูเก็ตในปีพ.ศ. 2565 ซึ่งถือเป็นบริษัทแรกที่จัดตั้งศูนย์บริการการบินส่วนบุคคล (FBO) ณ สนามบินแห่งนี้ บริการซ่อมบำรุงอากาศยาน: การให้บริการซ่อมบำรุงอากาศยานที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสูง โดยเป็นบริษัทแรกในไทยที่ได้รับใบรับรอง AMO ตามมาตรฐาน CAAT TCARS 145 ณ สนามบินดอนเมืองในปีพ.ศ. 2564 และขยายการอนุมัติสู่มาตรฐาน San Marino CAA CAR 145 แห่งแรกในไทยในปีพ.ศ. 2568 การเติบโตของ Siam Land Flying สะท้อนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากผู้ให้บริการเที่ยวบินส่วนบุคคลสู่การรับรองมาตรฐานความปลอดภัยและการบริการระดับสากล ทั้งด้านการบินส่วนบุคคล บริการเครื่องบินพยาบาล บริการการให้บริการภาคพื้นสำหรับเครื่องบินส่วนบุคคล และการซ่อมบำรุงอากาศยาน
อ่านเพิ่มเติม
img-banner
ดูแลสวนดอกไม้ให้สวยแล้วผีเสื้อจะบินมาหาเอง
23 ก.ย. 2569
22
0
ทำตัวเอง ให้มีพลัง ยุติธรรม โปร่งใสชื่อเสียงที่ดี ความรักจากสังคมจะวิ่งเข้ามาหาองค์กรเองเหมือนกับดูแลสวนดอกไม้ให้สวยแล้วผีเสื้อจะบินมาหาเอง คุณยุทธศักดิ์ ภูมิสรกุลประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)มอบนโยบายในงานมอบประกาศนียบัตรMrister Miss Good Governance รุ่นที่ 3 และปฐมนิเทศ Mister Miss Good Governance รุ่นที่ 4 29 กันยายน 2568
อ่านเพิ่มเติม
    1
    2